หากมองบนพื้นฐานของชาวอเมริกัน เหตุการณ์ที่สะเทือนใจพวกเขาที่สุดในประวัติศาสตร์คงจะหนีไม่พ้นเหตุการณ์ 911 เหตุวินาศกรรมถล่มตึกเวิลด์เทรด 11 กันยายน 2001
 
แต่หลังจากเหตุการณ์วันนั้น 1 วัน หน่วยรบพิเศษ กรีน เบอเรต์ (Green Beret) จำนวน 12 นาย ก็ควบม้าฝ่าเข้าไปสร้างวีรกรรมเสี่ยงตาย(ในสายตาของชาวอเมริกัน) ฝ่าเข้าไปยังสมรภูมิของกองทัพศัตรูในอัฟกานิสถาน จนกลายเป็นที่มาและแรงบันดาลใจของภาพยนตร์เรื่อง “12 STRONG”
 
12 STRONG สร้างจากบทความเรื่อง Horse Soldiers: The Extraordinary Story of a Band of US Soldiers Who Rode to Victory in Afghanistan ของนักข่าวนิวยอร์ก ไทม์ ดั๊ก สแตนตัน (Doug Stanton)  ดัดแปลงเป็นบทหนังโดย เท็ด ทอลลี เจ้าของรางวัลออสการ์จาก The Silence of The Lambs และภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ขวัญใจทั้งโลกอย่าง The Hunger Games: Mockingjay ทั้งสองภาค ร่วมด้วย ปีเตอร์ เคร็ก ผู้เขียนบทจากภาพยนตร์ดราม่า-ทริลเลอร์ที่ได้รับคำชมมากมายจากเรื่อง The Town 
 
นี่คือคือบทความที่จะพาเราไปรู้จักกับกรีน เบอร์เรต์ เรื่องจริงผ่านจอ กับภารกิจของพวกเขาหลังวันที่ชาวอเมริกันเสียน้ำตา
 
ปฏิบัติการลับระดับชาติของ กรีน เบอร์เรต์
 
หน่วยกรีน เบอเรต์ (Green Berets) ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น นักรบของโลกหลัง 9/11” ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เคยมีบทบาทสำคัญมาตั้งแต่สงครามกับรัสเซีย และสงครามเวียดนาม ประกอบด้วยสมาชิก 12 นาย  หน้าที่หลักของกรีน เบอเรต์ คือการเพิ่มจำนวนพันธมิตรในดินแดนของศัตรู และเป็นหน่วยที่กรุยทางเตรียมความพร้อมก่อนการปูพรมจู่โจมเต็มกำลังศึกของกองทัพสหรัฐฯ หน่วยกรีน เบอร์เรต์ ได้รับการฝึกฝนโดยยึดหลักกลยุทธที่เรียกว่า “ต้องกลายเป็นโจรเพื่อจับโจร” (Setting a thief to catch a thief) โดยต้องร่วมฝึกทักษะการรบหลายรูปแบบทั้งการเข้าจู่โจม การเคลียร์พื้นที่ ฝึกกระโดดร่ม การปีนเขา ฝึกยิงธนู ฝึกใช้สกี ฝึกขี่ม้า เรียนรู้ภาษาท้องถิ่นเพื่อสื่อสารกับพันธมิตรในพื้นที่ ซึ่งทั้งหมดกินเวลาการฝึกยาวนานถึง 60 สัปดาห์ ในการฝึก จะมีการสร้างโรงเรียนฝึกหน่วยกรีน แบเรต์ ขึ้นมาโดยเฉพาะ โดยจำลองรายละเอียดของบรรยากาศและผู้คนทั้งหมดในโรงเรียนให้เสมือนดินแดนที่เป็นเป้าหมายจริง เมื่อสำเร็จการฝึกทุกคนจะได้สวมหมวกเบเร่ต์สีเขียว พร้อมกับติดสัญลักษณ์ของหน่วยรบพิเศษ หลังฝึกสำเร็จทหารทุกคนในหน่วยต้องผ่านการฝึกแบบทีม 12 คนและ 4 คนแล้ว เพื่อสร้างให้พวกเขาเป็นหน่วยรบที่แข็งแกร่งที่สุดและไร้ที่ติ
 
 
แม้จะเป็นปฏิบัติการระดับชาติที่ถูกปกปิดเป็นความลับอยู่นานหลายปี แต่ในที่สุดวีรกรรมของเหล่านายทหารบนหลังม้าหน่วยกรีน เบอเรต์ทั้ง 12 นายก็ได้รับการเปิดเผย และได้รับการสดุดีด้วยการสร้างอนุสรณ์สถานไว้ที่บริเวณกราวด์ ซีโร่ (Ground Zero) พื้นที่แห่งการไว้อาลัยของเหตุวินาศกรรม 9/11 ใจกลางมหานครนิวยอร์ก
 
ซึ่งพวกเขาถูกส่งไปเป็นหน่วยแรกๆ ในการแทรกซึมเข้าไปหาพันธมิตรและเคลียร์พื้นที่ ก่อนจะมีการส่ง U.S. Army Rangers หน่วยรบพิเศษของกองทัพบกสหรัฐ เข้าจัดการปฏิบัติการรบเต็มรูปแบบในสงครามต่อต้านการก่อการร้าย War on Terror และไล่ล่าตัว อุซามะฮ์ บิน ลาดิน ผู้นำขบวนการก่อการร้ายอัลกออิดะฮ์ พันธมิตรรัฐบาลตาลิบัน ผู้อยู่เบื้องหลังเหตุวินาศกรรม 9/11 ซึ่งหลังสงครามนี้ทำให้บิน ลาดินต้องหลบลี้ซ่อนตัวไปอีกหลายปี แต่ในที่สุดในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2011 ประธานาธิบดี บารัค โอบามา ของสหรัฐอเมริกา ได้แถลงยืนยันผ่านสื่ออย่างเป็นทางการว่า อุซามะฮ์ บิน ลา ดิน ได้เสียชีวิตแล้ว จากการปฏิบัติการพิเศษของหน่วยซีล (SEAL) นั่นเอง
 
ย้อนรำลึกวีรกรรม 12 ชีวิตทวงแค้น 9/11 ให้กับแผ่นดินแม่
 
ในภาพยนตร์เรื่อง 12 STRONG บอกเล่าถึงหลังเหตุการณ์วินาศกรรมสั่นสะเทือนโลก “11 กันยา 2001 หรือ 9/11” ในวันรุ่งขึ้น 12 กันยายน ค.ศ. 2001 กองกำลังทหารหน่วยกรีน เบอร์เรต์ จำนวน 12 นาย นำทีมโดย ผู้พันมิตช์ เนลสัน (รับบทโดย คริส เฮมส์เวิร์ธ) ได้รับมอบหมายให้มุ่งหน้าไปยังอัฟกานิสถาน ฝ่าดินแดนที่ทุกตารางนิ้วคือความเป็นความตาย เพื่อชักจูงให้กองกำลังฝ่ายเหนือของ นายพลอับดุล ดอสทุม หัวหน้ากลุ่มแนวร่วมอิสลามที่ต้องการจะปลดปล่อยบ้านเกิดของตน จากการรุกรานของกลุ่มตาลีบันมาร่วมเป็นกองกำลังผสม โดยมีเป้าหมายยึดสมรภูมิสำคัญอย่างเมืองมาซาร์-อี-ชาริฟคืนมาให้สำเร็จ และนี่จึงเป็นที่มาให้เกิดปฏิบัติการหยุดลมหายใจในมือของทหาร 12 นาย ไร้กองหนุน ไร้การปกป้อง แต่ต้องโค่นกองทัพศัตรูที่จำนวนมากกว่าหลายเท่าถึง 40 ต่อ 1 เพื่อนำสันติสุขกลับมาอีกครั้ง
 
จากเรื่องจริง สู่ภาพยนตร์ 12 STRONG
 
แน่นอนว่านอกจาก 12 STRONG จะให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดเรื่องราวของเหล่านายทหารกล้าทั้ง 12 นายกับภารกิจลับเพื่อชาติและมวลชนให้นักดูหนังได้ร่วมลุ้นระทึกไปด้วยกันแล้ว ยังอัดแน่นด้วยการสร้างสรรค์ฉากแอ็คชั่นที่เข้มข้นบีบหัวใจพร้อมทำให้ผู้ชมต้องตื่นตาไปกับเรื่องจริงในปฏิบัติการของเหล่าทหารกล้า 12 นายทีมนี้ ที่จะมาเฉลยความจริงของปฏิบัติการรบครั้งนี้ที่ไม่เหมือนการรบครั้งใดๆ เพราะด้วยข้อจำกัดของภูมิประเทศและยุทธวิธีการทำศึกที่แยบยล ปฏิบัติการของพวกเขาจึงไม่ใช่การต่อสู้บนเครื่องบินรบ โจมตีด้วยรถถัง หรืออาศัยสรรพอาวุธที่ล้ำเทคโนโลยี แต่เป็นการใช้ยุทธวิธีการรบบนหลังม้า ที่แทบจะไม่เคยปรากฏมาก่อนในภาพยนตร์แอ็คชั่นสงครามร่วมสมัยเรื่องใดๆ
 

 
ภาพของทหารอาวุธครบมือ 12 นายบนหลังม้าฝ่าหุบเขากลางไฟสงคราม จึงเป็นความแปลกใหม่ และเป็นภาพสงครามที่แตกต่างกว่าการสู้รบครั้งไหน เช่นเดียวกันกับการจำลองภาพดินแดนอัฟกานิสถานให้สมจริง ราวกับถ่ายทำในสถานการณ์จริง โดยทีมออกแบบงานสร้างแถวหน้าฮอลลีวู้ดจากภาพยนตร์อย่าง The Jungle Book, The Dark Tower และ Batman V Superman รวมทั้งการสร้างเทคนิคซีจีเพื่อเน้นภาพสมจริงของสงครามครั้งนี้ ซึ่งเป็นฝีมือของทีมซีจีที่เคยผ่านงานสร้างเหนือชั้นมาแล้วจาก Kong: The Skull Island, Avatar และ Terminator: Salvation
 
ในส่วนของทีมนักแสดงนำหลักที่มาพร้อมด้วยบทบาททั้งแอ็คชั่นสุดหินและดราม่าเข้มข้นของเหล่าทหารกล้า 12 นายกับการหลอมรวมใจของพวกเขา เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงศรัทธาในหัวใจและพลังของการเป็นนักรบของหน่วย Green Beret อย่างแท้จริง
 
และการนำทีมด้วย คริส เฮมสเวิร์ธ (Chris Hemsworth) ซูเปอร์สตาร์หนุ่มที่ขอเปลี่ยนลุ้คที่ผู้ชมติดตาจากเทพเจ้าสายฟ้า Thor มาสู่บทบาท ผู้พันมิตช์ เนลสัน นายทหารหัวหน้าทีมผู้นำเพื่อนๆ ฝ่าด่านสมรภูมิรบสุดโหด เสริมทัพ 12 นายทหารสุดแกร่งด้วยนักแสดงระดับยอดฝีมือ ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงที่เคยเข้าชิงออสการ์มาแล้วถึง 2 ครั้งอย่าง ไมเคิล แชนนอน (Michael Shannon) จาก Revolutionary Roads และ Nocturnal Animals, ไมเคิล พีน่า (Michael Peña) เจ้าของรางวัลทีมนักแสดงยอดเยี่ยม SAG Awards จาก American Hustle และภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์  Ant-Man, End of Watch, The Martian, นาวิด เนกาบาน (Navid Negaban), และ เทรเวนต์ โรดส์ (Trevante Rhodes) นักแสดงฝีมือดีวันดีคืน เจ้าของรางวัลออสการ์ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเรื่องล่าสุด  Moonlight  ซึ่งบรรดานักแสดงทุกคนได้รับการฝึกฝนที่ถอดแบบมาจากรูปแบบการฝึกจู่โจมของจริง โดยได้นายทหารหน่วย SEAL ตัวจริงของกองทัพสหรัฐฯ มาเป็นเทรนเนอร์ให้โดยเฉพาะ ทั้งฝึกการใช้อาวุธสงครามจริงหลากหลายประเภท รวมทั้งต้องฝึกการขี่ม้าและฝึกทักษะการต่อสู้ด้วยปืนบนหลังม้าเพื่อความสมจริงของภาพยนตร์