In the Memorial of our Beloved King Rama IX
น้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อม สืบสาน รักษา และต่อยอดเพื่อความยั่งยืน ศาสตร์แห่งพระราชา

‘ที่ของข้าพเจ้าในโลกนี้คือ การที่ได้อยู่ท่ามกลางประชาชนของข้าพเจ้า นั่นคือ คนไทยทั้งปวง’ ข้อความตอนหนึ่งจากพระราชหัตถเลขาใน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีถึงพระสหายในต่างประเทศ ภายหลังจากที่เสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ
ย้อนกลับไปวันนี้เมื่อ 9 ปีที่แล้ว วันที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559 เป็นวันที่ปวงชนชาวไทยจดจำไว้อย่างมิลืมเลือน เพราะเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้เสด็จสู่สวรรคาลัย
นับเป็นช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าเสียใจอย่างที่สุด เมื่อพระราชาผู้เปรียบประดุจ ‘พ่อ’ ผู้ทรงครองหัวใจคนทั้งประเทศและคนทั้งโลก ได้ทรงจากไปอย่างไม่อาจหวนกลับ

เราชาวไทยและชนทั้วโลกต่างตระหนักดีว่าพระองค์ท่านทรงงานหนักขนาดไหนตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ทรงครองสิริราชสมบัติ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนไทยอันเป็นที่รักของพระองค์
แม้ว่าพระองค์ได้เสด็จสู่สวรรคาลัยแต่หลากหลายโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ก่อเกิดด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “ศาตร์แห่งพระราชา” คือ สิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9ทรงพระราชทานไว้ให้ ในวาระนี้ GM Live ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานับประการเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ปวงชนชาวไทย ด้วยการร่วมกันสืบสาน รักษาและ ต่อยอด ศาสตร์แห่งพระราชาเพื่อความยั่งยืน พร้อมน้อมนำพระราชดำรัสมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งทรงคุณค่ายิ่งและอยู่เหนือเงื่อนของกาลเวลา
พัฒนา

“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”
พระปฐมบรมราชโองการ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9
นับตั้งแต่เสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พุทธศักราช 2493 ในพระราชหฤทัยของพระองค์ก็ทรงตั้งมั่น ที่จะสร้างความผาสุกให้กับปวงชนชาวไทย ผ่านพระปฐมบรมราชโองการ และผ่านโครงการในพระราชดำริต่างๆ กว่าสี่พันโครงการ ที่ได้ทรงกระทำเพื่อประชาชนของพระองค์
โครงการพระราชดำริแต่ละโครงการนั้นก่อกำเนิดดด้วยพระมหากรุณาธิคุณ อันเป็นพระราชกรณียกิจที่สำคัญยิ่ง โดยทรงมีเป้าหมายหลักใหญ่สำคัญ คือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพสกนิกรชาวไทยให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดนสามารถแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ต่างๆ ได้ดังต่อไปนี้
- ด้านแหล่งน้ำ
- ด้านการเกษตร
- ด้านการส่งเสริมอาชีพ
- ด้านการสาธารณะสุข
- ด้านการคมนาคมสื่อสาร
- ด้านสวัสดิการสังคมและการศึกษา
- ด้านบูรณาการ
กว่าสี่พันโครงการในพระราชดำริของพระองค์นั้น มีอยู่หลากหลายโครงการที่ยังคงดำรงความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตประชาชนชาวไทยทั้งในปัจจุบันและอนาคต เช่น โครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ ที่ช่วยระบายน้ำในพื้นที่เขตลุ่มขังของจังหวัดสมุทรปราการ, โครงการเขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก อันเป็นหน้าด่านสำคัญของกรุงเทพมหานคร และเป็นเขื่อนคอนกรีตที่ยาวที่สุดของประเทศไทย สำหรับน้ำกินน้ำใช้ในช่วงหน้าแล้ง, โครงการลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่พลิกฟื้นปากพนังที่เสียหายให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง, อ่าวคุ้งกระเบน จังหวัดจันทบุรี ครอบคลุมพื้นที่กว่า 4000 ไร่ เป็นพื้นที่ป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งพืชพันธุ์ไม้และระบบนิเวศน์เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ ไปจนถึงโครงการแก้มลิงเพื่อลดทอนการไหลบ่าของน้ำ และโครงการฝนหลวง ที่ช่วยแก้ปัญหาฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล เป็นต้น

ด้านการเกษตรก็เป็นอีกหนึ่งหมวดหมู่ที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงให้ความสำคัญ เพราะเป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงเกี่ยวพันสืบเนื่องกับความกินดีอยู่ดีของประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะชาวเขาในพื้นที่ท้องถิ่น เช่น ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน หมู่บ้านเก่าแก่อายุกว่า 70 ปี ของชาวเขาเผ่าม้ง ที่พระองค์ทรงมีพระราชดำริเรื่องการชลประทานและการปลูกพืชชนิดใหม่ทดแทนฝิ่น สู่การปลูกพืชผักแปรรูป และงานอนุรักษ์ธรรมชาติ, โครงการหลวงวัดจันทร์ จังหวัดเชียงใหม่ ที่นอกจากจะทรงช่วยเหลือความเป็นอยู่ของชาวเขาแล้ว พื้นที่ดังกล่าวได้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของป่าสนร้อยปีที่เก่าแก่หายาก, สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ กลายมาเป็นสถานีวิจัยโครงการหลวงอินทนนท์ อีกหนึ่งสถานที่เพาะปลูกพืชเมืองหนาวและสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ และสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเขา ด้วยการแปรเปลี่ยนการเกษตรเลื่อนลอยดอยหัวโล้น ให้กลายเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นลำดับต้นๆ ของประเทศ และเป็นแหล่งเพาะปลูกพืชและดอกไม้เมืองหนาวที่สำคัญอีกแห่งเลยก็ว่าได้
อีกหนึ่งความสำเร็จของโครงการในพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่สำคัญ คือมูลนิธิชัยพัฒนา ที่ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการพัฒนาอื่นๆ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2531 และดำเนินงานด้วยประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องถึงสามทศวรรษด้วยกัน

และที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้นั้น คือ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ยึดแนวทางสายกลาง พัฒนาประเทศอย่างมีลำดับเป็นขั้นเป็นตอน และตั้งอยู่บนหลักของ ‘ความพอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน’ ที่ทรงมีพระราชดำริมานับตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2517 และได้รับความสำคัญอย่างยิ่งยวด เมื่อประเทศไทยเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในปีพุทธศักราช 2540 พร้อมนำไปผนวกเข้ากับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 รวมถึงได้รับการยกย่องจากองค์การสหประชาชาติ ว่าเป็นปรัชญาที่มีประโยชน์ต่อประเทศไทยและนานาประเทศ โดยทางองค์การสหประชาชาติได้ถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์แด่พระองค์อีกด้วย
เหล่านี้ เป็นเพียงตัวอย่างของโครงการในพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ได้ทรงกระทำมาตลอดพระชนม์ชีพ ซึ่งจะเห็นได้ว่า ไม่มีโครงการหรือแนวคิดใดเลย ที่พระองค์จะไม่ทรงคำนึงถึงความเป็นอยู่ของประชาชน แม้จะอยู่ในที่ทุรกันดารห่างไกล ยากลำบากเพียงใด พระองค์ก็พร้อมจะเสด็จไป เพื่อช่วยเหลือให้เกิดการพัฒนากินดีอยู่ดีโดยเสมอหน้ากัน
แต่นอกเหนือจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าแล้ว ทุกโครงการยังมีแนวทางที่สามารถ ‘สืบสาน’ และ ‘ต่อยอด’ ได้อย่างบูรณาการ แม้เวลาจะผ่านมานานนับสิบปีก็ตาม …
สืบสานและต่อยอด
“เมื่อมีโอกาสและมีงานทำ ควรเต็มใจทำ โดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆ นั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใด ย่อมทำได้เสมอ”
พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เกี่ยวกับการทำงาน ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา
พระบรมราโชวาทนี้ เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันกับการสืบสานและต่อยอดได้เป็นอย่างดี เพราะในโครงการพระราชดำริที่ได้ทรงกระทำมาอย่างยาวนาน หากไม่มีการสานต่อ หรือนำไปปฏิบัติ ก็จะเป็นการเสียเปล่า ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อันใดแก่ชาติบ้านเมือง

ในหลายปีที่ผ่านมา จนถึงวันที่เสด็จสวรรคตเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า โครงการพระราชดำรินานัปการของพระองค์ท่านนั้น ได้รับการสืบสาน ต่อยอด และนำไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เพราะมีต้นแบบที่ดี และแนวทางที่สามารถเดินตามรอยเท้าของ ‘พ่อ’ ได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน และเกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน
และเนื่องด้วยพระปฐมบรมราชโองการของ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่ว่า ‘เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฏรตลอดไป’ นั้น ก็ยิ่งทำให้แนวทางการสืบสานและต่อยอดงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ดูชัดเจนยิ่งขึ้นทั้งภาครัฐและเอกชน
ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ ศูนย์ศึกษา สืบสาน ปณิธานงานพ่อ ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ได้น้อมนำแนวพระราชดำริการพัฒนาด้านต่างๆ มานับตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2522 เป็นเวลากว่า 40 ปี ที่ทำการดำเนินงานเป็นสถานที่ศึกษา วิจัย ทดลอง และหารูปแบบการประกอบอาชีพด้านการเกษตรปศุสัตว์ การประมง รวมถึงการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่เหมาะสมกับภูมิสังคม เพื่อให้เกษตรกรมีการประกอบอาชีพที่ถูกต้อง ที่ได้รับการสืบสานและต่อยอดโดยคณะองคมนตรี ที่สนองพระราชปณิธานให้เกิดความต่อเนื่อง และมีความยั่งยืน






สำหรับประชาชนทั่วไป ก็สามารถดำเนินรอยตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ ด้วยหลักเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งในด้านชีวิตประจำวันก็ดี หรือการดำเนินกิจการงานใดๆ ก็ดี เหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ และมีผู้คนมากมายที่เลือกเดินตามรอยเท้าของ ‘พ่อ’ จนก่อให้เกิดความสำเร็จที่สามารถพบเห็นได้อย่างเป็นรูปธรรม
“ฉันถือว่า ฉันเป็นพลเมืองคนหนึ่งซึ่งมีตำแหน่ง ตราบใดที่ยังอยู่ในตำแหน่งนี้ ตราบนั้นฉันต้องปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้สมบูรณ์”
พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่กล่าวถึงหน้าที่ของพระองค์ในฐานะพระมหากษัตริย์
จากพระราชดำรัสนี้เป็นสิ่งที่สามารถสรุปใจความสำคัญถึงพระภารกิจที่พระองค์ได้ทรงกระทำมาในตลอดพระชนม์ชีพได้เป็นอย่างดี เพราะไม่มีแม้สักขณะจิต ที่จะไม่ทรงนึกถึงพสกนิกรอันเป็นที่รักยิ่งของพระองค์ และนี่ไม่ใช่แค่เพียงคำกล่าวอ้างอย่างเลื่อนลอย แต่ผ่านการพิสูจน์ด้วยโครงการต่างๆ ในพระราชดำริ ที่ได้ถูกน้อมนำไปปฏิบัติได้ และเห็นผลได้จริง ยังความผาสุกให้เกิดขึ้นแก่ปวงชนชาวไทย
มีคำกล่าวที่ว่า การที่คนผู้หนึ่ง ยังคงถูกจดจำ แม้จะสิ้นชีพจากโลกนี้ไปแล้ว นั่นเป็นเพราะคนผู้นั้น ถูกวัดค่าจากสิ่งที่เขาได้กระทำในยามที่ยังมีชีวิตอยู่ ความจริงข้อนี้ คือสิ่งที่เราพบเห็นได้ จากทั้งพระจริยวัตร และพระราชกรณียกิจนานัปการ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงกระทำในขณะที่ดำรงพระชนม์ชีพ
และแม้จะล่วงผ่านไป 9 ปีแล้ว แต่พระองค์ยังทรงคงอยู่ในใจปวงชนชาวไทย ประหนึ่งว่าพระองค์ไม่ได้จากไปไหน แต่ยังทรงดำรงอยู่ในฐานะ ‘พ่อ’ ของแผ่นดิน อันเป็นที่รักยิ่ง สืบต่อไป ตราบนานเท่านาน
เรื่อง : สุกฤษฏิ์ บูรณสรรค์
ภาพประกอบ : Asian Nikkei Review
: สำนักงาน กปร.
: กระทรวงวัฒนธรรม





