Connect with us

Subscribe

Life

อย่าทำให้คำว่าป่วยเป็นคำแบ่งเขาแบ่งเรา และทุกคนต่างไม่มีใครปกติ

เรื่อง : ณัฐนนท์ ดวงสูงเนิน 

เราอ่านข่าวความรุนแรงที่เกิดขึ้นบนหน้า Facebook Feed ทุกวัน เกี่ยวกับเด็กทำพฤติกรรมที่ดูจะรุนแรงเกินเด็ก เกี่ยวกับความรุนแรงที่ผู้ใหญ่กระทำกับเด็ก เกี่ยวกับแนวคิดและวิธีการมองโลกที่เป็นบ่อเกิดของความโหดร้ายรุนแรง หนึ่งในการแสดงความคิดเห็นที่พบเห็นได้แทบจะทุกข่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องแนวๆ นี้ได้แก่ “เด็กมันไม่ปกติ”, “เด็กมันป่วย” หรือ “มันเป็นโรคซึมเศร้า” และ “มันไม่ปกติ” 

คำพูดพวกนี้หมายความว่าอย่างไร อาจจะหมายความว่า เป็นเรื่องปกติที่ไม่น่าตื่นเต้นตกใจอะไร พวกคนป่วยมักจะแสดงอาการพวกนี้อยู่แล้ว? หรือว่าไม่ใช่เรื่องของเรา เพราะคนพวกนี้ป่วย พวกเขาจึงแสดงอาการเช่นนี้ออกมา และไม่ใช่เรื่องที่เราจะต้องปรับปรุงแก้ไขอะไรอย่างอื่น เพราะคนพวกนี้เองที่เป็นปัญหา

การคิดแบบนี้ดูแล้วอาจจะไม่ค่อยเป็นผลดีเท่าไหร่ เพราะสุดท้ายมันคือการสร้าง “ความแตกต่าง” ราวกับว่าเขาและเราอยู่คนละโลกกันและไม่สามารถใช้กฎและคำอธิบายชุดเดียวกันได้

จะลองยกตัวอย่างให้ฟัง สมมติว่าคุณมีเพื่อนคนนึง มีพฤติกรรมการทำร้ายตัวเอง กรีดแขน คนรอบตัวอาจจะบอกว่าให้ไปหาหมอ หาจิตแพทย์เพราะว่าป่วย ไม่ปกติ จากนั้นความคาดหวังทั้งหมดจะถูกโยนไปกับการเข้ารักษา “หาหมอแล้วต้องดีขึ้น” “หาหมอแล้วต้องหาย” บุคคลนั้นควรจะได้รับการถูกบำบัดเพราะมีบางอย่าง “เสีย” ในเขาคนนั้น พ่อแม่บางคนเชื่อหมอยิ่งกว่าเชื่อลูกตัวเองเพราะแค่คำว่า “หมอ” และหมอปกติ ส่วนลูกนั้นไม่ปกติ 

สุดท้ายแล้วความพยายามในการช่วยกลับกลายเป็นการสร้างความแตกต่าง ผลักคนคนนั้นออกไปและคาดหวังให้เขาเดินกลับมาเป็นคนอีกคนหนึ่ง ซึ่งมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นเพราะแท้จริงแล้วคนพวกนี้ต้องการความเข้าใจในความเป็นพวกเขาและสิ่งที่พวกเขาเป็น

ความปกติของเราถูกนิยามบนอะไรกันแน่ ข้อมูลเชิงสถิติ ? ความ Bias ส่วนตัว ? หรือความเชื่อที่ถูกจากการหล่อหลอมโดยสังคม

ทุกอย่างเมื่อมองย้อนกลับไปแล้วมันมีที่มาหมด ถ้าสมมติเราบอกว่า คนทำร้ายตัวเองเป็นเรื่องไม่ปกติ ถ้าข้อมูลเชิงสถิติบอกคุณว่าคน 1/4 (ตัวเลขสมมติ) เคยมีพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง (Self-harm) คุณจะรู้สึกว่ามันไม่ปกติอยู่หรือเปล่า หรือการถูกหล่อหลอมโดยความเชื่อของสังคม เพราะอะไร ?

อะไรที่ทำให้เชื่อว่าการทำร้ายตัวเองไม่ควรจะเป็นเรื่องปกติ แต่อย่างไรก็ดี สิ่งนั้นได้เกิดขึ้นแล้ว มันเกิดขึ้นโดยไม่ได้หวังให้ถูกอธิบายด้วยปัจจัยภายนอก แต่ควรถูกอธิบายถึงเหตุและผลของมันต่างหาก

สุดท้ายแล้ว การบอกว่าคนอื่นไม่ปกติ อาจจะเป็นการโฟกัสผิดจุด สิ่งที่เราควรโฟกัสคือ เขาเป็นอะไร อะไรทำให้เขาเป็นแบบนั้น แล้วเราจะรับมือกับสิ่งนั้นได้อย่างไร เพราะการบอกว่าคนนู้นคนนี้ป่วย ไม่ได้ช่วยให้เขาหายป่วยแต่อย่างใด

ลองนึกดูว่ามีคำพูดอะไรอีกบ้างที่แสดงถึงการแบ่งแยกแทนการเข้าใจ “เขาบ้า”, “เขาแปลก”,  “เขาไม่เหมือนคนอื่น”, “เขาไม่เหมือนเรา” 

กรณีล่าสุดเลยก็คือของ Greta Thunberg ที่มีการตั้งแง่ว่า Greta ไม่ปกติจากอาการ Aspergers ทำให้ Greta “ไม่ปกติ” โฟกัสคำว่าไม่ปกติ ถามกลับว่าปกติคืออะไร สุดท้ายเราก็ตัดสินกันด้วยการแบ่งแยก แม้เราเองอาจจะไม่ได้เห็นด้วยกับ Greta ในทุกกรณี แต่การตัดสินที่จะไม่รับฟังด้วยการอ้างว่าอีกฝ่าย “ป่วย” นั้น เป็นเรื่องไม่สมเหตุสมผลเลย

เราว่าเราใช้คำว่า “ปกติ” และ “ไม่ปกติ” กันพร่ำเพื่อเกินไปหรือเปล่า สิ่งที่เราต้องการคือการอธิบายในเชิงตัวบุคคล เชิงสังคม และพฤติกรรม สิ่งที่เราควรจะหยิบยกมาอธิบายกันก็เช่น Maslow’s hierarchy of needs หรือ โมเดล Iceberg ของ Satir ที่โฟกัสไปที่ความต้องการ ความคิด และมุมมอง ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมที่บุคคลนั้นแสดงออกมา 

สิ่งที่เราต้องทำก็คืออย่าให้ความป่วยกลายเป็นเครื่องมือในการแบ่งแยก อย่าให้มันกลายเป็นข้ออ้างในการวางเฉย หรือไม่รับฟังแล้วมองข้ามทุกอย่างที่คุณเห็น (ซึ่งสิ่งนั้นได้เกิดขึ้นจริงและเกิดขึ้นแล้ว) บอกเขาป่วยแล้วจบ ซึมเศร้าแล้ะจบ ให้กินยาไปหาหมอทำตามที่หมอสั่ง แค่นั้นก็พอ ไม่รับรู้ แล้วเลือกที่จะผลักความรับผิดชอบ ให้เป็นเรื่องของโรคที่ถูกนิยามหรือข้อมูลทางสถิติที่สุดท้ายก็ไม่สามารถอธิบายอะไรได้เลย 

Written By

เติ้ล-ณัฐนนท์ ดวงสูงเนิน หลุดลูปการศึกษาที่ทั้งฆ่า ทั้งทำร้ายเรา

Interview

ปฏิวัติวงการเพลงของจ็อบส์ vs. BNK48 ของจ็อบซังที่ทำให้ CD ขายได้อีกครั้ง

Entertainment

การย้ายถิ่นฐานไปอวกาศ ถนนสู่ดวงดาวของมนุษย์

Life

Advertisement
Connect
Newsletter Signup