x

สุดสัปดาห์นี้แล้วเราจะได้เห็น BNK48 รุ่นที่ 2 เริ่มแสดงในเธียเตอร์ โดยสองคนแรกที่ได้ขึ้นแสดงได้แก่ มินมิน BNK48 และฝ้าย BNK48  ที่ BNK Campus เดอะมอลล์ บางกะปิ ส่วนเมมเบอร์หลายคนได้เข้าไปจัดรายการในดิจิทัลไลฟ์สตูดิโอ เพื่อทำความรู้จักกับแฟนๆ บ้างแล้ว ส่วนสินค้าที่เป็นของรุ่นที่ 2 ก็เริ่มทยอยออกวางจำหน่ายเช่นกัน
 
เรียกได้ว่า BNK48 Office เลือกปล่อยของอย่างไวเฟ่อไม่ให้เสียโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งการวางจำหน่ายโฟโต้เซตของรุ่นที่ 2 นั้นเป็นตัววัดความนิยมได้ว่าเมมเบอร์คนใดจะขึ้นมาเป็น เอซ (ACE) หรือตัวทอปของรุ่นได้ ซึ่งเมมเบอร์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดสามคนได้แก่ จูเน่ BNK48 ,ฟ้อนต์ BNK48 และมิวนิค BNK48 เซนเตอร์เพลง "ฤดูใหม่ Tsugi no season" (อ่านเพิ่มเติม รู้จักเพลง ‘ฤดูใหม่ Tsugi no season’ เพลงเปิดตัว BNK48 รุ่น 2)
 

 
ประเด็นหนึ่งที่อยากเล่าให้ฟังเกิดจากการได้คุยกับ คุณอนุบิส จากเพจ Anubis Fs เพจไอดอลชื่อดังแล้วมองตรงกันว่ามันมีอาถรรพ์ของเด็กดัน-เอซรุ่น ของ AKB48 อยู่เหมือนกัน เพราะส่วนมากกลุ่มที่ถูกผลักดันก่อน มักจะไปไม่ถึงฝั่งฝัน ประสบปัญหาที่ทำให้ไม่สามารถดังได้เท่าที่คาดหวังไว้ หรือถูกคนที่เป็นตัวรองกว่าแซงหน้าได้ ตั้งแต่รุ่น 9 ของ AKB48 เป็นต้นมา
 
ในรุ่น 9 นั้นที่ถือว่าเป็น “Golden Generation” ที่อุดมไปด้วยเมมเบอร์แถวหน้าทั้ง “พารูรุ” ชิมาซากิ ฮารุกะ ต้นตำรับ “ชิโอะไทโอ” และ “ยุยฮัง” โยโกยาม่า ยุย โชคันโตคุ หรือผู้จัดการทั่วไปคนปัจจุบันของ 48Group นั้น คนที่ถูกวางตัวเป็นเอซคนแรกกลับเป็น ทาเคอุจิ มิยู สาวมากความสามารถที่ร้องดี เต้นเก่ง แต่บุคลิกของเธอดันออกไปทางศิลปินมากกว่าไอดอล ทำให้มักจะได้รับบทในด้านเป็นมือเปียโนของกรุป ส่วนเซมบัตสึนั้นเธอไม่ติดมา 6 ปีแล้ว แต่ใน Produce48 เธอกลับมาแจ้งเกิดอีกครั้งในความสามารถการเรียบเรียงเพลงให้กับเพื่อนๆ อยากให้ได้ติดตามแชนเนล YouTube ของเธอกัน 
 

 
มาต่อที่รุ่นที่ 10 คนที่ถูกวางตัวเป็นเอซคนแรกของรุ่นคือ เจ้าของทักษะการเต้นระดับเทพเจ้าของฉายา “เคงคิวเซย์ 12 ตำแหน่ง”  อิสึตะ รินะ BNK48 แต่เพียงไม่นานเธอก็ถูกกลืนด้วยบุคลิกและเสน่ห์ของเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง “อันนิน” อิริยามะ อันนะ และ “เรนัจจิ” คาโต้ เรนะ โดยอิสึตะ หันดีไปด้านงานสายวาไรตี้ ก่อนที่จะตัดสินใจแสวงหาโอกาสโดยย้ายมาร่วมวง BNK48 
 
 
ส่วนรุ่นที่ 11 นั้น คนที่ถูกผลักดันเป็นเอซของรุ่นก็คือ “ริจจัง” คาวาเอย์ รินะ อันที่จริงถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร ทั้งเรื่องคาแรกเตอร์ “เด็กสมองช้า” หรือ BAKA และการที่ติดอันดับเซมบัตสึเลือกตั้ง แต่สิ่งที่มาทำให้ริจจัง ไปไม่ถึงจุดสูงสุดกลับเป็นเรื่อง “เหตุการณ์อิวาเตะ” ปี2014 (อ่านเพิ่มเติม ความรุนแรง-Stalker-แอบถ่าย : มองความปลอดภัยขั้นพื้นฐานของ BNK48) ที่มีชายบุกเข้าทำลายในงานจับมือทำให้ได้รับบาดเจ็บจนต้องเข้าโรงพยาบาล และท้ายที่สุดเธอต้องจบการศึกษาในปีถัดไป และปัจจุบันรุ่น 11 จบการศึกษาไปครบทุกคนแล้ว
 
ด้านรุ่นที่ 12 “อิวาตะ คาเรน” สาวที่มีเรื่องเล่าน่าสนใจ คื เมื่อครั้งมาออดิชั่น บ้านของเธอในภูมิภาคโทโฮคุประสบกับภัยสึนามิ 2011 ครั้งนั้นเธอได้รับโอกาสเป็นหนึ่งในตัวแทนการเยียวยา และให้กำลังใจกับชาวญี่ปุ่น ร้องเพลงการกุศลกับ NHK ในเพลง Hana wa Saku มีความโดดเด่นงานด้านวาไรตี้แต่กลับโดนคุกคามด้วยโดยสตอล์กเกอร์ ที่ส่งจดหมายมาให้เธอ 1,500 ฉบับ บุกไปขอเธอแต่งงาน ที่น่าตกใจคือ เพิ่งจับตัวชายหนุ่มผู้นี้ได้เมื่อมิถุนายน 2018 ที่ผ่านมา หลังเธอประกาศจบการศึกษาไป 2 ปีซึ่งคนที่ไปได้ไกลกลับเป็นทาคาฮาชิ จูริ ขาประจำเซมบัตสึเลือกตั้ง
 
 
รุ่นที่ 13 “โอชิมะ เรียวกะ” เจ้าของบุคลิคแก่นเซี้ยวน่าจะไปได้ไกล ถ้าหากได้ชมสารคดี Tokyo Idols จะพบว่ามีแฟนคนหนึ่งไปขอพรที่ศาลเจ้าเพื่อขอให้เรียวกะ ติดอันดับเลือกตั้ง ถึงเธอจะไปไม่ถึงเซมบัตสึแต่ก็ติดอันดับ Under Girls ได้สำเร็จ ก่อนที่จะตัดสินใจจบการศึกษาเพื่อไปพัฒนาความสามารถด้านการแสดง แต่ปัญหาแท้จริงในขณะนั้นคือมีเซมบัตสึจากวงน้องมากเกินไปในซิงเกิ้ลของ AKB48 ซึ่งจริงๆ ก่อนจะถึงโอกาสของเรียวกะ รุ่น 13 เคยผลักดันมิตสุมุเนะ คาโอรุ มาก่อน แต่ก็จบการศึกษาในเวลาไม่นานเพราะปัญหาสุขภาพ
 
 
ส่วนรุ่นที่ 14 ถือว่าพิเศษเพราะมี “สามทหารเสือแห่งรุ่นที่ 14” โคจิมะ มาโกะ, นิชิโนะ มิกิ และ “นาจัง”โอคาดะ นานะ ถ้าเปรียบเทียบจริงๆ คนที่ถูกผลักดันมากที่สุดคือมาโกะ แต่ด้วยบุคลิกส่วนตัวและการทำตัวไม่สนใจแฟนๆ ในงานจับมือครั้งหนึ่งทำให้เธอถูกวิพากษ์วิจารณ์ คนที่ไปไกลที่สุดกลายเป็น นาจัง เพราะนอกจากจะได้เป็นเซมบัตสึเพลง JaBaJa แล้วยังควบตำแหน่งกัปตันวง STU48 และไปถึงคามิ 7 ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดอีกด้วย 
 
 
ปิดท้ายที่รุ่น 15 “นาเนี๊ยะ” โอวาดะ นานะ  ออกตัวก่อนเพื่อนๆ ทั้งงานเพลงและงานแสดง แต่เพราะพิษภาพออกเดทในยามวิกาลกับหนุ่ม ทำให้เธอต้องจบการศึกษาออกไปในขณะที่กำลังรุ่ง และโอกาสไปอยู่ในมือของ “มี่อง” มุไคจิ มิอง แทน
 
เรียกได้ว่าการได้รับโอกาสก่อนของเมมเบอร์ BNK48 รุ่นที่ 2 บางคนไม่ได้การันตีว่าจะประสบความสำเร็จได้ในระยะยาว บนเส้นทางที่ความฝันยังอีกยาวไกล พวกเธอต้องเอาตัวรอด และพัฒนาทักษะความสามารถต่อไป
 
เพราะแพลตฟอร์มธุรกิจบันเทิงไอดอลแบบนี้ ใครจะร่วงหรือใครจะรุ่ง แฟนๆ เป็นคนตัดสินและให้ความนิยม