ร้านอาหารฝรั่งเศสสูตรต้นตำรับ ที่จะทำให้คนจากดินแดนแห่งน้ำหอม และแฟชั่น หวนคิดไปถึงภัตตาคารชั้นยอดในบ้านเกิดของตนเอง อีกทั้งยังเจนจัดไปด้วยรสชาติที่ถูกอกถูกใจคนบ้านเราเป็นอย่างยิ่ง ด้วยฝีมือของเคลมองต์ เฮอร์นานเดซ เชฟผู้ผ่านประสบการณ์จากร้านอาหารมิชลินหลากหลายแห่งทั้งในยุโรป และเอเชีย ที่เลือกใช้วัตถุดิบจากแหล่งผลิตคุณภาพดี และเป็นโฮมเมดเท่านั้น

สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร กับการตกแต่งในสไตล์ 'ช่างทำรองเท้า' ผนวกกับร้านอาหารในยุค 1930 ที่ผ่านการออกแบบมาอย่างมีระดับ สบายตาด้วยโทนน้ำตาลของวัสดุไม้นานาชนิดที่ผนวกเข้ากับหินอ่อน และหนังได้อย่างลงตัวอีกทั้งการควมคุมไฟของร้าน ที่ปรับเปลี่ยนไปตามเวลาและ บรรยากาศ แถมยังให้ความอบอุ่นสบายตา และรังสรรค์อาหารนานาชนิด ให้เย้ายวนและน่าหลงใหลกว่าที่เคย


 

เริ่มต้นมื้อหาหารสุดพิเศษกับ ‘Ratatouille’ อาหารเรียกน้ำย่อยชั้นดีที่มีส่วนผสมของมะเขือเทศ 3 ชนิด ทั้งแบบสด แห้ง และหมัก ให้สัมผัสนุ่มละมุนลิ้นกับความสดที่มีรสสัมผัสของเมล็ดทานตะวันที่เต็มไปด้วยความกรุบกรอบ และกลิ่นของใบมินท์ เข้ามาเสริมเติมแต่งและคลุกเคล้าวัตถุดิบแต่ละประเภทให้มีความกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น


 

หากคนที่ไม่ถูกกับผักผลไม้ซักเท่าไร ขอแนะนำ 'ฟัวกราส์’ ตับห่านที่ผ่านการปรุงมาเป็นอย่างดีเสิร์ฟคู่กับขนมปังบริยอช และชัตนีย์องุ่น ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีลักษณะเปรี้ยวหวาน เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อนำมาเคี่ยวจนได้ลักษณะคล้ายกับแยม ซึ่งทำให้ความมันของฟัวกราส์ถูกตัดทอนลงมา และรับประทานได้สนุกปากมากขึ้น


ซุปสไตล์ฝรั่งเศส ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นชีส รสหวานจากสต็อกไก่ รวมถึงหอมใหญ่และพาสลีย์ แม้จะได้สัมผัสของชีสที่หยาดเยิ้มในทุกๆ คำ แต่เมื่อผนวกกับส่วนประกอบที่เหลือกลับไม่ได้ทำให้รู้สึกเลี่ยน และสามารถเพลิดเพลินกับซุปถ้วยนี้ได้อย่างเต็มอิ่ม

'Beef Bourguignon’ แก้มวัวที่ต้องผ่านการหมักด้วยไวน์แดงถึงหนึ่งคืนเต็มๆ ซึ่งหลังจากผ่านการเคี่ยวจนนุ่มได้ทีแล้ว ทำให้ได้ความละลาย อ่อนนุ่ม และกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของเนื้อ ที่ผนวกกับเครื่องเทศได้ในทุกๆ คำ

ESCARGOTS DE BOURGOGNEวัตถุดิบชั้นเลิศจากเบอร์กันดีที่ขึ้นชื่อที่สุดในเรื่องหอยทาก นอกจากเนื้อหอยทากที่ผ่านจากต้มด้วยอุณภูมิพอเหมาะจากน้ำสต็อกแล้ว ยังเต็มไปด้วยเครื่องปรุงมากมายที่ช่วยชูรสชาติทุกอย่างให้เข้าที่ไม่ว่าจะเป็นเนย กระเทียม หรือ พาสลีย์ เมื่อทานคู่กับขนมปังแล้วเข้าคู่กันเป็นอย่างดี

หันมาลองของหวานอย่าง Apple Tart Tatin ที่ให้ความหวานแบบกำลังดี เหมาะกับการปิดท้ายหลังจากผ่านของคาวมาอย่างเต็มคราบ หากไม่ใช่คอของหวานจะปิดท้ายด้วยกาแฟดำ รสชาติกลมกล่อม หรือลองเป็นค็อกเทล ที่มีให้เลือกสรรหลากชนิด แถมยังเสิร์ฟควบคู่กับคอนเซ็ปต์ไม่ธรรมดา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งซิกเนเจอร์ของร้านนี้เช่นกัน

FIND ME : ตั้งอยู่ใน ซอยสุขุมวิท 11 เปิดให้บริการเวลา 18.00 – 24.00 น. รายละเอียดเพิ่มเติม www.cordonierbkk.com หรือ 02 038 5113

PAY ME : ประมาณ 800 บาท