Fast Track: (อ่านจบใน 2 นาที)
• วันเกิดของเขาคือ 12 พฤศจิกายน 1980 
• มีชื่อเต็มว่า Ryan Thomas Gosling
• เขามีเชื้อสายอังกฤษ ฝรั่งเศส แคนาดา สกอตติช และเยอรมัน สุมรวมอยู่ในสายเลือด แต่ถือสัญชาติเป็นคนแคนาดา
• สมัยไฮสคูล เขาถูกตั้งฉายาให้ 2 ชื่อ คือ ‘โอพี่’ และ ‘ทรับเบิล’ แปลว่า good boy bad boy
• มีนิสัยเป็นคนรักสันโดษมาตั้งแต่วัยเด็ก แม้พอโตมา เป็นนักแสดงเขาก็ยังเป็นคนแบบเดิม เมื่อตอนอายุ 26 ปีเคยไปใช้ชีวิตอยู่ในเต็นท์นานถึง 2 เดือน กระทั่งโปรดิวเซอร์เรื่อง Fracture พบตัวเขาและมอบบทบาทที่น่าสนใจให้
• รักเสียงดนตรีมาก ถึงขั้นร่วมมือกับเพื่อนซี้ แซค ชิลด์ ฟอร์มวงของตัวเอง ชื่อว่า Dead Man’s Bones โดยเขารับหน้าที่เป็นมือกีตาร์ มือเปียโน และร้องนำ
• หากอยากฟังเสียงร้องเพลงของเขา ให้เสิร์ชชื่อเพลง Put Me In the Car
• เขาเคยโชว์ฝีมือการแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ให้กับเรื่อง The Conjurings ชื่อว่า In the Room Where You Sleep
• ชอบฟังเพลงแจ๊ส และปลื้ม เชต เบเกอร์
• จีน วิลเดอร์ เป็นนักแสดงคนโปรด
• หนังเรื่องโปรด คือ East of Eden (1955) แต่หนังที่ สร้างแรงบันดาลใจทางการแสดงให้แก่เขาอย่างแรงกล้า คือเรื่อง Blue Velvet (1986) ซึ่งเขาได้ดูตอนอายุ 14 ปี
• เป็นพ่อคนครั้งแรกตอนอายุ 33 ปี เพราะมีลูกสาว
ที่เกิดจากแฟนสาว อีวา เมนเดส เขาตั้งชื่อให้ลูกว่าEsmeralda Amada Gosling ส่วนตอนนี้น่ะเหรอ กลายเป็นคุณพ่อลูกสองไปแล้วจ้า หึหึ
• มักถูกนำมาล้อเลียนเป็นมีมพร้อมกับวลี Hey Girl…ทั้งที่เขาไม่เคยพูดวลีเหล่านั้นเลย
• มีร้านอาหารสไตล์โมรอคโค ชื่อว่า Tagineอยู่ในเบเวอรี่ฮิลล์, สหรัฐอเมริกา
 
 
--------
 
แต่ถ้าพร้อมจะแลกเวลาเพื่อทำความรู้จัก ไรอัน กอสลิง นี่คือเรื่องราวที่เราไม่อยากให้แฟนๆ ของเขาพลาด
 
เราตั้งโจทย์ว่าปีนี้คือปีทองของ ไรอัน กอสลิง นั่นทำให้เราส่องแบ็คกราวด์ตลอดชีวิตของเขาว่า เป็นไงมาไง จึงได้เดินทางมาถึงจุดนี้
 
กอสลิ่ง วางหมากให้ตัวเองมีชีวิตเป็นนักแสดงมาตั้งแต่วัยเด็ก เขาเริ่มต้นชีวิตสายบันเทิงด้วยการเป็นพิธีกรรายการ The Mickey Mouse Club รุ่นเดียวกับ จัสติน ทิมเบอร์เลค และบริทนีย์ สเปียร์ ต่อยอดให้เขาได้มาเล่นบทเด่นในทีวีซีรีส์ Young Hercules (1998) นับแต่นั้นแววการแสดงของกอสลิ่งเริ่มเปล่งแสงขึ้นเรื่อยๆ งานในวงการบันเทิงเดินขบวนมาหาไม่ขาดสาย และไม่นานหลังจากนั้น เขาก็ได้เล่นหนังเรื่อง Murder by Numbers (2002) ปะทะรุ่นใหญ่อย่าง ซานดรา บุลล็อก และเบน แชปลิน ทว่าสิ่งที่ทำให้ผู้ชมและนักวิจารณ์ทั้งหลายต้องเพ่งความสนใจไปที่หนุ่มนัยตาซึ้งคนนี้หาใช่หนังกระแสหลักอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับเป็น บทชาวยิว นีโอนาซี ในภาพยนตร์สายอินดี้เรื่อง The Believer (2001) ตรงนี้เองที่ทำให้เส้นทางในโลกมายาของกอสลิ่งชัดเจนขึ้นว่าเขาเกิดมาเพื่อบทบาทเชิงลึกอันแสนซีเรียส แต่ก็ใช่ว่าทางสายป๊อป เขาจะไม่ประสบความสำเร็จ เพราะจากนั้นไม่นาน เรื่อง The Notebook (2004) หนังรักโรแมนซ์จากนวนิยายขายดีของ นิโคลัส สปาร์ค ก็ทำให้ทั้งกอสลิ่ง และคู่ขวัญในเรื่อง คือ ราเชล แม็กอดัมส์ กลายเป็นคู่จิ้นในตำนานฮอลลีวู้ดทันที พอสร้างกระแสได้สักพัก กอสลิ่งก็กลับมาย้ำภาพเดิมของเขากับบทบาทพ่อพิมพ์นอกรีตที่ดราม่าเข้มข้นใน Half Nelson (2006) ซึ่งการแสดงอย่างเข้าถึงของเขาในเรื่องนี้ส่งผลให้กอสลิ่งมีชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ในวัยเพียง 26 ปี และทำให้เขาขึ้นแท่นเป็นนักแสดงเชื้อสายแคนาดาคนแรกในรอบ 60 ปีที่มีชื่อเข้าชิงออสการ์ทันที
 
 
กอสลิ่งเป็นนักแสดงชายที่ค่อนข้างให้ความสำคัญกับบทบาทที่เขาเล่น เขาจะพยายามเลือกเฟ้นบทที่พิสูจน์ฝีมือทางการแสดงให้ครบทุกรสชาติ แม้ว่าบางเรื่องอาจไม่ประสบผลสำเร็จในบ๊อกซ์ออฟฟิศเท่าไหร่ก็ไม่เป็นไร ให้ชีวิตได้พบความสำเร็จและไม่สำเร็จคละเคล้ากันไปจะได้กลมกล่อม เราจึงได้เห็นผลงานทางจอเงินของพระเอกหนุ่มคนดีในจำนวนที่นับได้ ตัวอย่างเช่น Fracture (2007) กับบททนายความหนุ่มไฟแรง Lars and the Real Girl (2007) กับบทผู้ชายที่หลงรักตุ๊กตายางของตัวเอง Blue Valentine (2010) กับบทของชายผู้แบกรับความรักสีหม่น Drive  (2011) กับบทชายผู้ซื่อสัตย์ในคราบโจร Crazy, Stupid, Love. (2011) กับบทหนุ่มเจ้าสำราญ The Place Beyond the Pines (2012) กับบทวายร้ายสิงห์มอเตอร์ไซค์ผู้รักครอบครัว และ Only God Forgives (2013) กับบทชายหนุ่มผู้เติบโตมาท่ามกลางอธรรม เป็นต้น
 
อันที่จริง กอสลิ่ง ดูเป็นคนหนุ่มที่สะสมการเติบโตมาเรื่อยๆ เขาไม่คิดจะแช่แข็งตัวเองอยู่ที่การเป็นนักแสดงสถานเดียวอยู่แล้ว บ่อยครั้งที่เราเห็นเขาโดดไปร่วมแจมงานเบื้องหลัง ที่ถูกพูดถึงอย่างโดดเด่นเห็นจะเป็นเรื่อง Blue Valentine หนังรักอารมณ์เศร้าที่เขาเล่นเป็นตัวเอกของเรื่อง ประกบกับ มิเชล วิลเลียมส์ โดยในภาพยนตร์เรื่องนี้เขารับหน้าที่เอ็กเซ็กคูทีฟ โปรดิวเซอร์ ซึ่งตอนนั้นกอสลิ่งมีอายุ 30 ปี จากนั้นเขามาระบายฝันให้เป็นจริงอีกครั้งกับหนังเรื่อง Only God Forgives เรื่องนี้เป็นที่รู้จักของคนไทย เพราะมาถ่ายทำในบ้านเรา แถมยังมีนักแสดงไทยสมทบอยู่หลายคน สำหรับเรื่องนี้ กอสลิ่งนั่งตำแหน่งเดิมคือ แสดงนำ และเอ็กเซ็กคูทีฟ โปรดิวเซอร์ ตอนนั้นเขามีอายุ 32 ปี  จากนั้นกอสลิ่งก็หายจากจอเงินไปนานเกือบ 2 ปี ระหว่างนี้มีข่าวแพร่สะพัดเกี่ยวกับตัวเขาอยู่เนืองๆ โดยเฉพาะข่าวที่ว่ากอสลิ่งอาจจะเลิกเป็นนักแสดงถาวรแล้ว เพราะรักชีวิตสมถะส่วนตัวมากกว่า และรู้สึกว่าตัวเองเริ่มหมดไฟ เสียงลือเสียงเล่าอ้างทั้งหลายถูกคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น   เมื่อเราได้เห็นภาพผลงานบางส่วนของ กอสลิ่ง ในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์แนวดิบ โหด เซอร์ ตามสไตล์ของเขา เรื่อง Lost River (2014) หนังเรื่องแรกในชีวิตที่เขาประคบประหงมอย่างดีทั้งเขียนบท กำกับ และเป็นโปรดิวเซอร์เอง ในเวลาใกล้เคียงกันนั้น เราก็ได้ยินข่าวดี (ที่อาจเป็นข่าวร้ายของแฟนคลับ) ว่าชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มสะกดวิญญาณคนนี้ได้เป็นพ่อคน (และหลังจากนั้นอีก 2 ปี เขาก็เป็นคุณพ่อลูกสอง เมื่อ อแมดา ลี กอสลิง ออกมาลืมตาดูโลก)
 
ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตที่ทำให้เขายอมหวนกลับมาคืนจอเงินในฐานะนักแสดงอีกครั้ง ทั้งที่เคยเอ่ยว่ารู้สึกหมดแรงบันดาลใจ คล้ายดั่งว่ามองไม่เห็นตัวตน และไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ ซึ่งคราวนี้กลอสลิ่งกลับมาอย่างชายวัยกลางคนที่ผ่านการก้าวผ่านพ้นวัยด้วยความเข้าใจชีวิต โดยมีวัคซีนจากลูกสาวเป็นภูมิคุ้มกัน เพราะเขารู้แล้วว่าต่อไปทุกการกระทำของเขาจะมีอยู่เพื่อใคร 
 
 
ดูเหมือนว่าชีวิตที่มีคำว่า "ครอบครัว" มาเติมเต็ม และหน้าที่ของคุณพ่อลูกสอง จะทำให้กอสลิ่งได้กลับมาสนุกคึกคักกับการทำงานหน้าจออีกครั้ง ในช่วงปี 2015 เป็นต้นมา ผู้ชมจึงได้เห็นผลงานของเขายิงรัวอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ The Big Short หนังการเงินที่เขาได้ประชันบทบาทกับ คริสเตียน เบลล์, แบรด พิตต์ และสตีฟคาร์เรล ถัดมาเป็นบทบาทก๋ากั่นเรียกเสียงหัวเราะให้ผู้ชมใน The Nice Guys ซึ่งเขาและพาร์ทเนอร์ทางการแสดง อย่าง รัสเซลล์ โครว์ รับส่งมุกกันดีเหลือเกิน แน่นอนว่า ถ้าคุณเป็นแฟนตัวจริงของกอสลิ่ง น้อยเรื่องนักที่จะได้เห็นเสือยิ้มยากอย่างเขาเลือกเล่นบทคอเมดี้ถึงใจแบบนี้ กระทั่งมาถึง La La Land มิวสิคัลที่ถูกพูดถึงไปทั่วโลกในช่วงต้นปี 2017 เรื่องนี้กอสลิ่งรับบทเป็นนักดนตรีแจ๊ส และก็เช่นเคยที่เขาสวมวิญญาณตัวละครได้ดีจนได้ใจผู้ชมและนักวิจารณ์ (แต่ยังไม่ได้ใจกรรมการออสการ์เสียที) ซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะด้วยความอินส่วนตัวที่กอสลิ่งมีต่อดนตรีแจ๊สด้วย พอกลางปี 2017 Song To Song หนังรักอารมณ์เพลงที่เขาร่วมเล่นกับ รูนีย์ มารา, นาตาลี พอร์ทแมน และไมเคิล ฟาสส์เบนเดอร์ ก็ได้ลงจอมากระทุ้งความรู้สึกคนดู แล้วก็มาถึงบท Mr. K ในหนังนีโอ-นัวร์ ไซไฟ เรื่องที่กำลังถูกพูดถึงอยู่ในขณะนี้ นั่นคือ Blade Runner 2049 ซึ่งบทที่กอสลิงได้รับนั้น ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ แล้วเขาก็ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง สามารถตีบท Blade Runner แอนดรอยด์ประจำยุคนี้ได้อย่างมีเลือดมีเนื้อเสียจนหลายๆ คนเก็บคาแร็คเตอร์ของเขาออกมาขบคิดและแตกประเด็นต่อดังจะเห็นได้จากหลายๆ บทความที่ได้เห็นกัน
 
แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ยกว่านี่คือปีทองของไรอัน กอสลิ่ง ไปได้อย่างไร