x

Woman We Love สัปดาห์นี้ไปพบกับ “ เอ๋ วาสนา พิมพ์จันทร์ ”  หรือ เอ๋ Sweat16! สาวผู้รักการเป็นไอดอลสุดหัวใจ 
จากสาวสถาปัตย์ผู้ติดตามไอดอล สู่เส้นทางการเป็นไอดอลในเส้นทางของตัวเอง “ เอ๋ ” เธอเป็นเมมเบอร์สาวที่มาพร้อมกับความน่ารัก สดใส ขี้เล่น เป็นกันเอง  ด้วยความมุ่งมั่นสู่ความฝันในการเป็นไอดอลอย่างเต็มเปี่ยม 
 
พร้อม “ยอมสละทุกอย่างเพื่อ การเป็นไอดอล” นี่คือคําที่เธอได้บอกกับเราว่า เธอสามารถสละทิ้งซึ่งทุกอย่างเพื่อการที่จะได้เข้ามาเป็นไอดอล ไม่ว่าจะทั้งเรื่องแฟน เรื่องครอบครัว เรื่องการเรียน เธอก็สามารถสละสิ่งเหล่านี้ได้ทั้งหมดเพื่อ Sweat16! และแฟนคลับที่สนับสนุนเธออย่างเต็มที่ ด้วยความรู้สึกที่ว่า “ เราต้องตอบแทนความรักของคนที่ให้เรามาให้มากที่สุด เพราะ เขาให้เรามาเยอะมาก มากเกินกว่าที่เราจะสามารถให้เขาได้ ” 
 
“ตัวถ่วงของเพื่อน” นี่คือคําที่เธอกล่าวด้วยความรู้สึกของเธอกับเราว่า เธอรู้สึกว่าเธอคือถ่วงของวงและน้องๆใน Sweat16! ดังนั้น เธอเคยคิดว่าอยากจะถอยออกมาจากตรงนั้น พร้อมที่จะออกมาคอยซัพพอร์ตน้องๆ ที่มีแววมากกว่าตัวเธอเสมอ แต่จากที่เราเคยสอบถามแฟนๆที่ตาม Sweat16! เธอก็ถือเป็นไอดอลที่เด่นมากๆในวงคนหนึ่งเลยทีเดียว ด้วยอาจจะเป็นเหตุ เพราะว่า เธอเป็นคนที่ชอบคิดมากต่อความรู้สึกของตัวเอง ทําให้เธอนั้นรู้ว่าตัวเองไม่ได้โดดเด่นอะไร
 
วันนี้เราจะพาทุกคนไปพบกับบทสัมภาษณ์ถึงความรู้สึกทั้งหมดของเธอที่มีต่อ Sweat16! และเหล่าแฟนคลับ รวมถึงเส้นทางชีวิตทั้งก่อนและหลังที่จะมาสู่การเป็นไอดอล
 
GMLive : มาอยู่ Sweat16! ได้อย่างไร
Ae : ที่มาอยู่ Sweat16! ได้ก็มาจากทางที่ Yoshimoto ที่ประเทศญี่ปุ่นมาเปิดโครงการออดิชัน ชื่อว่า asia star audition แล้วก็มาคัดเลือกกลุ่มคนที่จะมาเป็นไอดอล ค่ะ แล้วเอ๋ก็เลยเข้าไปสมัครออดิชัน สุดท้ายก็ติดเข้ามา พอติดเข้ามาเสร็จก็มีการฝึกซ้อมเรื่อยๆ พอสุดท้ายก็ ทาง Yoshimoto Entertainment Thailand ก็ได้ร่วมมือกับทาง Loveis Entertainment จนสุดท้ายเราก็ได้ชื่อวง Sweat16! 
 
GMLive : ก่อนหน้านี้เราเสพผลงานของเหล่าไอดอลบ้างไหม
Ae : ถามว่าเสพไหม เรียกว่าเสพได้ทุกวันค่ะ ช่วงนั้นเอ๋ติดไอดอลมากๆ คือ ช่วงที่อยู่ ม6 กําลังจะขึ้น ปี1 ด้วยที่ช่วงนั้นเป็นช่วงเปิดเทอมของเด็กมัธยม เค้าาเปลี่ยนระบบใหม่ เข้าสู่อาเซี่ยน เอ๋ก็เลยปิดไปครึ่งปี 6เดือน คือ ตอนนั้นว่างมาก เราก็ได้มหาลัยที่เรียนเรียบร้อยแล้ว รอที่จะเข้าเรียนปี1 ก็กลายเป็นว่าเราไม่มีอะไรทํา ได้ดูซีรี่ส์เรื่องหนึ่ง ซึ่งไอดอลญี่ปุ่นเป็นคนแสดง เราก็เลยรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้น่ารักจังเลย แล้วเราก็เข้าไปติดตามเรื่อยๆค่ะ พอเริ่มจากคนหนึ่งก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นว่าเราชอบทั้งวงเลย หลังจากนั้นก็นอกจากไอดอลญี่ปุ่นเราก็ชอบวัฒนธรรมญี่ปุ่นอยู่แล้ว ชอบคนญี่ปุ่น ชอบประเทศ ชอบอากาศ นอกจากที่ประเทศไทยแล้วก็เลือกเป็นประเทศญี่ปุ่นเลย 
 
 
GMLive : ครั้งแรกที่เห็นไอดอลแล้วรู้สึกโดนใจ จําความรู้สึกตอนนั้นได้ไหมว่าเป็นยังไง 
Ae : ช่วงนั้นมันเป็นช่วง ม6 ที่กําลังจะขึ้นปี1 ช่วงนั้นเอ๋มีความเครียดจนเป็นโรคเครียด ตอนนั้นมีความเครียดเรื่องเรียนเพราะ เราไม่รู้ว่าตกลงแล้วเราจะมีที่เรียนหรือเปล่า พอมีความเครียดเราก็เลยพยายามหาอะไรทํา แล้วก็ไปเปิดดู สิ่งที่เห็นตอนแรกก็คือเขาน่ารักจังเลย เขาสดใสมากเลย ถึงเขาจะไม่ได้สวยถึงระดับดาราในประเทศไทย แต่เรารู้สึกว่ามีคาแร็คเตอร์ ความน่ารักของเขาสามารถดึงความน่ารักในตัวของเขามาได้ ถึงเขาจะอยู่ส่วนไหนในวง คือเขาสามารถแสดงความเป็นตัวเองได้ตลอด แล้วมันก็ทําให้เรารู้สึกว่าเราอยากทําให้เขามีความสุขจังเลย เราจะทําอะไรได้บ้าง เพราะเราเป็นคนที่คิดมาก เราเป็นคนที่เครียด  แล้วตอนนั้นเราก็เครียดอยู่ด้วย เราอยากทําให้เขามีความสุข อยากสนับสนุนเขาจังเลย ไม่อยากทําให้เขาเสียใจหรือรู้สึกไม่ดีแบบที่เราเป็น 
 
GMLive : พอได้เข้ามาอยู่ใน Sweat16!แล้ว การได้เข้ามาเป็นไอดอล ต้องปรับตัวเยอะไหม
Ae : ปรับตัวเยอะมาก แบบถล่มทลายเลย ไม่รู้จะบอกยังไง คือ เราเป็นคนที่ปกติตั้งแต่ประถมเลยเป็นคนที่ห้าวมาก ค่อนข้างเป็นคนที่เขาเรียกว่าเป็นเด็กผู้ชาย ซึ่งเราไม่ได้เกเรนะ หมายถึง บุคลิกภายนอกเหมือนผู้ชายเลย แมนแบบเหมือนผู้ชายเลย แล้วแต่ละคนก็จะบอกว่าเราเอ๋เดินแมนจังเลย เดินห้าว แบบนี้ค่ะ เราเป็นคนที่มีอะไรค่อนข้างเก็บไว้ ไม่ค่อยได้โพสต์ พอเข้ามาอยู่ Sweat16! ก็มีปรับบุคลิก ซึ่งต้องปรับเยอะมาก ณ ตอนนี้เราก็ยังโดนว่าอยู่ประจําเลย เผลอตัวก็จะเดินท่างขาแล้ว ก็จะโดนตีขาบ้าง อีกเรื่องหนึ่งก็คือ พอเราได้มาเป็นไอดอลต้องมีการบอกเล่าเรื่องราวของตัวเองในแต่ละวัน ซึ่งปกเราไม่ค่อยบอกเท่าไร กลายเป็นว่าจะสุขหรือจะเศร้าหรือมีความรู้สึกขอบคุณ ก็ต้องมีการบอกความรู้สึกเหล่านั้นออกไป จากเมื่อก่อนที่เก็บไว้ตลอด แต่ตอนนี้เราได้พูดออกไปมากขึ้น มันก็ดีกับเราด้วยตรงที่ การเป็นไอดอลมันดีตรงที่เราไม่ต้อง Keep คาแร็คเตอร์ที่ต้องรู้สึกดีตลอดเวลา แต่ว่าไม่ว่าเราจะมีความสุขหรือความทุกข์ คนที่คอยสนับสนุนเราอยู่ เขาก็พร้อมเป็นกําลังใจให้เราตลอดเวลาเลย 
 
GMLive : คือ เราเสพไอดอลก็จริง แต่การที่ตัวเองเข้ามาเป็นไอดอลเอง  เราเข้าใจถึงโครงสร้างและวัฒนธรรมกฎเกณฑ์ของเขาไหมก่อนหน้าที่จะเข้ามาเป็นไอดอล 
Ae :  ต้องเรียกว่ารู้เยอะเลยค่ะ แต่พอเข้ามาถึง พอไอดอลเริ่มเข้ามาประเทศไทย เราก็รู้สึกว่าเราก็มีการแตกต่างกันเล็กน้อยเรื่องของวัฒนธรรม แต่ว่า เราเป็นเด็กไทยใช่ไหม อะไรบางอย่างมันไม่เหมือนกับของญี่ปุ่น หรือทั้งหมดเลยก็ได้ก็พยายามปรับตัวว่า มันคล้ายกับคนรักสมมติของแฟนคลับ แต่ในที่นี้ไม่ได้อยู่ในความรักในความหมายของแฟนอย่างเดียว เขาอาจจะรักเราในรูปแบบของน้อง หรือว่า พี่ เพื่อน ซึ่งแฟนคลับเขาจะมีความรู้สึกว่าเขารักเรามากๆ มันกลายเป็นว่าวัฒนธรรมตรงนี้ทําให้เรารู้สึกว่าเราต้องตอบแทนความรักของคนที่ให้เรามาให้มากที่สุด ส่วนเรื่องความเสียสละ สําหรับเรา เราเสียสละให้ได้ทั้งหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นชีวิตส่วนตัว เพราะว่า เราเอาการที่เป็นไอดอลมาไว้ในชีวิตเราด้วย 
 
อาจจะเป็นเรื่องแฟน เรื่องครอบครัว เรื่องการเรียน เราให้ได้ทุกอย่างเลย เพราะว่า เวลาที่เราเจอแต่ละคนที่เขามาเจอกับเรา เขาให้เรามาเยอะมากๆ กว่าที่เราจะสามารถให้เขาได้ สําหรับเรื่องการปรับตัวสําหรับเรากลายเป็นเรื่องที่เราคิดว่าง่ายมาก แต่มันจะยากอย่างหนึ่งก็คือ ประเทศไทยกับการเรียนมันหนักหน่วงมากกว่าไอดอลญี่ปุ่น ที่เขาจะค่อนข้างที่จะเป็นงานประจํา ซึ่งบางคนเขาอาจจะไม่ได้เรียนต่อ แต่การเรียนประเทศไทยเหมือนเป็นตัววัดของสังคมว่าคนนี้ประสบความสําเร็จไหม เหมือนเป็นค่านิยมในประเทศไทย 
 
GMLive :  แล้วตัวเรามองยังไงกับเรื่องนี้  
Ae :  สําหรับเรามองว่าการเรียนสําคัญนะ แต่การได้ทําในสิ่งที่เราเหมาะสมแล้วก็อยากจะทํา เป็นสิ่งที่สําคัญกว่าบางคนเราเห็นเขาไม่ได้เรียนจบนะ แต่เขาสามาารถมองเห็นว่าสิ่งที่เขาอยากจะทําคืออะไร แล้วก็มุ่งไปทางนั้นเลยแล้วเขาก็ประสบความสําเร็จในชีวิต ค่านิยมเรื่องการเรียนก็ใช่อยู่ที่การเรียนเป็นสิ่งสําคัญ เพราะ มันช่วยเปิดโลกทัศน์ แต่ว่าได้ทําสิ่งที่ตัวเองรัก เราว่ามันจะไปได้ไกลกว่า 
 
 
GMLive : ผ่านไปหลายๆปีเราอาจมีความฝันที่เปลี่ยนไป ก่อนที่เราจะมาเจอ Sweat16! เรามีความฝันยังไงบ้าง
Ae : ตอนแรกเลย ตอนเด็กๆฝันอยากจะเป็นหมอ พอเริ่มโตมาเรื่อยๆ เรารู้สึกว่าเราไม่ได้ชอบวิทยาศสตร์มากนัก ในเรื่องของชีวะกับเคมี เพราะเรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ทางของเรา พอเริ่มโตมาเรื่อยๆก็ชอบในเรื่องของสายศิลป์กับวิทย์ ก็เลยเลือกเรียนสาขาสถาปัตย์​ แต่สถาปัตย์ระหว่างที่เรียนอยู่กลายเป็นว่าสิ่งที่เราได้เรียนมามันทําให้เราค้นพบว่าเราอยากทํางานเบื้องหลัง ซึ่งเราชอบที่จะดูงานอะไรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพวกหนังสั้น พวกรูปภาพ คอยดูงานตลอดเวลา แล้วก็ความฝันตอนนี้นับจากตอนนั้นก็ยังอยากทํางานเบื้องหลังอยู่ แต่การที่มาอยู่ในsweat16! ทําให้เราได้ศึกษาอะไรกับเบื้องหลังเยอะมาก เราเคยคิดที่จะดร็อปจาก Sweat16! แล้วก็ไปทําตามความฝันของเราจริงๆดีไหม ในเรื่องของเบื้องหลัง พี่ทีมงานก็เตือนสติบอกเราว่า เอ๋รู้ไหม สิ่งที่เอ๋ทําอยู่มันมากกว่าคนที่อยู่เบื้องหลังบางคนด้วยนะ คนเบื้องหลังบางคนเขาไม่สสามารถมาอยู่เบื้องหน้าได้ เอ๋จะได้รู้ความรู้สึกของคนที่อยู่เบื้องหน้า แล้วเอ๋จะสามารถทํางานเบื้องหลังได้ด้วย โดยที่รู้ทั้งสองด้าน แล้วก็อีกเรื่องมันจะเป็นในเรื่องความชอบในงานอดิเรกก็คือ เราชอบพวกดาราศาสตร์ อย่างทํางานที่เกี่ยวกับดวงดาว หรือว่าเกี่ยวกับดาราศาสตร์  โดยที่เอาเบื้องหลังกับดาราศาสตร์มารวมกัน
 
GMLive : ลึกๆแล้วเราเป็นคนขี้อายหรือเปล่า ไม่อยากอยู่หน้ากล้องหรืออยู่เบื้องหน้า  
Ae : ใช่ค่ะ หลายอย่างทําให้เราไม่เหมาะทํางานเบื้องหน้า เราเป็นคนค่อนข้างคิดมาก แล้วตั้งแต่เด็กถูกสอนว่า ถ้าใครทําอะไรให้มาเราต้องตอบแทนเขานะ อีกอย่างเราเป็นคนที่ขี้เกร็งใจมาก ขี้เกร็งใจขนาดที่ว่า เรารู้สึกคิดมากทุกครั้งที่แฟนคลับซื้อของมาให้เราอย่างบางอย่างที่ได้มาฟรีทั้งที่เขาตั้งใจให้เรานะ เขาไม่คิดอะไร เขาไม่ได้เครียด เขาแค่อยากเห็นเรามีความสุข แต่เราจะมีความรู้สึกเกรงใจทุกครั้งที่ว่า เราจะตอบแทนเขายังไงดี เราจะทําได้ดีหรือเปล่า จนเรารู้สึกว่ามันไม่มั่นใจตัวเอง แล้วก็รู้สึกว่าเวลาเราอยู่ต่อหน้าผู้คนเรารู้สึกประหม่า แล้วก็ไม่กล้าสบหน้า อย่างที่พี่บอกว่าเอ๋ขี้อายไหม คือ เอ๋ขี้อายมาก เป็นคนที่มีความมั่นใจเรื่องความคิดนะค่ะ แต่ต่อสาธารณะก็ค่อนข้างขี้อาย 
 
GMLive : แสดงว่าเราค่อนข้างความรู้สึกไวต่อคําพูดคน 
Ae : ความรู้สึกไวมากคะ เก็บเอามาคิดทุกอย่าง แต่มันก็มีบางจุดที่ ตอนเด็กๆเราเก็บมาคิดทุกอย่างเลย 
แต่พอโตขึ้น เราเริ่มรู้ว่าประโยคไหนนะที่มันมาจากความรู้สึก ไม่ชอบอย่างเดียว อคติ เราพอเริ่มแยกได้ขึ้นมา ก็เลยทําให้เราเริ่มรู้สึกว่าเราไม่ได้เก็บมาคิดทุกอัน แต่ว่าอันไหนเป็นการติเพื่อก่อ ก็จะเอาเก็บมาคิดหมดเลย
 
GMLive : พอเราเข้ามาอยู่ Sweat16! เหมือนเป็นตัวช่วยสร้างกําแพงได้ สร้างความคิดส่วนนี้ให้มันแข็งแรงขึ้น
Ae : ใช่ค่ะ พอมาอยู่ตรงนี้ก็แบบว่า เริ่มมีความแข็งแกร่งมากขึ้นค่ะ Sweat16! ตั้งแต่แรกๆที่ยังไม่มีชื่อวงก็โดนคนว่าแล้ว แต่คือไม่มีคนชอบตั้งแต่ยังไม่มีชื่อวง ทั้งที่เรารู้สึกว่าเรายังไม่ได้ทําอะไรเลยนะ แต่ว่าพอเริ่มาเรื่อยๆ มีคนรักก็ต้องมีคนเกลียดใช่ไหมค่ะ เราก็เลยคิดว่าเราเข้มแข็งเพิ่มมากขึ้นนะ ในเรื่องของความคิดแล้วก็เรื่องเก็บความคิดของคนอื่นมาคิด แต่เราไม่อยากเป็นคนที่ด้านชาต่อความรู้สึกของคนอื่น ไม่ว่าใครจะว่า คือไม่อยากเป็นคนที่ไม่รู้สึกอะไรเลย โนสนโนแคร์อะไรพวกนี้ เพราะว่า เราถูกสอนมาว่า ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ ทุกคําที่เขาพูดออกมาบางทีเขาก็สอนเราด้วย 
 
GMLive : เราเป็นที่เคารพเรื่องความคิดคน 
Ae : ใช่ค่ะ เราก็พยายามเก็บมาคิด แต่ว่า ทําทุกความคิดที่เราเก็บมา ตีออกมาให้เราทําตัวให้ดีขึ้น มากกว่าที่เราจะเสียใจ แล้วก็จมอยู่กับตรงนั้นไป 
 
 
GMLive : ความท้อแท้ของเราที่เราคุยเมื่อกี้นี้ ยิ่งเราเป็นคนคิดมาก มันถึงขั้นอยากลาออกเลยเหรอ
Ae : ใช่ค่ะ เวลาท้ออยากจะลาออกเลย เพราะว่า อย่างที่บอกเราเป็นที่ขี้เกรงใจมากๆ แล้วเวลาเห็นเพื่อนว่าเขาเต้นได้นะ เขาเต้นได้แล้ว แต่ทําไมเวลาแค่ตบมือเรายังตบผิดจังหวะ มันทําให้เรารู้สึกว่า มันเริ่มมาจากตอนแรก วงไม่ได้มีแค่ 13 คน มีคนอื่นอีก ที่สามารถมาเป็นตัวเลือกได้ มารวมเป็น Sweat16!ในตอนหลัง ในตอนนั้นมีความรู้สึกว่าถ้าเราไม่อยู่ก็ไม่เป็นไรหรอก เพราะ เขามีคนอื่นอยู่  แต่กลายเป็นว่าพอประกาศตัวจริง ซึ่งตอนนั้นเหลือ 16 คนสุดท้ายที่ยังซ้อมอยู่ เราติดตัวจริงขึ้นมา แล้วกลายเป็นว่า ก็จะมีน้องบางคนที่ไม่สะดวกที่จะอยู่ต่อ เพราะว่า การเรียน บางคนก็ติดตัวสํารองแล้วก็รู้สึกว่ามันยากที่จะซ้อมต่อไป ก็เลยเลือกที่จะเรียนมากกว่า อาจจะด้วยความจําเป็นในด้านครอบครัว ก็เลย พอเราได้เป็นตัวจริง ความรับผิดชอบก็ต้องยิ่งสูงขึ้น สูงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นว่าเราต้องคิดแล้วว่า เวลาที่เราคิดจะออก คนอื่นเขาพยายามขนาดไหนกว่าที่จะมารวมวง ตอนนั้นที่เราอยู่ต่อก็เพราะว่า เราไม่อยากให้วงมันล้ม 
 
GMLive : กลายเป็นแรงดีด แรงผลักดัน
Ae : ใช่ค่ะ มันยิ่งทําให้เรารู้สึกว่า มันเหลืออยู่เท่านี้แล้ว แล้วก็ทุกคนก็พยายามมากๆแล้ว ถ้าเราออกทุกอย่างต้องเริ่มใหม่หมดเลย เหลือแค่ 12 คน แล้วแผนที่มันมี 13 คนมา มันจะทํายังไง เราไม่อยากเป็นตัวถ่วง ไม่อยากเป็นภาระ คือ ความถ้อตอนนั้นมันท้อไม่ได้แล้ว มันเห็นคนอื่นต้องมาลําบากแล้วก็ เราตามไอดอลส่วนหนึ่งก็เพราะว่า เราชอบที่จะเห็นความฝันของทุกคนเป็นจริง ชอบเวลาที่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งมีความฝันและอยากทําให้มันเป็นจริง พอเห็นแบบนั้นเราไม่อยากเอาความฝันของคนอื่นมาเล่น โดยที่เราออกจากวงไม่มีความรับผิดชอบ โดยสิ่งที่คนอื่นเขารับผิดชอบ และเขาแบกความฝันมาทั้งหมด 
 
GMLive : พูดถึงหลังจากการซ้อม วันวางของเรา เราชอบทําอะไรบ้าง 
Ae : ถ้าเป็นไลฟ์สไตล์ของเรา วันว่างๆ ณ ตอนนี้ก็คือการนอนค่ะ 555ซึ่ง ช่วงนี้ด้วยความที่ทั้งเรียนทั้งส่งโปรเจ็คจบ แล้วก็งานที่เริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว ถ้าว่างก็อยากจะนอนค่ะ แต่ว่า มันมีสิ่งที่เรารู้สึกว่ามันสําคัญมากกว่า ก็คือ เราเริ่มจะใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์กับวงมากขึ้น เราคิดว่าแบบนั้น เราพยายามจะใช้ความสามารถที่มี ช่วยผลักดันวง ช่วยซัพพอร์ตวง ก็คือ พยายามคิดคอนเทนต์ที่จะเอาไปถ่ายน้องๆ แล้วก็มาตัดอะไรประมาณนี้ เวลาว่างช่วงนี้ก็เลยกลายเป็นทําเพื่อวงดีกว่า มีประโยชน์มากกว่า 
 
GMLive :เห็นว่าก่อนหน้านี้เคยเป็นจิตอาสา พูดถึงเหตุการณ์ตอนนั้นหน่อย 
Ae : จิตอาสามาจากความที่เราอยู่โรงเรียนตอนมัธยม ตั้งแต่มัธยมต้นเลย ก็จะมีชั่วโมงชุมนุมเข้าไปร่วมกิจกรรมไม่รู้จะอยู่อะไร แต่ว่า ด้วยความที่ตอนนั้นอยากเป็นหมอใช่ไหม เราก็เลยไปสมัครชมรมอาสาพยาบาล ซึ่งมันเป็นจุดเริ่มต้นของอาสาทั้งหมดเลย เพราะว่า การที่ได้เข้าไปอยู่ในชุมนุม มันก็จะมีค่ายอาสาต่างๆ ซึ่งในส่วนที่เราจะรับผิดชอบ ก็คือ ในการตรวจรักษา เรียกว่าปฐมพยาบาลเบื้องต้น ตรวจร่างกายเบื้องต้น อะไรพวกนี้ ก็ได้ไปตามในโรงเรียนต่างจังหวัด
 
แล้วก็จะมีไปแถวชุมชนบ้านที่อยู่อาศัย ได้ไปก็ได้ไปตรวจสุขภาพ ไปดูแล มีผู้สูงอายุมา มีเด็กมา แล้วก็สอนน้องแปรงฝันบางทีไปต่างจังหวัดก็จะเป็นค่ายออกไปปลูกป่า ซึ่งเวลาที่ไปก็รู้สึกว่าเรามีประโยชน์กับสังคม นอกจากที่ต้องนอนไปวันๆ  เวลาทุกครั้งที่ได้ไปจิตอาสา ได้ไปทํางานมันช่วยสอนเราหลายอย่าง เพราะว่า เวลาเราเห็นชีวิตของคนอื่นมันเป็นพลังให้เราดีดตัวเอง เพื่อที่จะทําตัวให้มันดีขึ้น ทําตัวให้มีประโยชน์ต่อสังคมมากขึ้น แล้วก็หาวิธีที่จะให้คนอื่นมีความสุข มันก็เป็นความสุขของเราที่ว่าจะได้เห็นคนที่อยู่ตรงหน้าเขามีความสุข 
 
 
GMLive :มองตัวเองในอีกสัก 5 ปี ยังไงบ้าง จะอยู่ตรงไหนของโลกใบนี้ ทําอะไรอยู่ 
Ae : คิดว่าอีก5ปี เราอาจจะทํางานอยู่เบื้องหลังแถวๆ Sweat16! นี่แหละ ใกล้ชิด เพราะ เรามีความคิดว่าเราอยากผลักดันน้องๆตรงนี้ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ใช่เมมเบอร์ที่โดดเด่นที่สุดในวง ถ้าเปรียบเทียบในความนิยมมันก็จะอยู่ท้ายๆ
 
ซึ่งในความนิยมของคนที่จะเรียกคนเข้ามาหาวงเราแถบทําอะไรไม่ได้เลย แต่ว่าเราก็อยากพยายามในสิ่งที่พอจะทําได้ ก็คือ ถ้าเราทําเบื้องหลังโดยการที่ผลักดันน้องๆ เอาความสามารถของน้องๆ ความน่ารักของน้องๆ มาเผยแพร่ให้กับทุกคนเห็นได้ ให้ทุกคนมาชอบน้องๆ แบบนั้นมันก็จะมีความสุขมากๆ แต่ในใจตอนนี้ก็มีแค่ Sweat16!ค่ะ ในด้านอื่นๆก็ยังไม่ได้คิด แต่ว่า เพราะว่า รักการทําเบื้องหลังแล้วก็ Sweat16! ด้วย ก็เลยอยากทําให้ทั้งสองอย่างนี้มารวมเข้าด้วยกันค่ะ  แต่ก็ ไม่รู้ว่าจะเป็นจริงหรือเปล่า ทําได้หรือเปล่า  แต่ก็จะพยายามค่ะ 
 
GMLive : สุดท้ายอยากให้พูดทิ้งท้าย ฝากอะไรขอบคุณที่แฟนๆ หรือฝากผลงานของตัวเองหน่อย
Ae : สําหรับผลงานตอนนี้นะค่ะ ก็อยากให้ทุกคนช่วยสนับสนุนและเป็นกําลังใจให้กับ Sweat16! ด้วยนะค่ะ ตอนนี้ Sweat16!มีเพลงทั้งหมด 3 เพลงแล้วนะค่ะ เพลงวิ่ง เพลงมุ้งมิ้ง เพลงความทรงจําที่สวยงาม Beautiful Memories แล้วก็ต่อไปนะค่ะก็จะมีซิงเกิ้ลที่สาม ทุกคนก็น่าจะรู้แล้วนะค่ะ ชื่อว่า TKO  จะเป็นยังไงให้ช่วยติดตามชมด้วยนะ แล้วก็ช่วยมาเป็นกําลังให้กับเราที่จะไปงาน event ต่างๆ อยากให้มาสนุกด้วยกัน แล้วก็มาเสียเหงื่อออกกําลังกายด้วยกันค่ะ แล้วก็อยากจะขอบคุณทุกคน ที่คอยอยู่กับพวกเรามาเป็นเวลานานมาก คอยดูแล คอยตักเตือน ทั้งสิ่งที่เราทําถูก ทั้งสิ่งที่เราทําผิด ขอบคุณที่อยู่เป็นครอบครัว แล้วก็รักกันๆ อยากให้ทุกคนอยู่รักกันๆ แบบนี้ตลอดไป ขอบคุณมากค่ะ