fbpx

อาทิตย์ เล่าสกุล สถาปนิกที่ไม่ได้ทำแค่งานออกแบบแต่คือการจัดการบนความสร้างสรรค์

มุมมอง แนวคิด การทำงาน

เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของผู้ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจจนทำให้เขา..ผู้ชายที่ชื่อ เช้ง อาทิตย์ เล่าสกุล ได้มายืนอยู่ในแวดวงสถาปนิกเมืองไทยได้อย่างภาคภูมิใจ พร้อมกับการทำงานภายใต้บริษัท ครีเอท เกรท ดีไซน์ จำกัด (Create GreatDesign Co.Ltd)  ในตำแหน่ง Founder / General Manager บริษัทที่เขาและคู่ชีวิต โสภิต สุจริตกุล ร่วมกันก่อร่างสร้างขึ้น เพื่อสร้างสรรค์งานดีไซน์ทั้งงานสถาปัตยกรรมและงานอินทีเรียร์ดีไซน์ ซึ่งมีผลงานมากมาย

จากเด็กคนหนึ่งที่เรียนค่อนข้างเก่ง และชื่นชอบการเล่นกีฬาจนโค้ชว่ายน้ำจากโครงการช้างเผือกมาขอให้เข้าโครงการแต่คุณพ่อได้ปฎิเสธไป หรือแอบไปฝึกชกมวยจนครูมวยบอกว่าขึ้นเวทีราชดำเนินได้แล้ว จนทางบ้านต้องเรียกมาพูดคุยและขอให้พยายามตั้งใจเรียนมากกว่าตั้งใจเล่นกีฬา และจากการพูดคุยในครั้งนั้นเขาตระหนักถึงความห่วงใยของคุณพ่อ คุณแม่  อีกทั้งอยู่ในช่วงที่จะต้องสอบเอ็นทรานซ์เข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย ทำให้อาทิตย์กลับมามุ่งมั่นกับการเรียนจนสอบเข้าเป็นนิสิตที่ คณะรัฐศาสตร์ ภาควิชาการปกครอง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้สำเร็จ

แต่นั้นยังไม่ใช่บทเริ่มต้นของเขา เพราะเมื่อเรียนไปได้ช่วงเวลาหนึ่ง อาทิตย์ก็พบว่านั่นยังไม่ใช้เส้นทางที่เขาต้องการ และสุดท้ายสิ่งที่เจ้าตัวเลือกนั่นคือการจบปริญญาตรีจาก คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ตามมาด้วยปริญญาโท สถาปัตยกรรม และวางแผน ภาควิชาอินเตอร์ มหาวิทยาลัยบางมด และปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต การบริหารการจัดการ ราชภัฏสวนสุนันทา

แรงบันดาลใจหรือจุดเริ่มต้นของการมายืนอยู่ในวงการสถาปนิก 

ช่วงที่ผมเขาเรียนคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ปี 1  ผมได้ขอไปฝึกงานปลัด ที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจริงๆต้องเป็นนิสิตที่จบปี 3 แล้วถึงจะได้ไป แต่ด้วยความที่ผมอยู่นิ่งไม่เป็นเลยขอไปด้วย ทำให้เห็นช่องว่างของการพัฒนาท้องถิ่น ซึ่งต่างกันมากกับการพัฒนาจากส่วนกลาง และการพัฒนาท้องถิ่นนั้นยังเป็นความพยายามจากชาวบ้านหรือแม้กระทั่งพระสงฆ์ที่พำนักอาศัยในท้องถิ่นนั้นๆ ที่พยายามทำกันขึ้นมาเอง ด้วยสมองและสองมือของพวกเขา  บ้างก็ดูดีบ้างก็ดูขาดทิศทาง ซึ่งตอนนั้นผมตอบไม่ได้ว่า ทำไมถึงดูแปลก แต่เมื่อได้ย้ายมาเรียนคณะสถาปัตย์ทำให้สามารถหาคำตอบได้ว่า ที่ดูแปลกก็เพราะ ระเบียบแบบแผนและการพัฒนา ไม่เข้ากับ บริบททางสังคม ณจุดนั้นๆ และนั้นคือจุดประกายเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในใจ พร้อมกับความคิดและความตั้งใจที่ต้องการให้การพัฒนาของเมืองและความมีเอกลักษณ์ของท้องถิ่นได้พัฒนาไปควบคู่กันอย่างยั่งยืน ซึ่งจะทำให้แต่ละชุมชนทั่วทุกภูมิภาคมีจุดเด่นของตัวเอง

ประสบการณ์แรกในการทำงานสายวิชาชีพสถาปนิก

จริงๆ ตั้งแต่เข้าเรียนปี 1 เทอม 2  ผมก็เริ่มทำงานมาโดยตลอด สาเหตุก็มาจากความอยู่ไม่นิ่งของตัวผมเอง ที่ต้องหาอะไรทำตลอด  เรียกว่าอาสาไปทำน่าจะได้นะครับ คือทำหลายอย่างจนเกิดรายได้ขึ้นมาเป็นกอบเป็นกำตั้งแต่สมัยเรียน  แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการทำงานด้าน creative Art, พวกฉากละคร, งาน events ต่างๆ ซึ่งมาจากความรู้แล้วต้องการที่จะทำให้เห็นผลงานด้านสถาปัตย์ที่ได้ร่ำเรียนมาครับ

หลังเรียนจบปริญญาตรียังไม่ทันได้พักก็เริ่มงานทันทีที่บริษัท p49 ดีไซน์ ซึ่งผมจะเน้นการออกแบบโรงแรม เป็นหลัก หลังจากนั้นก็ออกมาทำงานกับ เครือ scg ซึ่งที่นี่ผมได้เห็นมุมมองด้านการพัฒนา การขยายตัวของเมือง ที่นอกเหนือจากเรื่องของการออกแบบอย่างเดียว และหลังจากนั้นก็มาเปิดบริษัท Create GreatDesign ของตัวเอง ถึงขณะนี้ก็ครบ 20 ปีแล้วครับ ที่ผ่านมาจนปัจจุบันก็มีผลงานต่างๆ ออกมามากมาย ทั้งการวางผังแม่บท งานสถาปัตยกรรม รวมถึงงานออกแบบตกแต่งภายใน

สถาปนิกมีส่วนสำคัญในการพัฒนาเมืองอย่างไร

สถาปนิกไม่ได้มีหน้าที่แค่ออกแบบอาคาร แต่คือ ผู้ทำหน้าที่เชื่อม “นโยบาย – พื้นที่ – คน” เข้าด้วยกัน เป็นคนแปลโจทย์เชิงนามธรรมของภาครัฐหรือภาคเอกชน ให้กลายเป็นพื้นที่จริง ที่ประชาชนอาศัยใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน  เมืองที่ดี ไม่ได้วัดจากตึกสูงหรือเมกะโปรเจกต์ แต่ต้องวัดจากคุณภาพชีวิตของคนระดับฐานราก เช่น การเดินทาง ความปลอดภัย พื้นที่สาธารณะ และอัตลักษณ์ของชุมชน ซึ่งทั้งหมดนี้ สถาปนิกมีบทบาทตั้งแต่ต้นน้ำครับ

สถาปนิกมีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการต่างๆ ของเมืองมากน้อยเพียงใด

คำถามนี้ในความเป็นจริงที่รับรู้ได้ปัจจุบันสถาปนิกมักถูกดึงเข้ามามีบทบาทช่วงปลายน้ำครับ คือออกแบบตาม TOR ที่กำหนดมาแล้ว แต่ถ้าต้องการให้เมืองพัฒนาอย่างยั่งยืน สถาปนิกควรมีส่วนร่วมตั้งแต่ช่วงวางนโยบาย วางผัง และกำหนดทิศทาง ไม่ใช่แค่ทำแบบก่อสร้าง เพราะปัญหาหลายอย่างของเมืองวันนี้ เกิดจากการตัดสินใจตั้งแต่ต้นที่ไม่ได้มองมิติเชิงพื้นที่อย่างรอบด้าน

ในมุมมองของสถาปนิก การพัฒนาส่วนใดที่สำคัญเป็นลำดับต้นๆ ของประเทศ

สำหรับผมให้ความสำคัญกับ 3 เรื่องหลัก คือ

1. การพัฒนาเมืองระดับภูมิภาค – ลดการกระจุกตัวที่กรุงเทพ

2. โครงสร้างพื้นฐานที่เข้าถึงคนจริง ไม่ใช่แค่ภาพใหญ่

3. เศรษฐกิจชุมชน + อัตลักษณ์ท้องถิ่น เพราะถ้าเมืองรองแข็งแรง คนไม่ต้องย้ายเข้าเมืองใหญ่ ประเทศจะเติบโตอย่างสมดุลมากขึ้น

โครงการของภาครัฐกับความมีส่วนร่วมของสถาปนิก

ภาครัฐควรเปิดพื้นที่ให้สถาปนิกและผู้เชี่ยวชาญเข้ามาร่วมตั้งแต่ระดับแนวคิด ไม่ใช่แค่จ้างออกแบบตามเอกสารครับ ผมเคยเห็นหลายโครงการที่ใช้งบประมาณสูงมากแต่ไม่ตอบโจทย์พื้นที่จริง เพราะขาดการฟังเสียง ชุมชน และขาดการตีโจทย์เชิงบริบทตั้งแต่ต้น

ระหว่างภาคเอกชนกับภาครัฐ รู้สึกสะดวกใจกับงานของภาคส่วนใดมากกว่ากัน

ในส่วนนี้มีจุดเด่น – จุดด้อยแตกต่างกันครับ ภาคเอกชนทำงานเร็ว ตัดสินใจไว แต่โฟกัสผลตอบแทน ในขณะที่ภาครัฐมีพลังในการเปลี่ยนประเทศ แต่กระบวนการช้า เพราะมีลำดับขั้นตอนมาก   ส่วนตัวผมจึงคิดว่าหากสองฝั่งนี้ทำงานร่วมกันอย่างมีระบบ โดยมีมืออาชีพอยู่ตรงกลาง เมืองจะพัฒนาได้เร็วและตรงจุดกว่านี้มาก

สิ่งที่ต้องคำนึง ในการพัฒนาโครงการระดับประเทศในมุมมองของสถาปนิก

ต้องคิดเป็น “ระบบ” ไม่ใช่คิดเป็น “โครงการ” ต้องดูผลกระทบระยะยาว ต้องฟังคนในพื้นที่ และต้องกล้าตัดสินใจบนข้อมูลจริง ไม่ใช่เพื่อการเมืองหรือภาพลักษณ์ครับ

สิ่งที่รู้สึกว่ายังขาด ในการพัฒนาโครงการระดับประเทศ ในมุมมองของสถาปนิก

สำหรับมุมมองส่วนตัวในฐานะสถาปนิกคนหนึ่ง สิ่งที่ขาดที่สุดคือการบูรณาการข้ามกระทรวง และการวางผังเชิงยุทธศาสตร์ ทุกวันนี้ต่างคนต่างทำ โครงการไม่เชื่อมกัน เมืองเลยโตแบบกระจัดกระจาย และใช้งบซ้ำซ้อน

ถ้ามีโอกาสอยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจตัดสินใจ จะเลือกโฟกัสโครงการระดับประเทศโครงการใดก่อน ผมจะเริ่มจาก 1. เมืองรอง + Smart Community เพื่อกระจายความเจริญไปสู่เมืองเล็กๆต่าง โดย smart city สามารถแทรกลงในช่องว่างเพื่อการพัฒนาได้ไม่ยากนัก

2. การยกระดับพื้นที่รอบระบบราง เน้นให้การขนส่งระบบรางเป็น mass transit ที่สะดวก ประหยัด รวดเร็วที่สุด และเชื่อมต่อได้ง่ายที่สุดระหว่างเมืองต่างๆ รวมถึงไปต่างประเทศ ทำให้พื้นที่ส่วนที่เข้าไม่ถึงมีความเจริญขึ้น

3. โครงการสร้างรายได้ให้ชุมชนผ่านการ ออกแบบ เช่น tourism + local product + landscape เน้นอัตลักษณ์ สถานทีท่องเที่ยว เศรษฐกิจท้องถิ่น ให้เป็นตัวชูโรงเพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

เพราะผมเชื่อว่า “พื้นที่ที่ดี สร้างเศรษฐกิจได้จริง”

สิ่งที่อยากฝากไปถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการระดับประเทศ

ง่ายๆ เลยครับ คือ อย่ามองเมืองจากโต๊ะประชุมอย่างเดียว ลงพื้นที่ ฟังชาวบ้าน และเปิดพื้นที่ให้มืออาชีพเข้ามามีบทบาทตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อประเทศจะไปได้เร็วขึ้น รวมถึงควรเลิกทำงานแบบแยกส่วนครับ

สิ่งที่อยากฝากถึงผู้อ่าน GM Live

ผมเป็นคนทำงานจริงในภาคออกแบบมากว่า 20 ปี เห็นทั้งมุมเอกชน ชุมชน และระบบภาครัฐ วันนี้ผมอยากนำประสบการณ์เหล่านั้นมาช่วยขับเคลื่อนประเทศในอีกบทบาทหนึ่งผมเชื่อว่า “เมืองที่ดี = ชีวิตที่ดี” และถ้าเราออกแบบประเทศให้ดีพอ คนไทยทุกภูมิภาคจะมีโอกาสเท่าเทียมกันมากขึ้น

และนี่คือมุมมอง แนวคิด การทำงานของผู้ชายที่ชื่ออาทิตย์ เล่าสกุล สถาปนิกที่ไม่ได้มีแค่งานออกแบบ แต่คือ การจัดการบนความสร้างสรรค์.. เมืองที่ดี = ชีวิตที่ดี

Digiqole ad

บทความที่น่าสนใจ