“ไดอาน่า” อริส สารีวงษ์ กับเป้าหมาย “นายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย”

หากจะกล่าวกันถึงแวดวง ‘พระเครื่อง’ GM Live เชื่อว่าภาพที่ปรากฏออกไปในความเข้าใจของผู้คน คือกลุ่มคนผู้มีความรู้เฉพาะด้าน รวมทั้งศึกษาเรื่องราวของพระเครื่องรุ่นต่างๆ อย่างชำนิชำนาญ และเป็นศาสตร์ที่ยากจะหาใครมาสืบทอดกันได้โดยง่ายๆ ถ้าใจไม่รักจริง รวมถึงเป็นแวดวงที่มีเงินสะพัดมูลค่าตั้งแต่หลักพัน ไปจนถึงหลักล้าน ขึ้นอยู่กับรุ่น และความหายากขององค์พระชนิดหนึ่งๆ
และนั่นเองจึงเป็นสิ่งที่ทำให้ GM Liveประหลาดใจ เมื่อได้ยินชื่อของเด็กสาวคนรุ่นใหม่ในวัย 25 ปี อย่าง ‘ไดอาน่า ’ หรือ อริส สารีวงษ์ ที่ก้าวขึ้นมาเป็นแถวหน้าของวงการพระเครื่องเมืองไทย ทั้งยังเป็นที่จับตาและถูกกล่าวถึงอย่างมากในชั่วโมงนี้

GM Live ได้ใช้เวลาในช่วงบ่าย พูดคุยกับไดอาน่า สาวสิงห์ดำ จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยถึงจุดเริ่มต้นที่มาที่ไป ความสนใจ แนวทางในการดูพระ และมุมมองที่มีต่อแวดวงพระเครื่อง ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ซึ่งทำให้เห็นถึงมุมมอง แนวคิด ในการใช้ชีวิตและการทำงานของเธอที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
และยังทำให้มั่นใจได้ว่า นอกเหนือจากพระเครี่องที่ทรงคุณค่าแล้ว เด็กสาวผู้นี้ คือหนึ่งในอนาคตของแวดวงพระเครื่อง แวดวงที่หลายคนมองว่า ยากที่จะเข้าถึง แต่เธอกลับตั้งเป้าหมายจะเป็น “นายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย” และหากเป็นจริง เธอจะเป็นนายกสมาคมฯ หญิงคนแรกของไทย

ไดอาน่า เริ่มต้นสนทนากับทาง GM Live เกี่ยวกับเรื่องราวของเธอเพื่อเป็นการแนะนำตัวเอง ว่า “ตั้งแต่เด็ก ทางบ้านค่อนข้างยากจน คุณพ่อ-คุณแม่มีอาชีพขายหมูปิ้งอยู่หน้า อสมท. ช่วงนั้นครอบครัวของไดอาศัยอยู่บ้านที่สลัมคลองเตย พอไดเริ่มโตขึ้นมาทางครอบครัวเริ่มมีฐานะดีขึ้นก็ขยับขยายไปอยู่ทาวน์โฮม ต่อมาคุณพ่อคุณแม่มีปัญหากันและต่างแยกย้าย ไดก็เลยไปอยู่บ้านคุณแม่ที่จังหวัดอุดรธานี ช่วงนั้นเรียนอยู่ประมาณ ประถมปีที่ 5(ป. 5) ก็อยู่ที่อุดรธานียาวๆ เลยค่ะจนเรียนจบมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล โดยคุณแม่ก็ทำธุรกิจขายผ้าไทยจนถึงวันนี้ โดยหลังจากเรียนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย ก็สอบติดที่คณะรัฐศาสตร์ เอกมนุษยวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขณะที่เรียนก็ทำงานหาเงินส่งเสียตัวเองเรียนไปด้วย เป็นติวเตอร์สอนวิชาต่างๆ จนเรียนจบค่ะ”
แรงบันดาลใจหรือจุดเริ่มต้นของการมายืนอยู่ในวงการพระเครื่อง
จริงๆ พระเครื่องเป็นสิ่งที่อยู่กับไดมาทั้งชีวิตอยู่แล้ว เพราะคุณพ่อมีลังพระเครื่องอยู่จำนวนหนึ่ง เป็นพระที่สะสมมายาวนาน ซึ่งไดก็อยู่กับพระเครื่องชุดนี้มาจนโต พอเรียนจบ ทำงานเป็นติวเตอร์ และเป็นอินฟลูเอนเซอร์รับงานรีวิวสินค้าด้วย ถ่ายคลิปวิดีโอให้กับแบรนด์ต่างๆ แต่รายได้ไม่ค่อยครอบคลุมเท่าไร ก็เลยหาธุรกิจที่น่าสนใจทำ และเพราะเป็นคนที่รักอิสระ ถ้าให้ไปทำงานประจำก็อาจจะไม่ใช่ทางที่ใช่ ก็เลยได้มาทำแบรนด์ขนม ขนมอบขาย เหนื่อยพอสมควร กำไรต่อกระปุกก็ค่อนข้างน้อย ก็เลยคิดอยากจะหาอะไรสักอย่างที่เป็นที่พึ่งทางใจมาบูชา ทำให้ค้าขายดี ก็เลยมองไปที่พระเครื่อง

นั้นเป็นจังหวะที่ได้เจอคลิปของ ราชันย์ กลิ่นหอม หรือที่ในแวววงพระเครื่องรู้จักกันในชื่อ เฮียแจ๊ค ศรีรองเมือง ซึ่งทำคอนเทนต์เซียนพระ ช่วงนั้นมีพระเครื่องที่ค่อนข้างดังคือเหรียญโชคดี ไดก็เลยอยากได้ เพื่อจะได้ขายของดีขึ้น ประกอบกับเห็นเหล่านักสะสมมาลงทุนกับพระเครื่องเยอะขึ้น เลยเริ่มศึกษาก็พบว่า พระเครื่อง ถ้าเก็บได้รุ่นที่ดี จะสามารถเพิ่มมูลค่า เพิ่มราคาให้เกิดกำไรได้ พอคิดได้ดังนั้น ก็มาที่พันธ์ทิพย์งามวงศ์วาน มาร้านเฮียแจ๊ค ศรีรองเมืองเลย ซึ่งตอนแรกที่มายังไม่เจอเอียแจ๊ค และได้เช่าองค์พระไปประมาณองค์สององค์ ก็รู้สึกว่าค้าขายดีขึ้น แต่โดยรวมก็ยังไม่ครอบคลุมเพราะค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิตในกรุงเทพก็ค่อนข้างสูง ถ้านับจากวันนั้นมาถึงวันนี้ ก็ประมาณสี่ปีได้แล้วคะ
และจุดเปลี่ยนสำคัญที่ได้มาอยู่ในวงการพระ คือเป็นจังหวะที่ค่อนข้างร้อนเงิน ไม่รู้จะทำอย่างไร เลยนำเหรียญโชคดีมาปล่อย เช่าไปตอนแรกหลักพันปลายๆ หกพัน เจ็ดพัน แปดพัน พอนำเหรียญมาปล่อย ตอนแรกคิดว่าน่าจะขาดทุน เพราะเก็บได้แค่ครึ่งปี แต่กลายเป็นว่า ปล่อยออกได้หลักหมื่น ก็เริ่มเห็นช่องทางกำไร พร้อมกับเจอกับเฮียแจ๊คพอดี ทำให้ได้มีโอกาสพูดคุยกัน
การพบเฮียแจ๊ค ศรีรองเมือง ครั้งนั้น ได้รับการชักชวนให้เข้าวงการเลยหรือไม่
เฮียพูดคุยถามไถ่ว่า เป็นยังไงมายังไง ทำอาชีพอะไร ทำไมถึงมาเก็บพระเครื่อง ยังเด็กอยู่เลย ไดก็บอกเกี่ยวกับตัวเอง เฮียก็บอกว่า ไหนๆ ก็มาเช่าพระแล้ว ไม่ลองเล่นพระดูเสียเลยล่ะ ตอนนั้นตัวไดเองยังไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้ว่าจะเล่นอะไรยังไง เฮียก็บอกว่าเริ่มต้นมาเช็ดตู้ ดูพระก่อนก็ได้ ไดก็ขายขนมไปด้วย ว่างก็แวะมาที่ร้านมาดูพระ ก็เริ่มสนุก ได้ดูพระแท้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เป็นงานได้เร็ว เพราะได้มีโอกาสดูพระที่หลากหลาย พร้อมทั้งผู้ใหญ่ให้โอกาส จึงเป็นอะไรที่การเรียนจากการดูหนังสือไม่สามารถให้ประสบการณ์ที่เทียบเท่าได้ พร้อมทั้งประสบการณ์หน้างานที่หาไม่ได้จากที่ไหนค่ะ
ประสบการณ์แรกในการทำงานสายนี้
มีครั้งหนึ่ง มีคนนำพระมาปล่อย เป็นพระเลี่ยมตลับทอง ดูร้อนรนมากๆ และปล่อยแค่หนึ่งหมื่นบาท พี่จ่าก็ไม่รับ ไดก็ถามไปว่า ราคาดีนะไม่รับเหรอ พี่จ่าเขาก็บอกว่า แค่ทองเลี่ยมก็เกินหนึ่งหมื่นบาทแล้ว เวลาจะรับต้องพิจารณาจากหลายๆ อย่างประกอบกัน ไม่อย่างนั้นจะเกิดกรณีรับซื้อของโจร
จุดเปลี่ยนที่ทำให้เข้าสู่วงการพระเครื่องเต็มตัว

ไดทำงานเช็ดตู้ที่ร้านมาเกือบปี พร้อมเช่าพระรุ่นเซ็งลี้ฮ้อหลวงพ่อเกษมมาสององค์ นั้นก็เป็นอีกจุดเปลี่ยนหนึ่ง เพราะงานขายขนมเริ่มไม่ค่อยโอเคแล้ว การเงินขาดสภาพคล่อง ก็แอบคิดว่าอาจจะต้องกลับไปอยู่บ้านที่จังหวัดอุดรธานีกับแม่ แต่กลายเป็นว่า เหรียญเซ็งลี้ฮ้อสองเหรียญ มีลูกค้าทักมาขอซื้อจากที่ได้โพสต์ลงกลุ่มประกาศขาย ตอนนั้นจำได้ว่าขึ้นไปอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ลูกค้าบอกว่าต้องขับมาส่งที่จังหวัดลำปางนะ ก็ตัดสินใจขับรถไป ผลปรากฎว่าขายออกทั้งสององค์ ได้กำไรมาประมาณ 1500 บาท ทำให้มีเงินกลับมากรุงเทพฯ ค่ะ
แต่ในเรื่องดีก็มีความตลกร้ายเกิดขึ้น เพราะตอนที่กลับมาถึงกรุงเทพฯ ได้แวะไปที่สนาม SC สายใต้ และไปเจอเหรียญรุ่นโภคทรัพย์ ซึ่งที่เฮียแจ๊คปล่อยประมาณ 7, 000 บาท แต่ที่ไดเจอที่นั่นในราคาแค่ 5,000 บาท ส่องดูแล้วคิดว่าแท้แน่นอนก็เลยซื้อมา แต่พอนำมาให้เฮียแจ๊คดูก็กลายเป็นว่าซื้อ “ของปลอม” เข้าให้ซะแล้ว (หัวเราะ) เฮียแจ๊คก็เลยสอนว่า “จะเป็นเซียนพระ หากเจอเรื่องแบบนี้ ต้องกลืนเลือดตัวเองเลย และจะทำให้ตัวเราเองเป็นงานได้เร็ว”
เกณฑ์ในการพิจารณาพระแท้ – พระปลอม พิจารณาจากอะไรบ้าง
ต้องดูหมดเลยค่ะ ไม่ว่าจะพิมพ์ ความคมชัดลึก และขอบตัด ซึ่งขอบตัดจะเป็นสิ่งที่ทำให้แต่ละเหรียญแตกต่างกันออกไป เหรียญโภคทรัพย์ปลอมที่ได้มา ต้องถือว่าเป็นงานทำปลอมที่ทำได้ดีระดับหนึ่ง เพราะพิมพ์ได้ ความคมชัดได้ แต่ไดพลาดตรงที่เหรียญใส่กรอบเลี่ยมไว้ทำให้ไม่สามารถดูขอบตัดได้
วงการพระเครื่องในปัจจุบันแตกต่างจากอดีตมากน้อยแค่ไหน

พออยู่มาหลายปี ทำให้เริ่มเข้าใจวงการ กระบวนการ และการทำเงินมากขึ้น ไดมองว่า วงการพระเครื่อง คือวงการของสะสมชนิดหนึ่ง ซึ่งสอดคล้องกับความเชื่อของคนไทยที่เป็นชาวพุทธ ช่วงที่ผ่านมา วงการพระเครื่องก็เจอเรื่องหนักๆ มาก็มาก เช่น เซ็นเช็คเด้ง ทำให้ราคาพระพุ่งเกินกว่าที่ควรจะเป็น จนในปัจจุบัน ไม่มีใครใช้เช็คเช่าพระกันแล้ว ประกอบกับช่วงที่ผ่านมา แวดวงบันเทิงมีเรื่องเกี่ยวกับพระเครื่อง ความเชื่อ ไสยศาสตร์ก็ค่อนข้างมาก ทำให้มีคนมาเช่าพระมากขึ้น สนใจแวดวงพระเครื่องมากขึ้น มีคนรุ่นใหม่ที่ดูภาพยนตร์แล้วสนใจในแวดวงนี้ หรือแม้แต่ดาราคนมีชื่อเสียงก็ให้ความสนใจมากขึ้นกว่าเดิม
คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นหรือไม่
มีนะคะ อย่างส่วนตัว ที่เป็นกรรมการพระเครื่องสายหลวงพ่อเกษม ซึ่งต้องออกต่างจังหวัดบ่อย ก็เริ่มเห็นว่ามีผู้หญิงที่ก้าวเข้ามาสู่วงการพระเครื่องมากขึ้น บางส่วนก็บอกว่า เข้ามาในวงการนี้เพราะดูการไลฟ์สดของได นอกจากนั้นก็มีผู้ชายที่อายุไม่มากเข้ามาในวงการมากขึ้นด้วย จากแต่เดิมที่จะเป็นวัยผู้ใหญ่หน่อยๆ
ความเป็นเพศหญิงเป็นอุปสรรคต่อการทำงานในวงการพระเครื่องหรือไม่ หรือมีข้อได้เปรียบอย่างไร
อุปสรรคค่อนข้างเยอะอยู่นะคะ วงการนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือเครดิตส่วนตัวและการรักษาคำพูด สมมติว่า มีคนนำพระมาปล่อย แล้วตัวไดต่อราคา อีกฝ่ายตัดสินใจขาย ไดต้องจ่ายเงินเดี๋ยวนั้นเลย เป็นการรักษาคำพูด คำพูดในวงการพระเครื่องศักดิ์สิทธิ์มาก ต้องรักษาสัจจะเอาไว้ตลอดชีวิต ถ้าหากยังอยากจะให้มีคนมาเช่าพระเครื่องกับเราอยู่
ในทางกลับกันถ้ามองว่าเป็นอุปสรรคหรือไม่ ส่วนตัวมองว่าเป็นอีกจุดหนึ่งที่ตัวเราต้องพิสูจน์ว่า ทำไมถึงต้องมาเช่าพระกับเรา ไปเช่ากับคนอื่นไม่ดีกว่าหรือ ในขณะที่ยุคนี้การเข้าถึงข้อมูลของผู้คนเป็นไปอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว ถ้าหากตัวไดผิดคำพูด หรือโกงเมื่อไหร่ จบทันที ไม่มีโอกาสแก้ตัวเลย
แต่ถ้าถามว่าเป็นข้อได้เปรียบหรือไม่ ก็อาจจะมีบ้าง นั่นเพราะวงการพระเครื่องนั้น แต่เดิมไม่ใช่แวดวงที่จะถ่ายทอดวิชาให้ใครได้ง่ายๆ เป็นแวดวงที่เข้าถึงค่อนข้างยาก แต่มาในปัจจุบันก็พร้อมที่จะเปิดโอกาสให้ความรู้กับเรามากยิ่งขึ้น บางครั้งแค่ออกไปเดินๆ ก็ถูกชวนให้มาดูพระรุ่นนั้น รุ่นนี้ ประกอบกับที่ไดเป็นผู้หญิงด้วย พี่ๆ หลายท่านก็ให้ความเอ็นดู
เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ส่งผลต่อการเปิดกว้างของแวดวงพระเครื่องมากน้อยเพียงใด และส่วนตัวคิดว่าเข้าวงการมาในจังหวะที่ถูกหรือไม่

เทคโนโลยีใหม่ๆ ส่งผลต่อความเป็นไปของแวดวงค่อนข้างมากค่ะ และรู้สึกว่าช่วงเวลาที่ไดเข้าวงการนั้น ดีมากๆ ตั้งแต่ตอนที่ได้เจอเฮียแจ๊ค ศรีรองเมือง ที่สอนให้ได้รู้เกี่ยวกับกฏของวงการพระเครื่อง ว่าอะไรควรหรือไม่ควรทำ เฮียจะสอนอยู่ตลอด ทำให้รู้สึกว่าการได้เจอเฮียแจ็ค เป็นจุดที่ดีมาก ท่ามกลางแวดวงซึ่งมีคนที่แตกต่างหลากหลายกันไป ยิ่งพอมี Social Media ที่ตัวเราเองถนัดในการทำคลิป ทำคอนเทนต์ไลฟ์สด ก็มีส่วนช่วยให้เป็นที่รู้จักได้เร็วขึ้น ปล่อยเช่าพระได้มากขึ้น
นำความรู้ที่เรียนจากคณะรัฐศาสตร์มาประยุกต์ใช้กับการทำงานในแวดวงพระเครื่องมากน้อยเพียงใด
นำมาใช้อย่างมากเลยค่ะ เพราะการเช่าพระ นอกจากดูพระแล้ว ต้องดูคนด้วย พอมาอยู่ในวงการ เรื่องต่างๆ เข้ามาไม่หยุด เจอคนที่แตกต่างหลากหลายกันไป เข้ามาหาผลประโยชน์บ้าง ปล่อยพระบ้าง นำพระมาหลอกให้ดูก็มี หรือบางคนขโมยพระมาปล่อยก็มีเช่นกัน แต่การที่ได้เรียนมนุษยศาสตร์ ทำให้พอประเมินและสังเกตผู้คนได้บ้าง อย่างช่องรับข้อความใน Social Media วันๆ หนึ่งเข้ามาเป็นร้อยเป็นพัน ส่งรูปพระมาให้ดู แบบนี้ก็ต้องประเมินแล้วคะว่าเป็นเจ้าของจริงหรือไม่ เป็นชาวบ้านธรรมดาทั่วไปหรือเปล่า ต้องแยกแยะให้ออก ดูให้ชัดเจน
มีจุดที่ลำบากใจหรือไม่ แล้วมีวิธีถือจัดการเกลี่ยสมดุลนี้อย่างไร
ช่วงแรกเครียดมากเลยนะคะ เพราะเพิ่งเรียนจบ ไม่เคยพบเจออะไรแบบนี้มาก่อน เรียกว่าสี่ปีที่อยู่ในแวดวงพระเครื่อง ใช้ชีวิตได้มากกว่ายี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาเสียอีก รู้สึกตัวเองโตขึ้นมาก วุฒิภาวะ การพบเจอผู้คน การอยู่หน้าร้าน ทำให้เห็นผู้คนที่หลากหลายแตกต่างและเต็มไปด้วยจุดประสงค์ในการนำองค์พระมาให้ดู นั่นยิ่งทำให้ตัวไดเองต้องฝึกฝนตัวเองให้หนัก และรักษาเครดิตคำพูดของตัวเองให้ดี
คำแนะนำสำหรับมือใหม่ที่สนใจสะสมพระเครื่องว่าควรเริ่มอย่างไร

ศึกษาก่อนเลย ศึกษาให้มากพอ นั่นเพราะพระเครื่อง ก็คือของสะสมชนิดหนี่ง ไม่แตกต่างจากของสะสมชนิดอื่นๆ ที่ต้องศึกษารายละเอียด ที่มา-ที่ไป เพียงแต่พระเครื่องจะมีรายละเอียดที่มากกว่า อย่างเช่น พระรุ่นระฆังหลวงพ่อเกษม ก็มีอยู่ห้าบล็อค ถ้าไปซื้อบล็อคล่างๆ ในราคาของบล็อคบนๆ ก็ขาดทุนแล้ว ส่วนตัวจะแนะนำว่า ถ้าอยากสะสมหรือเล่นพระ ศึกษาไปก่อนหนึ่งปีแล้วค่อยมาเช่าพระก็ยังไม่สาย ศึกษาแค่พอรู้ไม่ได้ ต้องรู้ให้ทั่ว รู้ให้จริง
แสดงว่าวงการพระเครื่อง ไม่ได้มีหลักเกณฑ์ตายตัว แต่ขึ้นกับการดูที่หน้างาน
ใช่ค่ะ อย่างเช่น มีคนส่งรูปพระมาให้ดูไม่ว่าจะจำนวนมากมายแค่ไหน อย่างไรก็ต้องจบที่หน้างาน ต้องจบที่องค์จริงเท่านั้น ต้องได้ดู ได้เห็น ได้สังเกตรายละเอียด ถ้าโอเค ถึงจ่ายเงินเช่า สรุปคือขึ้นกับหน้างานอย่างเดียวเลยค่ะ
มีวิธีรับมือกับชื่อเสียงและผู้คนทั้งในและนอกวงการพระเครื่องอย่างไรบ้าง
ส่วนตัวไม่ค่อยซีเรียสกับเรื่องดราม่าต่างๆ ที่เข้ามานะคะ เพราะรู้วิธีที่จะรับมือและจัดการความรู้สึกของตัวเอง แต่สิ่งที่หนักใจและลำบากใจมากๆ ในแวดวงพระเครื่องคือ ตัวเราเก่งไม่ทันชื่อเสียง ในช่วงแรก ช่วงนั้นศึกษายังไม่ได้กว้างขวางมากนัก แต่ก็มีคนส่งพระมาให้ดูเยอะมาก รวมถึงเซียนสายอื่นที่ชอบนำพระมาลองวิชากับได วงการพระความเก่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ก็เจอมาเยอะทีเดียว นำพระมาให้ดูแล้วถามว่า รุ่นอะไร หลวงพ่ออะไร บล็อคอะไร ช่วงที่เครียดที่สุด คือ ช่วงที่เริ่มเป็นที่รู้จักแต่ตัวเรายังเก่งไม่มากพอ
ส่วนวิธีจัดการความเครียดในสภาวะเหล่านี้ คือการเรียนและศึกษาให้มากพอค่ะ เรียนเลย ใครมาลองของก็บอกไปตรงๆ ว่าไม่เป็นค่ะ สอนหน่อย รุ่นนี้อะไร ดูอย่างไร มีความนอบน้อมอยู่กับตัวเสมอ ซึ่งก็มักจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกลับมา รวมถึงใช้ความเครียดเป็นแรงผลักดัน ให้เรียนเยอะขึ้น ศึกษามากขึ้น เพื่อไม่ให้เสื่อมเสียถึงครูบาอาจารย์ที่สั่งสอนมาค่ะ
ปัจจัยที่ทำให้สามารถมายืนอยู่ ณ จุดนี้ได้
แบ่งเป็นสามปัจจัยหลักนะคะ คือ
หนึ่ง ผู้คนรอบตัวที่ดีมากๆ ตั้งแต่มาศรัทธาหลวงพ่อเกษม ก็พบว่าผู้คนรอบตัวเราเป็นคนดีมากๆ อย่างไม่น่าเชื่อ เป็นคนจริงใจ น่ารัก พร้อมให้ความรู้ต่อเราอยู่เสมอ พร้อมผลักดันเราในทุกทางที่สามารถทำได้ กลายเป็นว่าทั้งสายส่งเสริมซึ่งกันและกันหมด รวมทั้งพร้อมส่งให้พระสายนี้ไปได้ไกล ไปได้กว้างกว่าที่เคย
สอง คือ การที่มีพื้นฐาน Social Media ไดมองว่า การที่ตัวเรามีพื้นฐานในการทำคอนเทนต์ ทำคลิป ทำรายการ เข้าใจ Mindset ของผู้ชมในปัจจุบัน เป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้มาถึงจุดนี้ได้
สาม ปัจจัยสุดท้าย มีวินัย พัฒนาตัวเอง เรียนรู้อยู่เสมอ อย่างตอนช่วงแรกที่ไลฟ์สด ช่วงที่ยังไม่มั่นใจว่าเก่งเพียงพอหรือไม่ เวลาถ่ายทอดสด ก็จะมี Post-It เป็นร้อยๆ ใบวางไว้อยู่ข้างหน้า เพื่อจดรายละเอียดของพระแต่ละองค์ว่า รุ่นอะไร เนื้อพิมพ์อะไร บล็อคอะไร วันหนึ่งเป็นร้อย เดือนหนึ่งเป็นพัน นั่นเป็นจุดที่รู้สึกได้ว่าทำให้เก่งอย่างก้าวกระโดดมากๆ จึงอยากจะย้ำว่า วินัยกับการเรียนรู้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้าไม่สามารถให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับผู้ชมได้ ก็ไม่น่าจะไปรอดในวงการนี้ด้วยเช่นกัน
ในฐานะรุ่นพี่ของแวดวงพระเครื่อง อยากแนะนำน้องๆ คนรุ่นใหม่ ที่ต้องการเข้าสู่วงการพระเครื่องอย่างไร

วงการนี้ ความเก่ง ความรู้ ความสามารถ เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ศึกษาให้มากพอ เรียนรู้ให้มากพอ ทั้งในเรื่องของพระเครื่อง เรื่องการตลาด เรื่องการมองคน อย่างในตอนนี้ ส่วนตัวก็เช่าแผงเปล่าเอาไว้นะคะ เพราะเวลามีคนถามว่ามีหน้าร้านหรือไม่ ก็จะบอกได้เต็มปากว่า มี ตอนนี้ก็เริ่มวางระบบจะเปิดหน้าร้านอย่างเป็นทางการแล้วในอีกไม่นานค่ะ
ถึงวันนี้ผลตอบรับจากการเข้าสู่วงการพระเครื่องของคุณต่อผู้คนในแวดวงอาชีพเดียวกันเป็นอย่างไร
ผลตอบรับดีขึ้นนะคะ พี่ๆ ก็ให้การยอมรับมากขึ้น สิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้ว่าเป็นการยอมรับอย่างมาก คือการได้รับมอบหมายให้ไปเป็นกรรมการตัดสินพระเครื่องสายหลวงพ่อเกษมหลังจากอยู่ในแวดวงได้สามปีกว่า ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาที่น้อยมาก อาจจะด้วยเพราะพี่ๆ เห็นว่าขยัน ตั้งใจทำงาน เลยมอบหมายความรับผิดชอบนี้มาให้ ซึ่งก็ทำให้ไดได้เรียนรู้มากยิ่งขึ้นไปอีกขั้นด้วย
ประสบการณ์แรกของการเป็นกรรมการตัดสินประกวดพระเครื่อง
ค่อนข้างเหวอพอสมควร เพราะการดูพระในงาน มีทั้งพระแท้ และพระปลอม ซึ่งถามว่าทำไมมีคนกล้านำพระปลอมมาประกวด ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การออกบัตรว่าเป็นพระแท้นั้น ต้องไปออกที่สมาคมพระเครื่องพระบูชาแห่งประเทศไทย ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ นับว่านานมาก แต่ถ้าต้องการรู้เร็วไปประกวด ให้เซียนพระดู ถ้าไม่แท้ ก็จะได้รู้ แต่ถ้าแท้ ก็ถือว่าเป็นการยืนยันไปในอีกทางหนึ่งทันที และลงทุนเพียงสามร้อยบาทเท่านั้น
แต่ถ้าถามว่าเครียดหรือไม่ ในฐานะกรรมการประกวดพระ พอสมควรเลยค่ะ เพราะถ้าดูพระแล้วเซ็นรับไปว่าพระแท้ และมารู้ทีหลังว่าเป็นของปลอม จะเป็นอะไรที่เสื่อมเสียชื่อมากๆ ทำให้ต้องตั้งใจดูอย่างจริงจังเลย ต้องเข้มข้นกับตัวเองในระดับหนึ่งเลยทีดียว
มองเป้าหมายในอนาคตของตัวเองต่อวงการพระเครื่องไว้อย่างไร
เคยพูดกับท่านหนึ่งว่า ชอบป๋าพายัพ คำพันธ์ นายกสมาคมพระเครื่องพระบูชาไทยมากๆ มีพระเยอะ เท่ และไดก็อยากจะเท่ให้ได้เหมือนกับป๋าบ้าง จริงๆ เป้าหมายที่มองไว้ คือต้องการเป็นนายกสมาคมพระเครื่องพระบูชาไทย เพราะแม้จะมีเรื่องที่ต้องแบกรับเยอะ แต่ก็เชื่อว่าด้วยมุมมองของคนรุ่นใหม่ น่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์สำหรับแวดวงพระเครื่องได้ไม่มากก็น้อยค่ะ
ส่วนตัวมีพระเครื่องรุ่นไหนบ้างที่ชื่นชอบ พร้อมเหตุผล
ชอบสายหลวงพ่อเกษมค่ะ รุ่นที่ใฝ่ฝันที่สุด คือเหรียญโชคดีรุ่นเนื้อทองคำ ซึ่งในปัจจุบันได้ครอบครองรุ่นเนื้อเงินโดยอาศัยการขอผ่อนชำระกับเฮียแจ๊ค ศรีรองเมือง (หัวเราะ) เป็นเหรียญที่ภูมิใจที่สุดที่ได้มา แล้วก็เหรียญรุ่นปิดตาสารพัดดี หลวงพ่อเกษม เนื้อทองคำ เล็กที่สุด แพงที่สุด
เคยคิดหรือมองหาอาชีพอื่นนอกเหนือจากงานในวงการพระเครื่องหรือไม่ และอาชีพนั้นคืออาชีพอะไร
ตั้งใจจะอยู่กับแวดวงพระเครื่องไปตลอดชีวิตนะคะ แต่ก็เคยคิดหาธุรกิจอื่นๆ ทำเหมือนกัน จุดนี้ ต้องอธิบายก่อนว่า วงการพระเครื่องนั้น เงินที่ได้จากการปล่อยเช่าพระ จะใช้เลยทันทีไม่ได้ ต้องมีการประกันราคาพระ จึงต้องกันเงินส่วนหนึ่งไว้ให้เป็นกระแสเงินสดเพื่อรองรับการประกันส่วนนี้ เลยคิดว่าถ้าจะทำธุรกิจเล็กๆ ของตัวเอง คงหาธุรกิจที่พอได้เงินมาแล้วใช้เงินได้เลยทันที (หัวเราะ)
ต้นแบบหรือไอดอลของคุณในวงการพระเครื่องมีหรือไม่ ถ้ามีคือใคร

คนนี้เลยค่ะเป็นทั้งครูและไอดอล เฮียแจ๊ค ศรีรองเมือง
หากจะให้นิยามความเป็นตัวตนของคุณ จะให้นิยามว่าอย่างไร
เป็นเซียนพระคนหนึ่งในสายของหลวงพ่อเกษมก็แล้วกันค่ะ
การทำงานในวงการนี้ส่งผลต่อมุมมองการใช้ชีวิตของคุณอย่างไร
อย่างที่กล่าวไว้ในคำตอบก่อนหน้านี้นะคะว่า สี่ปีที่อยู่ในวงการนี้เหมือนใช้ชีวิตมากกว่ายี่สิบกว่าปีก่อนหน้านั้นทั้งหมดเลย ได้เรียนรู้ทั้งการวางตัว การพบเจอผู้คน แนวคิดต่างๆ นานา ได้อาชีพที่เลี้ยงดูตัวเอง ได้เติบโตทั้งวุฒิภาวะ ความคิด การปฏิบัติกับผู้คน รวมถึงการมองผู้คนค่ะ
คาดหวังให้วงการพระเครื่องเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด
วงการพระเครื่องเป็นวงการที่ผู้หลักผู้ใหญ่ได้วางรากฐานและแนวทางไว้ดีมากแล้ว แต่อาจจะดีขึ้นถ้าหากมีระบบคัดกรองคนที่จะเข้ามาเป็นเซียนพระ มีการจัดสรร มีการวางรูปแบบให้เป็นระบบมากขึ้น ถ้ามีการเข้าสู่ระบบและยืนยันตัวตน ก็น่าจะดีขึ้นมากค่ะ
สิ่งที่อยากจะฝากให้กับผู้อ่าน GM Live

อยากฝากถึงสำหรับคนที่สนใจที่จะเข้ามาในวงการพระเครื่อง หากอยากลองเช่าพระ ก็ต้องศึกษาให้ดี ให้ลึก ฝึกดูคนให้มาก หาเซียนที่น่าเชื่อถือในการเช่าหา และระวังมิจฉาชีพให้มากๆ ค่ะ
และนี่คือ มุมมอง แนวคิด ในชีวิตการทำงานต่อวงการพระเครื่องที่เธอรักและมุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงจุดหมายที่ได้ปักหมุดไว้




