Connect with us

Subscribe

Life

รู้ไว้ขายงานผ่านฉลุย

6 คำสำคัญที่จะช่วยให้คุณขายงานได้อย่างราบรื่น

แม้ไอเดียหรือแผนงานของคุณจะเจ๋งสักแค่ไหน แต่หากไม่รู้จักศิลปะการพูดที่สามารถดึงดูด หรือทำให้อีกฝ่ายเกิดความเชื่อมั่นในตัวเราได้ โอกาสที่จะได้สร้างสรรค์งานดีๆ ก็อาจหายไปในพริบตา

Reasons to Read

  • แม้ไอเดียหรือแผนงานของคุณจะเจ๋งสักแค่ไหน แต่หากไม่รู้จักศิลปะการพูดที่สามารถดึงดูด หรือทำให้อีกฝ่ายเกิดความเชื่อมั่นในตัวเราได้ โอกาสที่จะได้สร้างสรรค์งานดีๆ ก็อาจหายไปในพริบตา

เมื่อถึงวันตัดสินชะตาว่าไอเดียไหนจะเข้ารอบหรือถูกปัดตก นอกจากการเตรียมตัวมาอย่างมั่นใจ พร้อมถือข้อมูลที่ช่วยเรียกความเชื่อมั่นไว้ในมือแล้ว อีกสิ่งที่หนึ่งที่จะเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับชัยชนะในการนำเสนองานหรือขายไอเดียได้ราบรื่นขึ้นก็คือ การใช้คำพูดที่ทำให้ผู้ฟังเชื่อว่า คุณพร้อมทุ่มเทให้กับงานนี้จนประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน

แล้วคำพูดไหนควรจำให้ขึ้นใจ คำไหนไม่ควรพูดเพราะอาจชวดงานบ้าง เรามาเปิดสูตรดู 6 คำสำคัญที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จไปพร้อมๆ กันดีกว่า

1 . ผมเชื่อว่า…

คำแรกดูเป็นคำง่ายๆ แต่บอกเลยว่าช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ฟังได้มาก เพราะคำนี้จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าเรามั่นใจในสิ่งที่พูด ทำให้ข้อมูลที่เรานำเสนอฟังดูมีน้ำหนัก หรือเพิ่มความเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราเสนอจะเป็นไปได้อย่างแน่นอน อย่างเช่น “ผมเชื่อว่าแคมเปญนี้จะถูกใจกลุ่มเป้าหมาย” หรือ “ผมเชื่อว่าปัญหานี้ไม่ยากเกินแก้ไข” เป็นต้น ดังนั้น คำนี้ควรจำให้ขึ้นใจ และควรใช้แทนคำต้องห้าม เช่น “ผมคิดว่า…”  ที่ทำให้คุณดูไม่มีความมั่นใจเอาเสียเลย

2. ผมรู้ว่า…

นอกจากคำนี้จะช่วยสร้างกำลังใจและเรียกความเชื่อมั่นให้กับทีมของเรา (หรืออาจผู้ฟังด้วย) ที่เป็นปัจจัยสำคัญซึ่งมีส่วนทำให้เราดูน่าเชื่อถือมากขึ้นแล้ว ก็ยังเป็นการพูดเพื่อแสดงถึงความพร้อมในการทำงาน หรือทำให้ผู้ฟังรู้ว่าเรามีความมั่นใจในบุคคลหรือโปรเจ็กต์นั้นๆ ได้ด้วย อาทิ “ผมรู้ว่าโครงการนี้จะประสบความสำเร็จ” หรือ “ผมรู้ว่าทีมของเราสามารถทำได้” การพูดเช่นนี้นอกจากทำให้ลูกค้ามองเห็นทีมงานที่น่าเชื่อถือ ก็ยังเป็นการแสดงความเป็นผู้นำทีมที่ดีอีกด้วยนะ

3. ผมมั่นใจ

จุดสำคัญของการนำเสนอไอเดียก็คือ การทำให้ผู้ฟังคล้อยตามและมั่นใจในแผนงานของเราให้ได้ ซึ่งการเติมคำว่า มั่นใจ เข้าไปในประโยค จะทำให้ข้อความที่เราพูดฟังดูสำคัญและเป็นที่น่าจดจำ แถมยังเพิ่มความหนักแน่น น่าเชื่อถือ และอาจจูงใจผู้ฟังได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่าง หากมีการเสนองานแข่งกัน แล้วฝ่ายหนึ่งพูดว่า “แผน A จะส่งผลดีต่อบริษัท” กับอีกฝ่ายหนึ่งพูดว่า “ผมมั่นใจว่าแผน B จะส่งผลดีต่อบริษัท” ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าคนอาจจะเลือกแผน B เพราะผู้พูดแสดงออกถึงความมั่นใจมากกว่า และไม่แน่ว่าอาจได้โอกาสอธิบายรายละเอียดเพิ่มอีก (ขายงานนั่นแหละ) หากผู้ฟังอยากรู้ว่าอะไรที่ทำให้คุณมั่นใจ

4. ผมรับรองว่า…

นอกจากเป็นอีกคำที่เพิ่มความมั่นใจให้ผู้ฟังแล้ว คำนี้ก็ยังนำมาใช้ในอีกมุมได้อย่างน่าสนใจ เพราะคงไม่ใช่ทุกครั้งที่เราจะตอบคำถามได้อย่างมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ จริงไหม? แต่แทนที่จะแสดงออกถึงความไม่มั่นใจหรือไม่พร้อมด้วยคำพูดอย่าง “ผมก็ไม่แน่ใจ” “มันอาจจะเป็นเช่นนั้น” หรือ “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน” ให้เปลี่ยนมาใช้คำว่า “ผมรับรองว่า…” แทนจะดีกว่า อย่างเช่น “แม้จะมีปัญหา แต่ผมรับรองว่าจะมีลูกค้าเพิ่มขึ้น” “ผมรับรองว่าทีมของเราสามารถทำได้” หรือ “ผมรับรองว่าจะตัดสินใจอย่างถูกต้อง” แม้การตอบเช่นนี้จะแสดงถึงความไม่มั่นใจเต็มร้อย ทว่าผู้ฟังจะสัมผัสได้ว่าคุณมีความพร้อมรับมือกับปัญหามากกว่า

5. ผมเล็งเห็นว่า…

นอกจากความมั่นใจ ความน่าเชื่อถือ และความพร้อมต่างๆ ที่เราต้องมีแล้ว การแสดงออกถึงการวางแผนในอนาคต หรือการคาดการณ์ผลลัพธ์ก็เป็นอีกหนึ่งหมัดเด็ดที่ช่วยให้ผู้ฟังรู้สึกสนใจและอยากร่วมงานกับเรามากขึ้นได้ ด้วยการพูดถึงผลประโยชน์ที่อีกฝ่ายจะได้รับในระยะยาวหากเลือกร่วมงานกับเรา อาทิ “ผมเล็งเห็นว่าความสำเร็จนี้จะทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น” หรือ “ผมเล็งเห็นว่าปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้นอีก” การพูดถึงสิ่งที่คาดการณ์ในอนาคตจะทำให้อีกฝ่ายตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เพราะได้รู้ว่าการลงทุนร่วมงานครั้งนี้กำลังจะได้ผลตอบแทนแบบไหน

6. ผมเข้าใจ…

เป็นอีกคำที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังไม่น้อย เพราะการจะนำเสนองานหรือขายไอเดียให้สำเร็จ การปล่อยให้อีกฝ่ายนั่งฟังเราขายของอย่างเดียวคงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่ แต่เราควรทำให้ผู้ฟังรับรู้ว่า เราเปิดรับและพร้อมฟังความคิดเห็น ปัญหา และคำแนะนำจากอีกฝ่ายเช่นกัน ดังนั้นเมื่อมีคำถามหรือปัญหาเกิดขึ้นในห้องประชุม การใช้คำพูดว่า “ผมเข้าใจ” ก่อนพูดถึงตัวเลือกหรือปัญหาต่อจะช่วยให้อีกฝ่ายรับรู้ว่า ความคิดเห็นหรือปัญหาของเขาถูกรับฟัง ไม่ใช่ปล่อยผ่าน แถมบางครั้งการใช้คำพูดนี้ในห้องประชุมที่กำลังลุกเป็นไฟก็อาจช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงได้ด้วย

แม้ไอเดียหรือแผนงานของคุณจะเจ๋งสักแค่ไหน แต่หากไม่รู้จักศิลปะการพูดที่สามารถดึงดูด หรือทำให้อีกฝ่ายเกิดความเชื่อมั่นในตัวเราได้ โอกาสที่จะได้สร้างสรรค์งานดีๆ ก็อาจหายไปในพริบตา ดังนั้น ไม่ใช่เรื่องแย่หากจะลองฝึกนำไปใช้ให้คล่องปาก เผื่อว่าวันหนึ่งเมื่อโอกาสดีๆ เข้ามา เราจะได้พร้อมรับมือและขายไอเดียได้อย่างไม่ขัดเขิน

Written By

อยากได้อะไรเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับตัวเอง

Life

มองอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ผ่านเลนส์
ดร.ยศพงษ์ ลออนวล

Life

สู่บทเรียน “ธนาคารกลางท่ามกลางความท้าทาย” ของผู้ว่าการวิรไท

Interview

ประสิทธิ์ เจียวก๊ก : Giving is Important to Business

Interview

Inspiring WATCHES

Life

เปิดใจ ‘วี BNK48’ กับบทนางเอกครั้งแรก

GM TV

Advertisement
Connect
Newsletter Signup