ในกีฬาแต่ละประเภทมักจะมีการแข่งขันรูปแบบหนึ่ง ที่เน้นเอาความอึด และทรหดอดทนเป็นที่ตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งมาราธอน การแข่งขันจักรยาน หรือแม้แต่ไตรกีฬาก็มักจะมีรายการแข่งขันชื่อดังอยู่มากมาย จนยากที่จะตัดสินว่าผู้ใดเป็นหนึ่งในใต้หล้า แต่เมื่อหันมามองกีฬาประเภทมอเตอร์สปอร์ตแล้ว หลายๆ คนคงจะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘ดาการ์แรลลี่’ สมรภูมิที่โหดหิน ซึ่งกินเวลายาวนานท่ามกลางภูมิสภาพอันเลวร้าย คือการแข่งขันแรลลี่วิบากระยะทางไกล ที่ยากจะหารายการไหนมาทัดเทียม และที่สำคัญคือ แรลลี่สุดหินนี้กำลังจะเปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งในเดือนมกราคมที่กำลังจะมาถึง หลังสืบทอดความทรหดมานานถึง 4 ทศวรรษ

จุดเริ่มต้นของกีฬาบ้าดีเดือดชนิดนี้ ต้องย้อนกลับไปในเดือนธันวาคมปี 1978 หนึ่งปีให้หลังจากการพลัดหลงท่ามกลางทะเลทรายเตเนเรของ เธียร์รี ซาบีน นักขับชาวฝรั่งเศส ในการแข่งขันแรลลี่เส้นทางระหว่างอาบิดจาน-นีซ ซึ่งทำให้เขาตัดสินใจได้ว่า เส้นทางนี้คือสนามที่เหมาะสมที่สุดในการแข่งขันกีฬาประเภทนี้

ในการเปิดม่านเป็นครั้งแรก 10,000 กิโลเมตร คือระยะทางที่ผู้เข้าแข่งขันต้องฟันฝ่า เริ่มจากจุดสตาร์ท ณ กรุงปารีส เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งต้องเดินทางผ่านความเลวร้ายของประเทศไนเจอร์ มาลี และบูร์กินาฟาโซ ก่อนจะมาสิ้นสุดที่ดาการ์ เมืองหลวงของประเทศเซเนกัล ซึ่งจบลงด้วยชัยชนะของ ซีริล เนโว ผู้เข้าสู่เส้นชัยเป็นคนแรกด้วยรถมอเตอร์ไซค์วิบากสัญชาติญี่ปุ่น ‘YAMAHA XT 500’ และมีนักกีฬาผู้สามารถเข้าเส้นชัยได้เพียง 74 คน จากจำนวนทั้งหมด 182 คน

ด้วยคอนเซ็ปต์ที่เน้นไปที่ความบ้าบิ่นและทรหดอดทน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่อุบัติเหตุแบบไม่คาดฝัน ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งซึ่งกีฬาประเภทนี้ ซึ่งคร่าชีวิตของมนุษยชาติไปมากถึง 70 คน แบ่งเป็นผู้เข้าแข่งขัน 28 คน และประชาชนในบทบาทต่างๆ อีก 42 คน ไม่ว่าจะเป็นนักข่าว วิศวกรผู้ดูแลเครื่องยนต์ แม้กระทั่งผู้ชมก็ตามที จนในช่วงหนึ่งถูกขนานนามจากหนังสือพิมพ์วาติกันว่า เป็นการแข่งขันที่เลือดเย็นและไร้ความรับผิดชอบโดยสิ้นเชิง

แม้จะเป็นการแข่งขันที่ดูอันตรายจนไม่น่าเข้าไปแตะต้อง แต่ตัวเลขของผู้เข้าร่วมทำการแข่งขันกลับสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง ในปี 1988 มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันจากรถทุกประเภทมากถึง 603 คน มากกว่าเดิมถึง 3 เท่า จากการแข่งขันในครั้งแรกซึ่งมีเพียง 182 คนเท่านั้น เพราะค่ายรถยนต์ต่างส่งนักแข่งในสังกัดของตนเองเข้าแข่ง เพื่อหวังชื่อเสียงจากกีฬาประเภทนี้ และทุบสถิติมีผู้เข้าร่วมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ถึง 688 คน ในปี 2008

สำหรับการแข่งขันแรลลี่สุดทรหดในต้นปีหน้าที่กินเวลาตั้งแต่วันที่ 6 ไปจนถึง20 มกราคม ฝ่ายจัดการแข่งขันได้กำหนดเส้นทางให้จุดสตาร์ทอยู่ที่ประเทศเปรูตัดไปยังอาร์เจนตินา และเข้าสู่จุดหมายที่กอร์โดบา รวมระยะทางแล้วกว่า 9,000 กิโลเมตร และนับเป็นวาระโอกาสสำคัญในการยืนหยัดมาได้ถึง 40 ปี และเป็นปีที่ 10 สำหรับการแข่งขันในแบบอเมริกาใต้ ทำให้นักกีฬาต่างมุ่งหวังที่จะครอบครองถ้วยรางวัลแห่งประวัติศาสตร์ และจะมีการขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้นกว่าเดิมแน่นอน

 

MISTER DAKAR

สเตฟาน ปีเตอร์อองเซล นักขับจากฝรั่งเศส ในวัย 51 ปี คือเจ้าของฉายา ‘มิสเตอร์ดาการ์’ ที่ได้มาอย่างไม่ต้องอาศัยโชคช่วย เพราะนอกจากเป็นเจ้าของตำแหน่งแชมป์จากการแข่งขันรายการล่าสุดในปีที่ผ่านมา เขายังครองแชมป์รายการนี้รวมแล้วถึง13 สมัย นับตั้งแต่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งแรกในปี 1991 จนขึ้นแท่นนักกีฬาประวัติศาสตร์ของรายการนี้ และได้รับฉายาอันทรงเกียรติไปครอบครอง