x

ที่ฮาราจูกุมีแฟชั่นน่ารักๆ มากมาย แต่เมื่อมองให้ลึกไปในกลุ่มก้อนสีชมพู คุณอาจได้เจอกับโลกสีเทา ย่านฮาราจูกุของกรุงโตเกียวเป็นที่แฮงเอาท์ของเหล่าแฟชั่นนิสต้าที่โดดเด่นและไม่เหมือนใครในโลก ทั้งยังอุดมไปด้วยร้านอาหาร ร้านค้า และคาเฟ่ ที่เป็นแหล่งรวมตัวสำหรับกลุ่มคนมีสไตล์ เพื่อแสดงออกว่าพวกเขาสามารถหลุดออกจากบรรทัดฐานสังคมไปได้แค่ไหน ตั้งแต่แนวโกธิค โลลิต้า ไปจนถึง เดคอร่า สไตล์การแต่งตัวที่เน้นประโคมเครื่องประดับจัดเต็ม
 
การแสดงออกของความน่ารักอย่างสุดขอบถือเป็นจุดร่วมของสไตล์ส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นจากย่านฮาราจูกุ เป็นจุดขายที่ทำให้สไตล์เหล่านี้โด่งดังและได้รับการยอมรับไปสู่ต่างประเทศได้ คำว่า ‘คาวาอี้’ กลายเป็นนิยามของความน่ารักในแบบฉบับญี่ปุ่น แต่สิ่งที่คนจำนวนมากยังไม่รู้เกี่ยวกับสไตล์คาวาอี้ของญี่ปุ่น คือไม่ได้มีเพียงความสดใสและการมองโลกในแง่ดีเพียงอย่างเดียว
 
หากคุณไปเดินฮาราจูกุและสามารถอ่านภาษาญี่ปุ่นออก คุณอาจจะพบความแปลกที่แทรกอยู่บนเครื่องแต่งกายของบางคน ไม่ว่าจะเป็นลายของเข็มกลัดที่เขียนว่า ‘อยากตาย’ ผ้าปิดปากประทับคำว่า ‘ตาย’ หรือเสื้อที่สกรีนคำว่า ‘ไปตายซะ’ อยู่บนอก ซึ่งข้อความทั้งหมดจะถูกฉาบด้วยรูปลักษณ์ที่แสนคาวาอี้กับสีชมพูพาสเทล ที่หากมองเผินๆ คงไม่มีใครรู้ว่าภายในนั้นช่างมืดมน
 
เป็นที่รู้กันว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นมีสถิติการฆ่าตัวตายสูงมาก เพราะเป็นสังคมที่มีระเบียบวินัยสูง ชาวญี่ปุ่นต้องเผชิญกับความกดดันมาก แต่กลับไม่มีการดูแลส่งเสริมให้จิตแพทย์มีบทบาทในสังคมมากพอ ผู้คนที่เป็นทุกข์จึงต้องหาวิธีระบายความเครียดนั้นออกมาผ่านวิธีต่างๆ รวมถึงแฟชั่น จนเกิดเป็นแฟชั่นที่ซุกซ่อนบาดแผลของจิตใจ
สไตล์คาวาอี้ใหม่นี้มีชื่อว่า ‘Yami Kawaii’ (หมายถึงความน่ารักแบบป่วยๆ) เป็นแฟชั่นที่แสดงออกถึงเรื่องราวของความเศร้าของผู้สวมใส่ บอกเล่าถึงปัญหาทางจิตใจ ภาวะซึมเศร้า การแยกตัวออกจากสังคม และความต้องการฆ่าตัวตาย

ด้วยการแทรกองค์ประกอบมืดหม่นเป็นคำพูด อุปกรณ์ฆ่าตัวตาย หรือของในโรงพยาบาล ลงไปในสิ่งที่ตรงข้ามกับความเศร้าโดยสิ้นเชิง อย่างชุดกระโปรงพลีทสีชมพูแสนน่ารัก และตัวการ์ตูนตาหวาน
 
จุดเริ่มต้นของสไตล์นี้มาจากการวาดภาพเพื่อระบายความเครียดผ่านตัวการ์ตูนของ Bisuko ผู้วาดเมนเฮระจัง (Menhera มาจากคำว่า Menheraหมายถึงคนที่มีปัญหาทางจิต) ตัวละครเด็กผู้หญิงที่เปลี่ยนความซึมเศร้าให้เป็นพลังวิเศษ จนตัวละครนี้เริ่มมีชื่อเสียง ก็ได้มีการทำสินค้าต่างๆ ออกมาขายและได้รับความนิยมจนกลายเป็นสไตล์การแต่งตัวในที่สุด
แม้เบื้องลึกจะไม่คาวาอี้เหมือนภาพลักษณ์ แต่ Yami Kawaii ก็ช่วยให้พวกเขาได้รับโอกาสในการแสดงตัวตนด้านที่ไม่สดใสออกมาอย่างคาวาอี้ได้เหมือนคนทั่วไป เป็นสไตล์ของคนเศร้าที่เข้มแข็ง พยายามจะมีชีวิตที่สวยงาม และคงไม่ผิดอะไร ถ้านิยามคำว่า ‘คาวาอี้’ จะเปลี่ยนไปสักหน่อย เพื่อให้โอกาสทุกคนได้มีชีวิตที่ ‘น่ารัก’ เป็นของตัวเอง