คนส่วนใหญ่มองว่า ‘บาร์เทนเดอร์’ เป็นเพียงแค่อาชีพที่คอยชงเครื่องดื่มให้กับนักสังสรรค์ที่แวะเวียนมาหาหลังเลิกงานเท่านั้น ไม่ได้มีความพิเศษอะไรมากไปกว่านี้ แต่ในความเป็นจริงหากเรามองลงลึกไปถึงรายละเอียดของอาชีพนี้ ก็จะรู้ได้ทันทีว่านี่เป็นอาชีพที่ไม่ใช่ใครก็สามารถมาเป็นได้  

'มิ้ลค์ - ไพลิน สัจจานิตย์' ทราบถึงเรื่องนี้ดี เพราะเธอคือบาร์เทนเดอร์หญิงไทยที่มีประสบการณ์การทำงานมามากกว่า 4 ปี ผ่านการทำงานทั้งในโรงแรม ร้านอาหารชื่อดังมาแล้วหลายแห่ง ทั้ง So Sofitel Bangkok, W Hotel Bangkok, Vesper, Il Fumo และล่าสุดเธอมาประจำอยู่ที่ห้องอาหาร Zuma ในโรงแรม The St. Regis Bangkok

นอกจากการแสดงฝีมือในระดับประเทศแล้ว เธอยังเคยชนะการแข่ง Diageo World Class การแข่งขันของเหล่าบาร์เทนเดอรระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2016 จนคว้าสิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งในเวทีระดับโลกที่ไมอามี ประเทศสหรัฐอเมริกา

ตอนแรกเราตั้งใจว่าจะเรียนนิติศาสตร์ แต่คุณพ่อบังคับให้เลือกเรียนการโรงแรม ช่วงปี 1-2 ตอนนั้นเป็นช่วงที่เราตั้งคำถามกับตัวเองตลอดว่าจบไปเราจะทำอาชีพอะไรได้บ้าง เพราะคณะนี้จบไปแล้วทำงานได้หลายอย่างมากไม่ว่าจะเป็นการบินหรือการโรงแรม ซึ่งทั้งสองสายหลักนี้ก็สามารถแตกแขนงออกไปได้อีก ระหว่างตั้งคำถามกับตัวเองเพื่อหางานที่ชอบเราก็เรียนรู้จากการเรียนไปด้วยว่าเราชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไรบ้าง ซึ่งตอนนั้นมิ้ลค์เองก็รู้ตัวว่าไม่ชอบเสิร์ฟอาหาร ไม่ชอบทำงานที่อยู่เบื้องหน้า และไม่ชอบทำอาหารเท่าไรนัก เพื่อนคนหนึ่งเลยแนะนำว่าให้ไปลองทำงานที่บาร์ดู พอเราได้ลองงานนี้ก็รู้สึกชอบขึ้นมาทันที จากนั้นเราก็เริ่มศึกษาสายอาชีพนี้ในเมืองไทยย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีก่อนมันมาได้ไกลแค่ไหนจนถึงตอนนี้ ซึ่งพอเราศึกษาก็ได้เห็นการพัฒนาของอาชีพบาร์เทนเดอร์ในเมืองไทยก็ทำให้รู้ได้ทันทีว่าเส้นทางแห่งนี้มีอนาคตแน่นอน ทันทีที่เรียนจบมิ้ลค์ก็ไปสมัครงานเป็นบาร์เทนเดอร์เลย

สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับบาร์เทนเดอร์ก็คือวินัย มิ้ลค์สังเกตมาตลอด 4 ปี ทั้งกับตัวเองและคนรอบข้าง บาร์เทนเดอร์บางคนมีฝีมือ มีความรู้เยอะ แต่ขาดระเบียบวินัยก็เท่ากับเป็นความล้มเหลวอย่างหนึ่ง เพราะส่วนใหญ่คนที่ไม่ได้ศึกษาข้อมูลมามักเข้าใจว่าบาร์เทนเดอร์เป็นแค่อาชีพที่คอยชงเหล้าให้คนดื่ม เลยศึกษาแค่ชนิดของเหล้า วัตถุดิบส่วนผสม ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ดีแต่ความจริงอาชีพนี้มีอะไรให้ทำมากกว่านั้น อย่างเช่น การบริหารเวลา การเอนเตอร์เทนลูกค้า การทำงานร่วมกับบาร์เทนเดอร์คนอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่จะหาเวลาตรงไหนมาศึกษาเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆหรืออัพเดตเทรนด์ให้ทัน ตรงนี้มิ้ลค์มองว่ายากและสำคัญที่สุดในการทำงานสายนี้ เพราะอาชีพนี้ส่วนมากทำตอนกลางคืนซึ่งสวนทางกับคนทั่วๆไป วินัยและจัดการบริหารเวลาส่วนตัวในช่วงกลางวันจึงเป็นเรื่องที่แต่ละคนต้องทำให้ดีที่สุด

การชงเครื่องดื่มอร่อยเป็นแค่ส่วนเล็กๆที่บาร์เทนเดอร์ต้องมี แต่อีกด้านหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันหรืออาจจะสำคัญกว่าด้วยซ้ำก็คือการพูดคุยกับลูกค้า เรื่องนี้สำคัญมากในการเป็นบาร์เทนเดอร์ และในการแข่งขันระดับโลกจะมีโจทย์การให้คะแนนในเรื่องนี้ด้วย แน่นอนว่าการเรียนรู้ทุกส่วนผสมและคอยคิดสูตรเครื่องดื่มใหม่ๆเป็นเรื่องที่สำคัญต่ออาชีพของเรา แต่สิ่งหนึ่งที่เหล่าบาร์เทนเดอร์ทั่วโลกให้ความสำคัญคือการเรียนรู้ที่จะพูดคุยเอนเตอร์เทนกับลูกค้าที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับลูกค้าระดับบนหรือลูกค้าที่มีอีโก้สูงเราจะต้องคุยกับพวกเขาให้เป็น คนอารมณ์ร้อนที่มาทำงานนี้หากไม่รู้จักปรับตัวบอกได้เลยว่าประสบความสำเร็จได้ยากมาก

คนรักค็อกเทลเขาคงมองเรื่องนี้ว่าเป็นงานศิลปะ เขาจะมองลึกไปถึงเรื่องสกิลของบาร์เทนเดอร์ เรื่องของส่วนผสมในเครื่องดื่มที่เราชงมา และสิ่งที่เขาจะได้รับไปจากเรา แต่กับคนทั่วไปเขาคงไม่ลึกซึ้งถึงขั้นนั้น ด้วยภาพลักษณ์ของบาร์เทนเดอร์ที่อยู่กับแอลกอฮอลล์ซึ่งไม่สอดคล้องกับด้านสว่างของบริบทสังคมไทยทำให้คนทั่วไปมองว่าบาร์เทนเดอร์เป็นอาชีพที่อยู่ในด้านมืดเสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่ต้องมองไปไหนไกล พ่อแม่มิ้ลค์เองก็ไม่ชอบเหมือนกัน พวกท่านมองว่าเราต้องทำงานตอนกลางคืนคลุกคลีอยู่กับเหล้า กลับบ้านดึกทุกวัน ทำให้ตัวมิ้ลค์เองต้องใช้เวลาอยู่พักใหญ่ในการเปลี่ยนความคิดว่างานนี้แม้จะเป็นสายอาชีพที่คนทั่วไปมองว่าอยู่ในด้านมืดแต่ในอีกมุมหนึ่งก็เป็นงานที่ต้องใช้ความคิดจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์สูงไม่แพ้งานอื่น เราทุ่มเทกับงานนี้จนกระทั่งเริ่มได้รางวัล เริ่มมีนิตยสารมาติดต่อขอสัมภาษณ์ ทำให้ภาพลักษณ์ของงานนี้เริ่มดูดีขึ้นในสายตาของพวกเขา

รางวัลไม่ได้เป็นตัวช่วยหรือทางออกของชีวิตเสมอไป หลายคนอาจคิดว่าต้องเป็นบาร์เทนเดอร์มือรางวัลเท่านั้นถึงจะประสบความสำเร็จในวงการนี้ จริงอยู่ที่การได้รางวัลมาจะทำให้เรามีชื่อเสียงมีสื่อมาขอสัมภาษณ์เยอะทำให้เราประสบความสำเร็จในเส้นทางนี้ได้ง่ายกว่าเดิม แต่ความเป็นจริงแล้วบาร์เทนเดอร์ที่ไม่เคยได้รางวัลใดๆเลย แต่ประสบความสำเร็จในวงการนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวทีระดับโลกกลับมีมากกว่าเหล่าบาร์เทนเดอร์ที่ได้รางวัลมาด้วยซ้ำ ของแบบนี้มันขึ้นอยู่กับทักษะความรู้ การพัฒนาตัวเอง โอกาส และโชคชะตาของแต่ละคน

ช่วง 2 ปีก่อนจนถึงตอนนี้ตลาดค็อกเทลบาร์เติบโตเร็วมาก การแข่ง World Calss ประเทศไทยปีล่าสุดมิ้ลค์เห็นมีน้องบาร์เทนเดอร์หน้าใหม่เข้ามาแข่งเต็มไปหมด คนรุ่นใหม่อาจเริ่มมองเห็นโอกาสจากอาชีพนี้มากขึ้นทั้งชื่อเสียงและความมั่นคง แต่การอยู่ในวงการนี้มิ้ลค์อยากบอกกับทุกคนในฐานะที่ทำงานเข้าสู่ปีที่ 5 ว่าทุกคนจะต้องมีวินัย บาร์เทนเดอร์ในวงการตอนนี้ไม่มีใครแข่งกับใครแต่ทุกคนต่างกำลังแข่งกับตัวเอง ต้องหาจุดเด่นของตัวเองให้เจอ ต้องตามเทรนด์เครื่องดื่มให้ทัน ยิ่งตอนนี้เรามีสื่อโซเชียลที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ดีมากๆ หรือจะหาความรู้จากบาร์เทนเดอร์รุ่นพี่ที่เก่งๆก็ได้คนเหล่านี้จะมีประสบการณ์และพร้อมที่จะสอนน้องๆทุกคนอยู่แล้ว แต่สำคัญคือเราต้องหมั่นฝึกซ้อม ลองผิดลองถูก พัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา เพราะวงการนี้ยังเปิดกว้างและขาดแคลนบาร์เทนเดอร์ที่มีฝีมืออยู่อีกมาก