x

เล่าให้ฟังหน่อยว่าก่อนหน้านี้คุณทำอะไรมาบ้าง เพราะเราก็รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาคุณในแวดวง IT Tech 
ปวริศา: วีอยู่ในวงการการตลาดและโฆษณามาตลอด 16 ปี แต่พอร์ทฯ การทำงานในช่วงหลังๆ จะอยู่ในวงการ IT/Tech เสียเยอะ ล่าสุดจึงมาบุกเบิก LINE MOBILE 
 
เท่าที่ฟังดู ประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมาของคุณจะเน้นหนักไปทางรีแบรนดิ้ง ตรงนี้มันบ่งบอกความถนัดเป็นพิเศษของคุณหรือเปล่า 
ปวริศา: จริงๆ ก็มีส่วนใช่ ซึ่งวีมองว่ามันเป็นความท้าทายที่จะเปลี่ยนการรับรู้ เปลี่ยนมุมมองความคิดของผู้คนที่มีต่อแบรนด์นั้นๆ งานของเราคือแกะภาพนั้นออกจากหัวคุณ ทำยังไงให้คนมองแบรนด์ในภาพใหม่ที่ทันสมัยขึ้น 
 
ซึ่งมันยากมากนะ ต่อการเปลี่ยนความคิดคน
ปวริศา: ยอมรับเลยว่ามันยากมากแต่มันก็สนุกและท้าทายมาก แต่ก็เป็นความภูมิใจทุกครั้งที่ทำสำเร็จ วันนี้วีได้รับโอกาสที่ท้าทายมากๆ อีกหนึ่งครั้ง มาสู่การสร้างแบรนด์ LINE MOBILE โจทย์คือบริการใหม่ล่าสุด ด้วยแนวคิดการนำดิจิทัลมาสร้างประสบการณ์การใช้งานให้กับผู้ใช้บริการ  
 
นอกจากรีแบรนด์ดิ้งแล้ว คุณยังสร้างสินค้าและบริการใหม่ๆ ออกสู้ตลาดเยอะมาก ตรงนี้มันเป็นอีกหนึ่งความถนัดพิเศษของคุณหรือเปล่า 
ปวริศา: การรีแบรนด์กับการสร้างแบรนด์ต่างกันนะคะ  ทั้งสองต้องการการใช้ทักษะที่ผสมผสาน  โจทย์ต่างๆ ก็ไม่เหมือนกัน  การสร้างแบรนด์ใหม่ๆ ก็เป็นอีกงานนึงที่ถนัดค่ะ มันมีความสนุก  มีความท้าทายและมันส์มากกับการที่ต้องสร้างทุกอย่างขึ้นมาจากศูนย์ท้าทายมากตั้งแต่คิด business model รวมไปถึงการวาง positioning  การตลาด ฯลฯ เลยทีเดียวจากแบรนด์ๆ นึงที่ไม่มีคนรู้จักเลยให้คนมารู้จัก มาซื้อและใช้ของของเราไปนานๆ
 
 
อะไรทำให้คุณตัดสินใจเข้าสู่รั้วสีเขียวของ LINE MOBILE
ปวริศา: ในวงการผู้ให้บริการระบบมือถือ ไม่มีเจ้าไหนเลยที่เป็นดิจิทัลแท้ๆ แบบ LINE MOBILE คนไทยไม่เคยได้รับบริการแบบนี้ ที่ออนไลน์ครอบคลุมบริการทุกอย่างแบบเบ็ดเสร็จ แม้แต่ซื้อซิม จ่ายเงิน จนถึงการทำอะไรด้วยตัวเองทั้งหมด  เราก็รู้สึกว่าตรงนี้น่าทำ อยากให้คนไทยได้ใช้ ประกอบกับสังคมไทยเราเริ่มเป็นดิจิทัลเต็มตัวแล้ว มันก็สนับสนุนกันหมดทุกทาง จนเรารู้สึกท้าทายว่าจะทำอย่างไรให้คนไม่ต้องไปที่ช็อปเพื่อซื้อซิม แต่มาเลือกซื้อซิมผ่านเวบไซต์แล้วเดี๋ยวเราจะมีซิมไปส่งให้ที่บ้าน ช้อปปิ้งออนไลน์ยังทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง เราเองก็ทำได้เหมือนกัน
 
การมาเป็น CMO ที่ LINE MOBILE ต้องรับมือกับอะไรบ้าง
ปวริศา: เรียกได้ว่าทำทุกอย่าง  ตั้งแต่การวางกลยุทธ์ทางธุรกิจ ว่าในอนาคตเราจะเดินไปในทิศทางไหน จะแข่งขันกับคนอื่นยังไง รวมไปถึงเรื่องของการสร้างแบรนด์ การวาง positioning การสื่อสารกับผู้บริโภค การจัดกิจกรรมการตลาด  เเละการสร้างทีมงานที่ Dynamic มากๆ มีความหลากหลายทั้งประสบการณ์ อายุ และไลฟ์สไตล์ ทำให้การวางกลยุทธ์ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทุกคนช่วยเหลือกันทุกเรื่อง ถึงเเม้จะไม่ใช่ขอบเขตหน้าที่ของตนเอง เพราะเรามีจุดหมายร่วมกัน นั่นก็คือ การมอบประสบการณ์การใช้งาน LINE MOBILE ที่ตรงกับความต้องการและความคาดหวังของผู้ใช้บริการ 
 
LINE MOBILE เตรียมการมาพร้อมแค่ไหนกว่าจะบุกตลาด
ปวริศา: เราทำรีเสิร์ชเยอะมาก มีการพูดคุยกับผู้บริโภค ก็ได้พบกับปัญหาเป็นต้นว่า มีสัญญาผูกมัด อยากเปลี่ยนโปรฯ ที่ดีกว่าก็เปลี่ยนไม่ได้ หรือไปศูนย์บริการกดบัตรคิวก็ต้องรอคิวนาน อะไรแบบนี้ ซึ่งเรารู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้คือ Pain Point ที่เราอยากจะเข้ามาแก้ปัญหาให้ ถ้าพิจารณา LINE MOBILE จะเห็นว่าเราอุดช่องโหว่พวกนี้หมดเลยนะ คือเราไม่มีสัญญาผูกมัด ถ้าคุณไม่แฮปปี้คุณยกเลิกได้เลย อยากเปลี่ยนแพ็กเกจก็เปลี่ยน นั่นหมายความว่าเราต้องให้บริการอย่างดีที่สุด เหมือนเป็นคำสัญญาจากแบรนด์ เพราะถ้าเราบริการคุณไม่ดี คุณก็สามารถทิ้งเราไปได้ตลอดเวลา ทั้งหมดจึงเป็นที่มาของการสร้างสรรค์ 4 ฟีเจอร์หลักของ LINE MOBILE เพื่อผู้ใช้ยุคดิจิทัล ได้แก่ฟีเจอร์หลักๆ ของเราก็ทำออกมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค เช่น
 
1. Data Control เราให้ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนความเร็วอินเทอร์เน็ตระหว่างความเร็วสูงสุดในแพ็กเกจที่ 100 Mbps และความเร็วที่ 256 kbps ที่ให้ใช้ฟรีไม่มีจำกัดได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องรอให้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในแพ็กเกจหมดก่อน ทำให้ควบคุมการใช้ดาต้าอินเทอร์เน็ตของเราได้เอง เก็บความเร็วสูงเอาไว้ดูวิดีโอสตรีมมิ่งระดับ HD ที่ต้องการความลื่นไหล หรือเล่นเกม ซึ่งตรงนี้ผู้ใช้มีเสียงตอบรับว่าชอบมากเพราะสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์ของตนเอง
 
2.Out of Plan Charge Control ช่วยควบคุมการใช้โทรศัพท์อย่างมีประสิทธิภาพ ทุกวันนี้คนเราจะกลัวกันมากเรื่อง Bill Shock ตอนสิ้นเดือน ซึ่งฟังก์ชั่นนี้มีมาเพื่อช่วยให้ความมั่นใจว่าค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนจะไม่เกินกว่าที่กำหนดไว้ โดยสามารถตั้งจำนวนเงินได้ว่าไม่ต้องการให้ใช้เกินเท่าไหร่ ซึ่งตั้งเป็นหน่วยสตางค์เลยก็ยังได้
 
3.Refer Friend  คือการชวนเพื่อนให้เข้ามาใช้ LINE MOBILE ทั้งคนชวนและเพื่อนก็จะได้รับส่วนลดตลอดระยะเวลาการใช้งาน ซึ่งผู้ใช้หลายๆ คนชอบมาก เพราะจะช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้ด้วย  
 
4. Free LINE Services ทุกวันนี้เราใช้ Line กันในชีวิตประจำวันอยู่แล้วทั้งแชท โทรหรือ VDO Call หากันหรือดู LINE TV ซึ่งสำหรับผู้ใช้ LINE MOBILE เราก็ให้ผู้ใช้บริการของเราใช้ฟรี ไม่กินโควต้าเน็ตในแพ็กเกจ
 
ที่บอกว่า LINE MOBILE ได้ทำรีเสิร์ชเยอะมาก ตรงนี้ช่วยให้มองเห็นพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นยังไงบ้าง
ปวริศา: ทุกวันนี้พฤติกรรมของคนใช้สมาร์ทโฟน คือ เขาต้องการบริการที่รวดเร็วทันใจไม่อยากรอนานๆ การขายของออนไลน์ที่ขายของได้ตลอด 24 ชั่วโมงเก็บเงินได้ 24 ชั่วโมง แต่ทำไมเวลาลูกค้าอยากสอบถามหรือขอความช่วยเหลือเค้าต้องรอและติดต่อได้เฉพาะเวลาทำงานด้วย จึงเป็นที่มาว่าทำไมเราถึงมีบริการตลอด 24 ชั่วโมง เแล้วคนสมัยนี้อยากทำอะไรได้ด้วยตนเอง ไม่ชอบไปนั่งรอรับบริการจากใครแล้ว เพราะเสียเวลา ตรงนี้เราก็เห็น มันก็ออกมาเป็นโปรดักต์ของเรา คือทำทุกอย่างได้ด้วยตนเอง
ที่เห็นต่อมาคือ เวลาผู้บริโภคจะเลือกสินค้าสักอย่าง จะเสิร์ชข้อมูล ดูรีวิว เปรียบเทียบทุกอย่างเองหมดเลย เขาเข้าถึงข้อมูลได้ตลอดเวลา เขาจะเห็นตลอดว่ามีอะไรดีมา มีอะไรใหม่มา ทำให้เขาต้องการอิสระ ไม่ต้องการการผูกมัด เราก็เลยจัดบริการไม่มีสัญญาผูกมัดให้
นอกจากนี้ผู้บริโภคก็ชอบความจริงใจ  ชอบแบรนด์ที่พูดตรงๆ ได้ไม่ได้ก็บอก ตรงนี้ก็เป็นที่มาของเราเหมือนกัน สมมุติเวลาเราจะย้ายค่าย โทรไปแล้วมักจะได้โปรฯ ลับ แล้วความรู้สึกของเราที่เป็นผู้บริโภคคือ ถ้ามีโปรฯ ดีแบบนี้ ทำไมไม่เสนอมาตั้งแต่แรก มันเป็นอะไรที่เสียความรู้สึกมาก แต่กับ LINE MOBILE ถ้าลูกค้าจะยกเลิก เราไม่ได้มีโปรฯ ลับให้ เพราะสิ่งที่เรามีให้คุณ คือสิ่งที่ดีที่สุดอยู่แล้ว มันเป็นความจริงใจอย่างหนึ่งที่เรามอบให้
 
 
เวลาไปต่างประเทศแล้วใช้ LINE MOBILE ล่ะ
ปวริศา: เราก็มีโรมมิงปกติ เรตโรมมิงดีงามมาก ต้องลองพิสูจน์เอง แล้วก่อนที่จะไปสามารถเช็คราคาได้ก่อนเดินทาง เช่น จะไปญี่ปุ่น ก็เลือกว่าเครือข่ายที่ไหนเหมาะกับเรา ราคาเท่าไหร่ แล้วเลือกอันที่ดีที่สุดส่วนการเปิดใช้งานก็ง่ายแค่แจ้งกับ Call Center ผ่านช่องทางแชทหรือโทร เพราะบริการโรมมิ่งโดยปกติจะถูกปิดไว้เพื่อป้องกันค่าใช้จ่ายที่ไม่ตั้งใจ
 
ใครบ้างที่ควรจะใช้ LINE MOBILE
ปวริศา: LINE MOBILE เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะใครที่กำลังเจอกับ Pain Point หรือ ปัญหาต่างๆ ของบริการโทรศัพท์ในปัจจุบัน หรือใครที่กำลังมองหาบริการมือถือที่ราคาถูกกว่า แต่ให้ได้มากกว่า หรือใครที่ต้องการดาต้าเยอะๆ เพราะเทรนด์ตอนนี้คือการใช้ดาต้า เราให้ดาต้าเยอะมาก แล้วไม่ต้องกลัวเรื่องสัญญาณ เราครอบคลุมทั่วประเทศทั้ง 3G / 4G อยู่แล้ว และเหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่เห็นเวลาเป็นสิ่งมีค่าและชอบจัดการทุกอย่างด้วยตนเองผ่านมือถือ
 
การให้บริการของ LINE MOBILE ที่ว่าจะยกเครื่องให้เป็นรูปแบบดิจิทัลทั้งหมด นั่นหมายความว่าเราต้องสื่อสารกับ Bot หรือเปล่า
ปวริศา: ไม่ค่ะ เราใช้คนทั้งหมด คุณสามารถแชทกับทีม support ของเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะปัญหาไม่ได้เกิดแค่เฉพาะเวลาทำงาน บางทีอาจเกิดปัญหาหรือข้อข้องใจตอนห้าทุ่ม เที่ยงคืน ตีหนึ่ง ตีสอง คุณก็สามารถติดต่อแชทมาหาเราได้ เราไม่ใช้บอทเพราะประสบการณ์เวลาคุยกับบอท เราถามอย่างนึงบอทก็จะตอบตามแพทเทิร์น ซึ่งมันไม่ใช่ มันไม่ได้คำตอบ LINE MOBILE ไม่ทำแบบนั้นเพราะมันไม่ใช่ประสบการณ์ที่ดีที่ผู้บริโภคควรได้รับ
 
ฟังดูเหมือนเป็นการเปลี่ยนมายด์เซ็ตของคนในการใช้ระบบดิจิทัลบนสมาร์ทโฟนไปด้วยกลายๆ เลยนะ
ปวริศา: มันเปลี่ยนมายด์เซ็ตด้วย แล้วก็เป็นสิ่งที่กำลังมา ทุกวันนี้คนใช้ Mobile Banking กันเยอะขึ้น สั่งอาหาร เรียกรถแท็กซี่ ฟังเพลงผ่านแอพพลิเคชั่นคือชีวิตมันผูกอยู่บนสมาร์ทโฟนหมดแล้ว แล้วทำไมการซื้อซิมคุณยังต้องเดินไปที่ช็อป ทำไมการใช้บริการทุกอย่างเกี่ยวกับมือถือยังต้องโทรไปหาคอลเซ็นเตอร์อีก ทั้งที่คุณสามารถทำทุกอย่างด้วยตัวเองได้แล้ว
 
มันอาจจะใช้ได้แค่กับกลุ่มคนรุ่นใหม่หรือเปล่า แต่กับกลุ่มคนที่มีอายุ ซึ่งเพิ่งใช้สมาร์ทโฟนเมื่อไม่นานมานี้ อาจไม่รู้เท่าทันเทคโนโลยีมากมาย ตรงนี้คุณจะมีวิธีการอย่างไรที่จะทำให้คนใน Gen. สูงๆ ที่อาจไม่ได้มีเซนส์ทางเทคโนโลยี สามารถเข้าถึง LINE MOBILE ได้เช่นกัน
ปวริศา: เราว่าคนกลุ่มที่มีอายุก็เข้าถึงได้นะ พ่อแม่เราทุกวันนี้ก็เล่น LINE ส่งสวัสดีวันจันทร์ไหม เขาพร้อมกับเทคโนโลยีอยู่แล้ว เราก็แค่ทำยังไงให้เขาอยากลอง LINE MOBILE บ้าง เชื่อว่าเมื่อได้ลองเขาจะรู้ว่ามันคุ้มค่า สะดวกสบายและใช้งานง่ายมากขึ้น คอนเนคท์กับลูกหลานได้ง่ายขึ้น
 
เชื่อว่ายังมีคนบางกลุ่มที่กำลังสับสนว่า LINE MOBILE จะแตกต่างจากเครือข่ายอื่นยังไง นอกเหนือจากเรื่องบริการระบบดิจิทัลสุดล้ำ
ปวริศา: เราแตกต่างในเรื่องประสบการณ์ที่ผู้บริโภคจะได้รับ เพราะทุกอย่างอยู่บนออนไลน์ทั้งหมด เราก็จะเซฟทั้งเวลา และเงินในกระเป๋า ซึ่งสิ่งที่ประหยัดลงไปเราก็จะเอามาเป็นส่วนลดหรือบริการเสริมให้คุณ ด้วยเหตุนี้ LINE MOBILE จึงเสิร์ฟคุณในราคาที่ถูกกว่า และให้คุณได้มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการใช้ LINE Messenger หรือดู LINE TV ฟรี ไม่กินโควต้าเน็ต ปกติแล้วพอใช้ไปก็กินโควต้าเน็ตไปเรื่อยๆ แต่ด้วยความที่เราเป็น LINE MOBILE เราก็ให้คุณใช้ฟรีไม่กินโควต้าเน็ตในแพ็กเกจ ที่พิเศษกว่านั้นคือ คุณสามารถควบคุมทุกอย่างด้วยตัวเองได้แม้กระทั่งอินเตอร์เน็ต ทุกวันนี้ต้นเดือนเราใช้เน็ตกันสบาย แต่ปลายเดือนจะกระเบียดกระเสียรเพราะความเร็วเน็ตจะหมด 
 
แต่ของ LINE MOBILE คุณสามารถปรับเปลี่ยนความเร็วได้เอง ซึ่งโดยทั่วไปคือต้องใช้ความเร็วสูงสุดในแพ็กเกจให้หมดก่อน ถึงจะใช้ของที่ให้ฟรีได้ แต่ของเราคุณสามารถจัดการได้เองหมดเลย จะใช้ฟรีเมื่อไหร่ก็ได้ จะเก็บความเร็วสูงสุดไว้ใช้ปลายเดือนก็ได้ ทำได้หมด หรือแม้กระทั่งตั้ง Out of Plan Charge Control ว่าไม่อยากใช้เพลินเกินวงเงินเท่าไหร่ ปกติจะต้องโทรไปที่คอลเซนเตอร์เพื่อจัดการให้ แต่นี่แค่เปิดแอพฯ ก็ควบคุมได้ พิมพ์จำนวนงบประมาณของเราไปได้เลย เป็นเศษสตางค์ก็ยังได้ พอถึงจำนวนเงินเท่านั้นมันก็จะตัดโดยอัตโนมัติ พร้อมกับมีข้อความบอกเราว่า Out of Plan Charge Control แล้วนะ  ดังนั้นปลายเดือนก็ไม่ต้องกลัวบิลช็อค ส่วนแพ็กเกจที่เราให้เลือกก็เข้าใจง่าย ชื่อแพ็กเกจก็ตั้งตามไซส์เสื้อผ้า คือมีตั้งแต่ xs ไปจนถึง Unlimited ที่พิเศษในตอนนี้คือ 5 แพ็กเกจหลักของเรานอกจากจะถูกกว่าทั่วไปแล้ว ยังลด 50% ให้อีก 12 รอบบิล
 
นอกจากความคุ้มค่าด้านราคา เราเห็นว่ามีโปรโมชั่นหนึ่งที่น่าสนใจคือ "เพื่อนชวนเพื่อน" มุมนี้สื่อถึงคาแรคเตอร์ของ LINE MOBILE ยังไงบ้าง
ปวริศา: ทุกวันนี้เวลาเรามีอะไรดีเราก็บอกเพื่อนเรานะ "เฮ้ยแก อันนี้ดี" เราก็อยากแชร์ในสิ่งที่เรารู้สึกดีกับเพื่อนของเรา พอคุณแฮปปี้กับ LINE MOBILE คุณชวนเพื่อนสิ แล้วการบอกต่อของเราไม่ใช่แค่การบอกต่อแล้วจบ แต่เราให้ส่วนลดทั้งคุณและเพื่อน ชวนเพื่อนมาใช้ได้ 1 คน ทั้งคุณและเพื่อนจะได้รับส่วนลดค่าบริการเดือนละ 10 บาทตลอดไป จนกว่าใครคนใดคนหนึ่งจะเลิกใช้  ยิ่งคุณชวนเพื่อนได้เยอะ ก็ยิ่งได้ส่วนลดเยอะ มีผู้ใช้ของเราหลายคนที่ชวนเพื่อนมาใช้ด้วยกันเยอะมาก จนได้ใช้ฟรีทุกเดือนเลยก็มี
 
ด้วยความที่ทุกอย่างอยู่บนออนไลน์ ถ้าเกิดมีปัญหาอินเตอร์เน็ตขัดข้อง หรือมีปัญหาการโทร ฯลฯ เตรียมการรองรับกับเรื่องยุ่งเหยิงเหล่านี้ยังไง
ปวริศา: เรามีแชทที่ซัพพอร์ตตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนั้นแล้วก็มีคอลเซ็นเตอร์ให้คุยกันได้ซึ่งการโทรหาเรา เราจะไม่คิดเงิน แม้ผู้ใช้โทรมาจากต่างประเทศ หรือแม้ว่าเราจะมีเวลาทำงานของคอลเซนเตอร์ตั้งแต่ 9-6โมงเย็นทุกวัน แต่ถ้าตอนกลางคืนคุณแชทไปหาเขาแล้วให้เขาโทรกลับ เขาก็จะโทรกลับหาคุณ เราจึงไม่กลัวปัญหาอะไร เพราะเรารองรับทุกอย่างไว้หมดแล้ว
 
เรื่องสัดส่วนการตลาด คุณรับมืออย่างไร กับการลงตลาดมาแบ่งเค้กกับเจ้ายักษ์
ปวริศา: ความที่เราเป็นแบรนด์น้องใหม่ในตลาด บวกกับเราอยู่ในแพลตฟอร์มที่แปลกใหม่ ไม่เคยมีมาก่อนในเมืองไทย ความท้าทายคือทำยังไงให้คนเข้าใจว่าเราคืออะไร เราจะช่วยให้ชีวิตคุณดีขึ้นได้ยังไง แล้วทำยังไงให้เขามาลองใช้ 
 
ช่วงโปรโมทที่จะให้คนเชคแฮนด์กับ LINE MOBILE ทำการตลาดรุนแรงแค่ไหน
ปวริศา: เราทำ 360 องศาเลย ถึงแม้เราจะเป็นแบรนด์ออนไลน์ แต่เราก็ใช้การตลาด Offline มาช่วยด้วยเหมือนกัน การทำงานทุกวันนี้คือการผสมผสาน ไม่ได้จำกัดช่องทางไหนช่องทางหนึ่งที่จะให้ผลดีที่สุด 
 
 
ในช่วงเริ่มต้นที่ลอนช์ LINE MOBILE ออกมา ฟีดแบกเป็นที่น่าพอใจมากน้อยแค่ไหน
ปวริศา: ฟีดแบกดีเป็นที่น่าพอใจและสิ่งที่ผู้บริโภคชอบกันมากอันดับแรกคือการปรับเปลี่ยนความเร็วอินเตอร์เน็ต รองลงมาคือควบคุมค่าใช้จ่ายได้ แล้วก็ชอบที่ดู LINE TV ฟรีไม่กินโควต้าเน็ต เพราะทุกวันนี้ก็ต้องยอมรับว่าเราก็เสพความบันเทิงบนแพลตฟอร์มออนไลน์เยอะ
 
ภาพลักษณ์แบบไหนที่คุณต้องการสื่อสารกับ LINE MOBILE
ปวริศา: อยากให้ LINE MOBILE เป็นบริการโทรศัพท์มือถือในแบบดิจิตอลรายแรกของประเทศไทย ที่ใครๆ ก็สามารถมารักได้ง่ายๆ ด้วยบริการที่ตอบโจทย์การใช้งาน และแก้ไข Pain Point ให้กับผู้ใช้งานมือถือ
 
นอกจากการเป็นผู้บุกเบิก LINE MOBILE ให้ไปสู่การรับรู้ของประชาชน เรามองว่าการทำให้แบรนด์ๆ นี้อยู่ในใจคนอย่างยั่งยืน ก็ยากเหมือนกัน คุณมีวิธีการยังไง
ปวริศา: การที่จะทำให้เราเป็นที่รักของคนได้ คือเราต้องเป็นบริการที่แก้ปัญหาได้ตรงกับความต้องการ พูดคุยกับผู้บริโภคด้วยความจริงใจ รับฟังทุกความคับข้องใจและพร้อมช่วยเหลือพวกเขาในเวลาที่ต้องการ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทำอยู่ ณ ตอนนี้ เพื่อสร้างบริการมือถือดิจิตอลที่เป็นของผู้ใช้งาน และคำนึงถึงสิ่งที่พวกเขาต้องการจริงๆ อย่างในช่วงเบต้า หลายๆ คอมเม้นต์ที่เราได้รับทีมงานก็นำมาพัฒนากับตัว LINE MOBILE 
 
แนวโน้มในอีก 5 ปีข้างหน้า มองว่าดิจิทัลจะรุกคืบชีวิตมนุษย์แค่ไหน
ปวริศา: แค่ทุกวันนี้ไม่ว่าเรามองไปทางไหนก็มีความเป็นดิจิตอลอยู่รอบๆ ตัวเราไปหมด จะเห็นว่าธุรกิจที่ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับยุคของดิจิตอลกำลังค่อยๆ หายไป ในอีก 5 ปีข้างหน้าอาจจะแทบไม่มีอะไรเลยที่ไม่เกี่ยวข้องกับดิจิตอล ไม่แน่ว่าการรุกคืบของเทคโนโลยีอาจจะทำให้ในอนาคตเราแบ่งกลุ่มคนออกได้เป็นเพียง 3 กลุ่มเท่านั้น คือ
กลุ่มที่เป็นผู้สร้างและพัฒนาเทคโนโลยี
กลุ่มคนที่นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของตัวเอง
กลุ่มคนที่จะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี
วีมองว่าในอีก 5 ปีการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแล้วในวันนี้จะชัดเจนและรุนแรงขึ้น อาจจะถึงขั้นที่คนเราขาดความเป็นดิจิตอลไม่ได้เลยทีเดียว และยิ่งการมาของ AI จะยิ่งทำให้ทุกอย่างไปเร็วขึ้น เพราะ AI ทำให้วงรอบของการพัฒนามันหมุนเร็วขึ้น จากเดิมที่คนเราต้องใช้เวลาในการค้นคว้า ทดลอง แต่ AI สามารถทำพวกนี้ได้เร็วกว่าคนเป็นพันเป็นหมื่นเท่า และความผิดพลาดก็น้อยกว่า ดังนั้น นวัฒนกรรม เทคโนโลยีหรือการค้นพบ การคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ก็จะมาเร็วขึ้นจนเราคาดไม่ถึงเลยทีเดียว สิ่งสำคัญคือทำยังไงไม่ให้เรากลายเป็นทาสของเทคโนโลยี ให้เราอยู่เหนือมันและใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด