1. Bricks & Bone
 
 
ร้านอาหารกึ่งบาร์ เน้นความจัดจ้านทั้งในเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม ทั้งนี้ชื่อ Bricks & Bone มาจากตัวร้านที่ตกแต่งด้วยกำแพงอิฐให้อารมณ์แบบอเมริกันขนานแท้ รวมเมนูเด็ดของร้านอย่างซี่โครงหมูย่างที่เป็นเนื้อติดกระดูกนั่นเอง
 
การตกแต่ง โดดเด่นในเรื่องของวัสดุ ที่ใช้ความดิบผสมผสานกันออกมาได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นกำแพงอิฐสัญลักษณ์ของร้าน เก้าอี้และโต๊ะที่ทำจากโครงเหล็กเข้าคู่กันกับไม้สีน้ำตาลเข้ม ตามไสตล์อินดัสเทรียลลอฟท์แบบนิวยอร์ก  พร้อมชูจุดเด่นที่โอเพ่นบาร์ โชว์ฝีมือของบาร์เทนเดอร์แก่ผู้มาเยือนได้อย่างเต็มที่
 
 
เมนูอาหารไสตล์อเมริกัน ที่ผสมผสานเข้ากับความเป็นไทยอย่างลงตัว ปรุงกันแบบจัดเต็มให้เข้าถึงในทุกรสชาติ เริ่มต้นด้วยออเดิร์ฟเบาๆ อย่าง นาโช่ ราดชีสแบบเต็มอิ่ม ดิปกับซอสเนื้อสูตรพิเศษไสตล์เม็กซิกัน หรืออาหารเบาๆ อย่าง ซีซาร์สลัด ก็อร่อยไม่แพ้กัน จากความสดของผักและพาร์เมซานชีสที่ให้มาแบบไม่อั้น นอกจากนั้นเมนูยอดนิยมของร้าน อย่าง เสต็กเนื้อที่นำเข้าจากออสเตรเลีย โดยเป็นเนื้อส่วนหัวไหล่ที่มันจะแทรกน้อย แต่นุ่มโดยธรรมชาติการเคลื่อนไหวของวัว เสิร์ฟคู่มันฝรั่งบดและผักย่าง สามารถปรุงรสผ่านเกลือทะเล และพริก 5 สี  และสำหรับสายเบอร์เกอร์พลาดไม่ได้กับ บีฟชีสบาร์บีคิวเบอร์เกอร์ ที่แป้งมีส่วนผสมของออริกาโน และปาปริก้า ทำให้ได้กลิ่นเครื่องเทศในทุกๆ คำ นอกจากนั้นยังมีเนื้อนำเข้าชั้นดีจากออสเตรเลีย พิเศษคือผ่านกระบวนการปั้นจากโรงงาน ทำให้ได้สัมผัสที่แน่นพิเศษกว่าแบบปั้นมือแน่นอน ผนวกกับซอสบาร์บีคิวสูตรเด็ด อร่อยจนคำสุดท้าย
 
สนนราคาประมาณ300 – 700 บาท 
 
ตั้งอยู่ในซอยรามคำแหง 24 แยก 20 เปิดบริการทุกวัน เว้นวันอังคาร เวลา 17.00 – 24.00 น. โทร 091 040 5174 หรือ FB : Bricks & Bone และ IG : BrickandBond_Official
 
-------
 
2. Cake Code Cafe
 
 
ร้านเบเกอรี่ที่เสิร์ฟทั้งของคาว ของหวานและเครื่องดื่ม ของสองหนุ่มสาวที่รักการทำอาหาร ‘ก้อง-ตูน’ ซึ่งแต่ละเมนูรังสรรค์ขึ้นมาด้วยความตั้งใจในการผลิต เน้นวัตถุดิบอย่างดี รสชาติอร่อยถูกปาก ในราคาที่ถูกใจ นอกจากนี้ทุกวันอาทิตย์ ยังเปิดเวิร์คช็อปสอนทำเบเกอรี่ รวมถึงยังให้คำปรึกษาคนที่อยากจะเปิดร้านเบเกอรี่ทุกขั้นตอน
 
ภายในร้านตกแต่งในแบบโมเดิร์น บรรยากาศภายในโดยรวมให้ความรู้สึกเหมือนมาเยือนบ้านเพื่อน เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจชิมกาแฟ แกล้มเค้กอร่อยยามบ่าย
 
 
‘กะเพราแซลมอนย่าง’ ข้าวราดกะเพราที่ใช้แซลมอนทั้งชิ้นนำไปย่างจนสุกกำลังดี ส่วนกะเพราที่ใช้ทางร้านเลือกกะเพราแดงเพื่อให้กลิ่นของกะเพราชัดเจน จากนั้นปรุงรสด้วยสูตรพิเศษ รสชาติโดยรวมเผ็ดอร่อยกลมกล่อมกำลังดี ‘ข้าวแกงกะหรี่ทูน่าแอปเปิ้ลเขียว’ อีกหนึ่งเมนูขายดีที่มีทีเด็ดอยู่ตรงความจัดจ้านของแกงกะหรี่สไตล์ญี่ปุ่น มีแอปเปิ้ลเขียวที่ฝานเป็นชิ้นบางๆ มาช่วยเสริมมิติความอร่อย ปิดท้ายด้วย ‘ช็อกโกแลตมินต์เค้ก’ เค้กช็อกโกแลตที่ใช้ช็อกโกแลตแท้ไม่ผสมอะไรเลยเพื่อให้ได้รสชาติช็อกโกแลตจริงๆ เสริมความสดชื่นด้วยกลิ่นของมินต์ อีกทั้งเค้กทุกชนิดของร้านจะคำนึงถึงสุขภาพของลูกค้าเป็นหลักจึงเลือกใช้วัตถุดิบที่ดีใส่น้ำตาลน้อย ใช้เนยแท้ เป็นเค้กโลว์แฟตอย่างแท้จริง
 
อิ่มอร่อยทั้งอาหารจานเดียว เค้ก และเครื่องดื่มในราคาคนละ 250 บาท
 
ตั้งอยู่ในซอยวิภาวดี 22 ด้านหลังออฟฟิศการบินไทย สำนักงานใหญ่ วันจันทร์- ศุกร์ เปิดเวลา 07.00-18.00 น. วันเสาร์ เปิดเวลา 11.00-17.00 น. ส่วนวันอาทิตย์ปิดแต่มีเวิร์คช็อปสอนทำเค้ก 10 แบบ FB : @cakecodecafe โทร.089 030 6748 
 
-------
 
3. Cigar One
 
 
แหล่งแฮงเอาท์สุดหรูของบรรดานักดื่ม และคอซิการ์ตัวยง ยั่วใจผู้ชื่นชอบไนท์ไลฟ์ใจกลางกรุงเทพฯ ด้วยซิงเกิ้ล มอลต์ สก็อตช์ วิสกี้ รางวัลการรันตีระดับโลก พร้อมซิการ์หอมละมุนระดับพรีเมียมที่เป็นสัญลักษณ์ของคนในสังคมชั้นสูง
 
ตกแต่งด้วยกระจกใสบานใหญ่รอบร้าน ไม่ว่าจะเลือกนั่งตรงไหนก็ยังสามารถมองเห็นบรรยากาศของถนนวิทยุได้อย่างเต็มอิ่ม เฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความคลาสสิก เรียบหรู และยังมีห้องไพรเวทที่เหมาะสำหรับปาร์ตี้อีกด้วย
 
 
รื่นรมย์กับเครื่องดื่มชั้นเยี่ยม และซิการ์จากแบรนด์ดังทั่วโลก ตลอดจนลิ้มลองความอร่อยของอาหารที่สามารถสั่งตรงได้จากทุกร้านในโครงการกลาสเฮ้าส์อาคารสินธร อาทิ อาหารฝรั่งเศสต้นตำรับจาก คาเฟ่ ปารี เซียน ที่นำเสนอความงดงามของ Bouillabaisse Marseillaise ซุปปลาสูตรเด็ดจากมาร์กเซย เมืองท่าทางตอนใต้ของฝรั่งเศส อร่อยล้ำเมื่อจับคู่แพริ่งกับanCnoc ซิงเกิลมอลต์ สกอตช์ วิสกี้ รุ่น 18 ปี ที่ให้กลิ่นอบอวลอย่างยาวนานหลังดื่ม ต่อด้วย Baked Crispy Duck Leg Confit, Salardaise Potato ขาเป็ดตุ๋นก่อนนำไปอบจนกรอบนอกนุ่มใน ส่วนอีกหนึ่งจานหลักที่อยากแนะนำคือCoq au Vin, Gratin Dauphinois  ไก่ฟ้าหมักข้ามคืนกับไวน์แดงจากแคว้นเบอร์กันดี เสิร์ฟคู่กับมันฝรั่งอบชีสสไตล์ฝรั่งเศส ควรค่าที่จะจับมาแพริ่งกับ Old Pulteney รุ่น 21 ปี ด้วยรสชาติที่เข้มข้นโดดเด่น แทรกด้วยกลิ่นของแอ็ปเปิ้ล และลูกแพร์ ตบท้ายด้วยกลิ่นควันไม้ที่ละเอียดอ่อน และซับซ้อนอย่างลงตัว
 
สนนราคาประมาณ 1,500 บาท ต่อท่าน
 
ตั้งอยู่ในโครงการ Glasshouse@Sindhorn ถนนวิทยุ เปิดตั้งแต่ 17.00-24.00 น. สำรองที่นั่งโทร. 0 2650 9994 หรือ www.sindhorn.com/glasshouse, FB : glasshouseatsindhorn
 
-------
 
4. Flat Marble
 
 
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่กำลังมองหาร้านอาหารแบบเชฟส์เทเบิลที่ซ่อนตัวอยู่ย่านอารีย์ ลูกค้าทุกคนจะได้นั่ง ณ เคาน์เตอร์บาร์ ที่ผ่านการตกแต่งร้านด้วยเคาน์เตอร์หินอ่อนทั้งแผ่น พร้อมชมการปรุงอาหารทุกรายละเอียดอย่างใกล้ชิด จึงการันตีได้ถึงคุณภาพของอาหาร คุณภาพรสชาติ ไปจนถึงรูปแบบการบริการด้วยรอยยิ้ม และความเต็มใจ สร้างสีสันให้อาหารอร่อยล้ำกว่าปกติ
 
 
เปิดโอกาสให้ลูกค้าเลือกวัตถุดิบเกรดพรีเมียมจากทั่วโลกได้ตามชอบใจ หลังจากนั้นเชฟจะคิดอาหารจานอร่อยออกมาเสิร์ฟ พร้อมพูดคุยทำความเข้าใจรสชาติอาหารร่วมกับลูกค้าแต่ละคนอย่างละเอียด แต่อาจจะต้องรีบจองกันสักหน่อย เพราะแฟลท มาร์เบิล รับได้เพียงครั้งละ 10 คนเท่านั้น ส่วนอาหารที่อยากแนะนำเป็นพิเศษก็มีตั้งแต่สตาร์ทเตอร์คุณภาพแน่นอย่าง เนื้อส่วนซี่โครงถอดกระดูกที่นำไปเผากึ่งสุกกึ่งดิบ โรยหน้าด้วยพริกไทย และเกลือทรัฟเฟล เสิร์ฟพร้อมซอสชิมิชูริสดใหม่ ไล่เรียงตามมาด้วยสปาเกตตีซอสครีมเห็ดทรัฟเฟิล ที่โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของเห็ดทรัฟเฟิลดำ และเติมเต็มความลงตัวด้วยไข่แดงสดที่ทำให้รสชาติเข้มข้นยิ่งขึ้น และเอาใจคนรักเนื้อให้ได้ลิ้มลองรสชาติที่แตกต่างของสเต๊กเนื้อวัว ที่นำไปซูวี (Sous Vide) ก่อนนำมาเซียร์ในกระทะให้สุกกำลังดี ทานคู่กับเกลือทะเลมอลดัน ก็เป็นทางเลือกที่อร่อยไปอีกแบบอร่อยกับอาหารสุดพิถีพิถันกันได้ใน
 
ราคาประมาณ 500 บาทต่อคน
 
ตั้งอยู่ที่ พหลโยธินซอย 9 หรือจะเข้ามาทางซอยอารีย์ก็ยังได้ เปิดบริการตั้งแต่เวลา 17.00-24.00 น. แนะนำให้โทรไปจองที่นั่งกันก่อนที่เบอร์ 061 695 9666 หรือ Line : Flatmarble, FB : Flatmarble
 
-------
 
5. Kumamura 
 
 
สัมผัสรสชาติอาหารญี่ปุ่นอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวในบรรยากาศกะทัดรัดอบอุ่นแสนสบาย ที่คัดสรรทุกองค์ประกอบตั้งแต่วัตถุดิบ วิธีการปรุง และการเสิร์ฟอย่างใส่ใจในทุกรายละเอียด 
 
ความกะทัดรัดของตึกแถวหนึ่งคูหา ไม่อาจบดบังความสร้างสรรค์ของงานอินทีเรียสไตล์วาบิซาบิ หรือเน้นสัจจะวัสดุของการตกแต่ง แสงสลัวอบอุ่นช่วยเพิ่มบรรยากาศน่าสบายอันแสนผ่อนคลายของมื้ออาหาร ม้านั่งขนาดยาวและวัสดุไม้ช่วยสร้างความกระชับสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าให้แน่นแฟ้น สามารถทำความรู้จักคุ้นเคยได้โดยไม่ขัดเขิน 
 
 
โดดเด่นด้วยเมนูญี่ปุ่นผสมผสานกลิ่นอายแบบเวสเทิร์นประยุกต์ สู่จานอาหารในแบบที่ไม่เหมืนอใครและไม่มีใครเหมือน ประเดิมเรียกน้ำย่อยด้วยชีสแท่งทอดเทมปุระรสนุ่มกรอบอร่อยพร้อมซอสเปรี้ยวและไข่กุ้ง ตามด้วยสไปซีแซลมอนโรลรสเผ็ดอ่อนๆ เข้ากันได้กับรสหวานของแซลมอนที่ม้วนตัวกับผักยัดไส้ ก่อนจะตามมาด้วยคานิมิโสะ หรือมันปูย่างมิโสะรสเค็มกำลังดี เหมาะสำหรับกระตุ้นความอยากอาหารและทานเล่นกับเครื่องดื่มค็อกเทลเฉพาะของร้านที่ปรุงรสสุดล้ำให้ไม่ซ้ำกันในแต่ละแก้ว หรือถ้าใครอยากทานอาหารจานเดี่ยว ก็มีเมนูชิราชิด้ง หรือข้าวที่สามารถเลือกหน้าได้ตามใจชอบ ในขนาดกำลังเหมาะ อิ่มกำลังพอดี 
 
สนนราคาประมาณ 300 บาท/หัว
 
ตั้งอยู่เลขที่ 662 ถนนเตชะวานิช เขตบางซื่อ ใกล้โลตัสบางซื่อ ติดต่อสอบถามและสำรองที่นั่งได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 092-451-2145 หรือที่เฟสบุ๊ค https://www.facebook.com/kumamuraa/ 
 
-------
 
6. Rabbit Hill
 
 
หลังจากก้าวขาผ่านประตูสีแดงเข้าไปในบาร์ ก็พบกับความรู้สึกที่เหมือนได้เข้าไปสู่โลกอีกใบหนึ่ง สงบ นิ่ง ขัดกับความจอแจภายนอก เสียงเพลงจีนเนิบช้าบรรเลงคลอบรรยากาศ ภายในร้านถูกตกแต่งในสไตล์จีนโมเดิร์น มีการผสมผสานระหว่างบริบทของความเป็นจีนผ่านผนังสีแดงและเสาสีทองดั่งกระบองของหงอคง กับความเป็นตะวันตกอย่างโครงเหล็กสีดำ เก้าอี้บาร์ และเคาน์เตอร์บาร์ ส่วนผสมของสองวัฒนธรรมให้ความรู้สึกของความเป็นจีนสมัยใหม่ ที่แม้ไม่ได้ยึดติดกับอัตลักษณ์เดิมๆ แต่ยังคง 'กลิ่นอาย' ความเป็นจีนไว้ ในส่วนของชั้น 2 ยิ่งมีความเป็นตะวันตกมากขึ้น ผ่านบันไดสีดำและโคมจีน จะพบกับห้องจัดเลี้ยง สำหรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มใหญ่ การตกแต่งภายในดูเรียบขรึม พื้นปูนเปลือย วางด้วยโซฟาสีดำ และมีโต๊ะไม้เตี้ยๆ เป็นเหมือนเป็นโรงเตี้ยมสำหรับชาวตะวันตกก็ไม่ปาน
 
 
กระเพาะปลาของ Rabbit Hill เป็นสไตล์กวางตุ้ง โดยน้ำซุปจะผ่านการเคี่ยวอย่างยาวนานตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น เพื่อให้ได้รสชาติเข้มข้นครบรสหวานมันเค็ม กระเพาะปลาอย่างดีชิ้นโตเต็มคำซดคู่กับน้ำซุปร้อนๆ หอมละมุนกลิ่นเครื่องช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงานได้ดีนัก ส่วนเมนูที่โด่นเด่นที่สุดของทางร้านอีกเมนูคือไก่ห่อกระดาษ เมนูเก่าแก่ของประเทศจีน ที่เคยได้ขึ้นโต๊ะเสิร์ฟผู้เข้าร่วมการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์จีนมาแล้ว โดยเป็นสูตรที่ปรับปรุงมาจากสูตรดั่งเดิมของทางบ้านหุ้นส่วนร้าน เพื่อให้เหมาะกับลิ้นของคนทั่วไป เมื่อตักชิมกลิ่นของเครื่องเทศอย่างรากผักชีกระเทียมและพริกไทยเป็นตัวชูโรง รสสัมผัสของเนื้อนุ่มนวลขณะเดียวกับที่ผิวด้านนอกกรุบกรอบ จัดว่าเป็นเมนูกับแกล้มที่ให้ความเพลิดเพลินในการกิน
 
ดื่มคราฟเบียร์นำเข้าจากฮ่องกงที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านเคียงอาหารวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมในราคา 350-600 บาท/คน
 
ตั้งอยู่เลขที่ 1 ถนนกรุงเกษม แขวง ป้อมปราบ เขต ป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100ตั้งแต่เวลา 17.00 น. - 00.00 น. Facebook Page : Rabbit Hill
 
-------
 
7. Studiyo Bar
 
 
เพราะความเศร้ากับเหล้ามันเป็นของคู่กัน หญิงสาวที่ดวงไม่ค่อยรุ่งเรื่องรักเลยตัดสินใจเปิดบาร์ขนาดกะทัดรัดให้ตัวเองปลดปล่อยอารมณ์ แต่ด้วยเสน่ห์ของการเทคแคร์ลูกค้าทุกคนดุจญาติมิตร ทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งแฮงค์เอาท์เอาใจสายแข็งทุกเชื้อชาติ จัดเต็มความสนุกกันด้วยการร่ำสุราเย็นฉ่ำแก้วแล้วแก้วเล่า แกล้มด้วยอาหารไทยรสร้อนแรงถึงเครื่องหลากหลายจานเด็ด
 
บรรยากาศตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นของความย้อนยุคแนวเรโทร โดยดึงเอาความทรงจำวัยเยาว์มาให้ได้รำลึกถึงผ่านบทเพลง เฟอร์นิเจอร์ไม้ รวมถึงของประดับตกแต่งชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่ช่วยให้รู้สึกคึกคัก มีชีวิตชีวา และเป็นกันเอง ทว่าสิ่งสำคัญนั่นซ่อนอยู่ตรงความเท่ตามรสนิยมที่สะท้อนออกมาจากตัวเจ้าของร้าน
 
 
ที่นี่ชื่อเสียงเลื่องลือเรื่องอาหารไทยแท้จากรากเหง้า ยามใดใครมานั่งเม้าส์มอยเป็นต้องลองออนเดอะร็อคคู่กับ 'ปีกไก่ทอดตะไคร้' กรอบหอมกลิ่นสมุนไพร เปิดประสบการณ์จานเดียวหยุดไม่อยู่ จากนั้นตามติดมาด้วย 'ยำขนมจีน' ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยหมู่มวลดอกไม้ สอดแทรกด้วยปลาทูทอดเกาะเนื้อ แค่ตักเข้าปากคำแรกจะเหมือนโดนมนต์สะกด ส่วนอาหารทะเลก็โดดเด้งไม่แพ้กัน รับประกันความอร่อยด้วย 'กุ้งคั่วพริกขี้หนู' ที่สั่งมาแล้วไม่มีใครกล้าปฏิเสธเป็นแน่ เพราะทางร้านเลือกใช้กุ้งตัวโตเนื้อแน่นน่าทาน
 
ปาร์ตี้กันได้ทั้งคืนในราคาประมาณ 500 บาท/คน
 
ตามหาความสนุกเร้าใจของสตูดิโย บาร์ ได้ที่ตรอกซอกซอยริมถนนพระอาทิตย์ เขตพระนคร เปิดเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 14.00 - 24.00 น . สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 08 8186 6880
 
-------
 
8. Teru Aki Yakitori
 
 
ร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นที่เสิร์ฟอาหารปิ้ง ย่าง ซึ่งมีจุดเด่นคือความพิถีพิถันในการปรุงอาหารทุกขั้นตอน และใช้ถ่านไม้ยูคาลิปตัสในการย่าง รวมไปถึงยังปรุงรสด้วยซอสสูตรพิเศษที่การันตีว่าทุกคำที่ลิ้มลอง รสชาติเหมือนต้นตำรับทุกคำ
 
ตกแต่งร้านในสไตล์ Industrial Loft เน้นโชว์โครงสร้างไม้ ปูนเปลือย อิฐ และเหล็ก แต่เสริมกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นลงไปในงานตกแต่ง และการเลือกเฟอร์นิเจอร์ โดยจุดเด่นของร้านคือด้านหน้าร้านใช้ถ่านไม้ยูคาลิปตัสก่อเป็นกำแพงขึ้นมา
 
 
‘ข้าวหน้าเนื้อย่าง’ เมนูนี้มีทีเด็ดอยู่ตรงความนุ่มของเนื้อสันนอกออสเตรเลียสไลด์ที่นำไปย่างไฟอ่อนๆ พอมีกลิ่นหอมของเนื้อโชยออกมาก่อนเสิร์ฟราดด้วยซอสหวานสูตรพิเศษกินคู่กับข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ อร่อยลงตัว, ‘ข้าวหน้าไก่ย่างราดซอสมายองเนส’ จุดเด่นคือใช้ข้าวที่หุงด้วยน้ำเห็ดหอมเพื่อให้ได้กลิ่นเห็ดหอมเบาๆ ด้านบนโรยหน้าด้วยไก่ย่างราดซอสหวานสูตรพิเศษ รสชาติกลมกล่อมทั้งนุ่ม หวาน มัน และเค็ม ปิดท้ายด้วยเมนูปิ้งย่างเสียบไม้ที่มีให้เลือกหลากหลายอาทิ ไก่ย่างซอส, หมูสามชั้นย่างเกลือ หรือเนื้อริบอายย่างซอสสูตรญี่ปุ่นพริกไทยดำ ซึ่งแต่ละไม้ถูกปรุงมาด้วยสูตรพิเศษอย่างดีก่อนผ่านกระบวนการย่างด้วยถ่านไม้ยูคาลิปตัสนอกจากมีกลิ่นหอมแล้วรสชาติยังโดดเด่นด้วย
 
อิ่มอร่อยกับอาหารปิ้งย่างทั้งแบบอาหารจานเดียว และเป็นเมนูเสียบไม้ย่างในราคาคนละ 150-200 บาท
 
ตั้งอยู่ที่อารีย์การ์เด้นท์ เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00-21.00 น. โทร. 02 619 9975, 081 919 8885 FB: TeruAkiYakitori 
 
-------
 
9. Wabi Cha
  
 
ร้านขนมนำเข้าจากญี่ปุ่นที่มีความอร่อยเฉพาะตัวเนื่องจากแต่เมนูขนมถูกสั่งมาจากเมืองต่างๆ ทั่วญี่ปุ่น ซึ่งแต่ละเมืองก็จะใช้วัตถุดิบเฉพาะในการรังสรรค์ขนมหวานเพื่อให้มีความอร่อยที่แตกต่างไม่เหมือนใคร โดยขนมแต่ละแบบมีเฉพาะฤดูกาล นอกจากนี้ยังมีความพิเศษอยู่ตรงที่การจัดจานอาหารก่อนเสิร์ฟในแต่ละเมนูให้ออกมาได้น่ารักน่ากิน
 
ภายในร้านตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นทีเฮาส์ มีกลิ่นอายของความเป็นร้านขนมญี่ปุ่นตั้งแต่หน้าร้าน ด้านในแม้จะมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ก็ให้ความรู้สึกสงบเงียบราวกับหลุดเข้ามาอยู่ในร้านทีเฮาส์ที่ญี่ปุ่นเลยทีเดียว
 
 
Autumn Salad สลัดที่ใช้ผักออร์แกนิกอย่างเรดโอ๊คเพื่อจำลองบรรยากาศของฤดูใบไม้ร่วง โรยหน้าด้วยแครนเบอร์รี่แห้ง กับปลาคัสซึโอะ ราดน้ำสลัดครีมงาคั่วแบบญี่ปุ่นจุดเด่นคือความสดใหม่กรอบของผักเป็นเกรดเดียวกับผักที่ส่งออกไปญี่ปุ่น, Special Blooming Sakura ขนมสองชิ้นที่ถูกจัดอยู่ในจานแสนน่ารักชวนถ่ายรูปก่อนกิน ได้แก่ โรลล์เค้กซากุระ ภายในสอดไส้เกาลัดผสมดอกซากุระ และมูสนมสดฮอกไกโด ห่อด้วยแป้งที่มีส่วนผสมของดอกซากุระ อีกชิ้นคือ โคโตโน่เค้ก ที่ด้านบนเป็นเค้กซากุระ ชั้นต่อมาเป็นอัลมอนด์ครีม และชั้นล่างเป็นมัทฉะเข้มข้น รสชาติอร่อยเหมาะกับทานคู่กับชาที่มีความเค็มนิดๆ เพื่อตัดรสหวาน ปิดท้ายด้วย Yuzu Honey น้ำส้มยูซุที่นำเข้ามาจากเมืองโคจิ อยู่ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น รสชาติเปรี้ยวอมหวานและมีกลิ่นหอมในแบบเฉพาะนำมาผสมกับน้ำผึ้งยิ่งเพิ่มความสดชื่นอีกเท่าตัว
 
อร่อยกับอาหารเบาๆ เครื่องดื่ม หรือเค้กนำเข้าจากญี่ปุ่นในราคาเพียงคนละไม่เกิน 300 บาท
 
ตั้งอยู่ในโครงการ สวนหลวงสแควร์ จุฬาฯซอย 5 เปิดทุกวันเวลา 11.00-22.00 น. โทร. 081 582 0886 FB: @wabichateahouse
 
-------
 
10. Paint Bar Bangkok
 
 
มากกว่าคำว่าร้านอาหาร เพราะนี่คือสถานที่แห่งความสุนทรีย์ ให้คุณได้มาปลดปล่อยจินตนาการโดยไม่มีช่วงอายุมาขีดขั้น ผ่านฝีแปรงและสีสัน เคล้ากับการจิบไวน์และชิมอาหาร นี่ล่ะ! รสชาติแห่งความสุนทรีย์ที่แท้จริง
นำคอนเซ็ปต์ของ Paint Bar ในกรุงบอสตัน สหรัฐอเมริกา มาให้คนกรุงได้รื่นรมย์ ไปกับการแฮงเอาท์ โดยมีงานศิลปะเป็นสะพานเชื่อม ภายในร้านตกแต่งสไตล์ลอฟท์ ให้ความเปลือยดิบ เป็นธรรมชาติ ช่วยขับดันงานศิลปะที่เรียงรายอยู่รอบร้านให้โดดเด่นขึ้น บนโต๊ะมีเฟรมภาพ จานสี และพู่กัน แทนการจัดโต๊ะอาหารทั่วไป และมีบาร์ขนาดกลาง คอยให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม ขับกล่อมอารมณ์อีกทอดหนึ่งด้วยเพลงเบาๆ ฟังสบาย
 
 
เมื่อยกให้การสร้างสรรค์งานศิลปะเป็นพระเอก จึงเสิร์ฟอาหารในรูปแบบทาปาส คือ อาหารในระดับกินเล่น พอดีคำ ให้เพนต์รูปไปกินดื่มไปได้อย่างเพลิดเพลิน โดยใช้วัตถุดิบคุณภาพ คล้ายกับการทำอาหารให้คนในครอบครัว ตัวอย่างเมนูเช่น Salsa สูตรโฮมเมด เสิร์ฟพร้อม ตอติญ่าชิพ ส่วน Potato Wedges คือเมนูขวัญใจลูกค้า หน้าตาคล้ายเฟรนช์ฟราย แต่นุ่มนวล และเต็มปากเต็มคำมากกว่า ถ้าต้องการเมนูที่เข้มข้นขึ้นมาอีกหน่อย แนะนำ Meatball สุดอร่อย โดยเฉพาะซอสที่ทำขึ้นมาเฉพาะเพื่อเสิร์ฟเคียงกัน ซึ่งทำเราติดใจมากๆ สุดท้ายคือ Chicken Karage เป็นไก่ทอดที่ใช้กรรมวิธีอบร้อน ดีต่อสุขภาพ ในส่วนของเครื่องดื่ม
มีทั้งซอฟต์ดริ๊งค์ และแอลกอฮอล์สารพัด ทั้งคราฟต์เบียร์ และค็อกเทล หากเลือกไม่ถูก ลองสั่ง Fruit  Wine Cider และ Sake Jelly มาจิบดู รับรองว่าฟิน 
 
ตั้งอยู่ที่ชั้น 6 โครงการ Piman 49 ซอยสุขุมวิท 49 คลองตัน วัฒนา เปิดบริการทุกวันอังคาร-เสาร์ 14.00-22.30 น. และวันอาทิตย์ 14.00-18.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์) สำรองที่นั่งก่อนใช้บริการ โทร. 081 001 0849 หรือ FB: Paintbar Bangkok และ www.paintbarbangkok.com