fbpx

‘Government Shutdown: เมื่อหน่วยงานรัฐ “ชัตดาวน์” ส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง’

การ Government Shutdown เกิดขึ้นเมื่อ สภาคองเกรสสหรัฐฯ ไม่สามารถอนุมัติงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลให้ทันก่อนวันที่กำหนด ส่งผลให้หน่วยงานรัฐบาลกลางหลายแห่งต้องหยุดดำเนินงานหรือทำงานต่อโดย “พักจ่ายเงิน” กับพนักงานบางส่วนจนกว่าจะมีการจัดงบประมาณใหม่

ในช่วงที่ผ่านมา สหรัฐฯ ต้องเผชิญกับการชัตดาวน์หลายครั้ง โดยเฉพาะเหตุการณ์ยาวนานเมื่อปี 2025 ที่สร้างรอยแผลให้ทั้งระบบเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของสังคม


ผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลก

1. ผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ

การชัตดาวน์มีผลทางเศรษฐกิจที่วัดได้ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม:

  • แต่ละสัปดาห์ของการปิดทำการอาจทำให้ GDP สหรัฐฯ หดตัวลงประมาณ 0.1–0.2 percentage point จากการลดการใช้จ่ายของภาครัฐและรายได้ของพนักงานรัฐบาล
  • รายงานบางฉบับประเมินว่า หากยาวนาน การสูญเสียอาจมีมูลค่าสูงถึง 7–15 พันล้านดอลลาร์ต่อสัปดาห์
  • แม้ในระยะยาว GDP อาจฟื้นตัวหลังรัฐบาลกลับมาทำงาน แต่ การสูญเสียบางส่วนจะเป็น “ความเสียหายถาวร” เช่น การยกเลิกการบริโภคหรือการลงทุนที่ไม่สามารถกลับมาได้อีก

2. ผลกระทบต่อตลาดการเงินและความเชื่อมั่น

เหตุการณ์ Shutdown สร้างความไม่แน่นอนในตลาดการเงินโลก:

  • นักลงทุนมักหันเข้าไปถือสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำและพันธบัตรสหรัฐฯ ขณะเดียวกันดอลลาร์สหรัฐฯ อาจผันผวนตามความเชื่อมั่นของนักลงทุน
  • ความไม่แน่นอนของข้อมูลเศรษฐกิจ เช่น ข้อมูลการจ้างงานและ GDP ที่ไม่ออกรายงานตามปกติ ทำให้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ตัดสินใจนโยบายเงินทุนได้ยากขึ้น

3. ผลกระทบต่อการค้าและห่วงโซ่อุปทาน

เศรษฐกิจโลกเชื่อมโยงกับสหรัฐฯ อย่างลึกซึ้ง:

  • การยื่นขอใบอนุญาตนำเข้า/ส่งออก การตรวจสอบสินค้า และการอนุมัติการส่งสินค้าอาจชะงัก เนื่องจากหน่วยงานสำคัญทำงานไม่เต็มที่ ส่งผลให้ ห่วงโซ่อุปทานชะลอตัว
  • นักลงทุนต่างประเทศอาจระมัดระวังเงินทุนเข้าระบบเศรษฐกิจใหม่ ๆ เนื่องจากภาพลักษณ์ของ ความเสี่ยงทางการคลังและการเมืองของสหรัฐฯ

ผลกระทบต่อโครงสร้างสังคมในสหรัฐฯ

1. ชีวิตประชาชนและแรงงาน

  • พนักงานรัฐบาลหลายแสนคนถูก furlough (พักงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างทันที) หรือทำงาน “ไม่มีค่าตอบแทน” ซึ่งสร้างความเครียดทางการเงินและลดการใช้จ่ายส่วนบุคคล
  • บริการสาธารณะบางอย่าง เช่น การออกใบสิทธิประโยชน์ หรือบริการของหน่วยงานเพื่อสังคม อาจหยุดชะงัก กระทบกลุ่มเปราะบางในสังคม

2. ผลกระทบต่อธุรกิจและกิจกรรมระดับท้องถิ่น

  • ธุรกิจที่พึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยว หรือการดำเนินงานของรัฐบาล เช่น โรงแรม ร้านอาหารรอบอุทยานแห่งชาติ สูญเสียรายได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเกิด Shutdown
  • การขยายตัวของธุรกิจขนาดเล็กอาจถูกชะลอเมื่อแหล่งสินเชื่อหรือการอนุมัติของรัฐบาลหยุดชั่วคราว

ผลกระทบต่อการเมืองในสหรัฐฯ และเชิงนโยบาย

1. ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายการเมือง

การ Shutdown สะท้อนถึง ความล้มเหลวเชิงสถาบันของการเมือง ในการหาข้อตกลงงบประมาณ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในรัฐบาลและสภาคองเกรสลดลง

2. ผลทางการเมืองต่อคะแนนนิยม

ฝ่ายการเมืองที่ถูกมองว่า “ดื้อดึง” หรือไม่สามารถแก้ปัญหาได้มักเสียคะแนนนิยมต่อสาธารณะ ซึ่งสามารถเปลี่ยนทิศทางการเลือกตั้งและนโยบายในระยะยาว


การ Shutdown ของรัฐบาลสหรัฐฯ แม้จะเป็นเรื่องภายในประเทศ แต่ผลกระทบนั้น “ไหลผ่านระบบเศรษฐกิจและการเมืองระดับโลก” อย่างชัดเจน ทั้งในมิติของ:

-ความเชื่อมั่นและความเสี่ยงของตลาด
-ห่วงโซ่อุปทานและการค้า
-การกำหนดนโยบายการเงินระหว่างประเทศ
-ทิศทางการลงทุนของสถาบันข้ามชาติ

ในโลกที่การเงินและการค้าเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด การเมืองอเมริกันไม่ได้เป็นแค่เรื่องภายในประเทศอีกต่อไป — แต่เป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งคลื่นสั่นสะเทือนมายังเศรษฐกิจโลกอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้.

Digiqole ad

บทความที่น่าสนใจ