Connect with us

Subscribe

Entertainment

10 หนังเรื่องเยี่ยม
ที่ผู้ชายควรดูก่อนสิ้นปี 2019

ในรอบปีที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่วงการภาพยนตร์โลกมีหลากหลายเรื่องราวให้จับตามองอย่างใกล้ชิด ทั้งพฤติกรรมการดูหนังของคนยุคนี้ที่หันไปพึ่งพาเว็บไซต์สตรีมมิ่งมากขึ้น ความสำเร็จของเฟรนไชส์หนังซูเปอร์ฮีโร่ระดับโลก รวมไปถึงการบุกฮอลลีวู้ดของหนังเอเชียม้ามืด ซึ่งล้วนกลายเป็นกระแสทอล์กออฟเดอะทาวน์แห่งปี 2019 ที่คอหนังทั่วโลกให้ความสนใจ

เรื่อง : เมเจอร์ ทอม

ไฮไลต์สำคัญคงต้องยกให้หนังฟอร์มยักษ์Avengers: Endgame’ ผงาดขึ้นครองอันดับ 1 ภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาล มีรายได้รวมทั่วโลกว่า 2,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ล้มแชมป์เก่าอย่าง Avatar ได้สำเร็จ หรือแม้แต่หนังฉายผ่านเน็ตฟลิกซ์อย่าง ‘The Irishman’ ของผู้กำกับฯ มาร์ติน สกอร์เซซี ที่กลายเป็นกระแสฮิตบนโลกออนไลน์และคาดว่าจะเดินอย่างสง่างามสู่พรมแดงเวทีออสการ์ตามหลังรุ่นพี่เรื่อง ‘Roma’ ของอัลฟองโซ คัวรอน ผลงานจากเน็ตฟลิกซ์เรื่องแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้เข้าชิงออสการ์เทียบบารมีกับหนังกระแสหลักที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์

ท่ามกลางหนังจำนวนนับร้อยนับพันเรื่องที่ถูกสร้างออกมาสู่สายตาผู้ชมในปีนี้ เราอาสาเลือก 10 หนังคุณภาพครบทุกอรรถรสที่โดดเด่นและอยู่ในกระแสสังคม อีกทั้งถูกพูดถึงอย่างมากในแง่ของเค้าโครงเรื่องสุดเก๋า โปรดักชั่นที่ใส่ใจทุกรายละเอียด และการแสดงระดับมืออาชีพของนักแสดง โดยหนังทุกเรื่องไม่ลืมที่จะทิ้งประเด็นบางอย่างให้สังคมได้นำกลับไปวิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นกันอย่างจริงจัง

1. Joker

หนังที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในรอบปี ผลงานกำกับฯ ของทอดด์ ฟิลลิปส์ ที่หยิบยกตัวละครวายร้ายในโลกซูเปอร์ฮีโร่อย่าง ‘โจ๊กเกอร์’ มาตีความใหม่ด้วยการนำผู้ชมไปสำรวจปูมหลังชีวิตของ ‘อาร์เธอร์ เฟล็ค’ ชายธรรมดาที่หาเลี้ยงชีพด้วยการรับจ้างแต่งชุดตลกรายวัน เขาคือภาพสะท้อนของคนชายขอบที่ถูกสังคมกลั่นแกล้งและเพิกเฉย ทำให้ความมืดมิดในเบื้องลึกจิตใจของเขาค่อยๆ ปรากฏขึ้น จนกลายเป็น ‘โจ๊กเกอร์’ ชายวิปลาสผู้เป็นผลผลิตจากความล้มเหลวของโครงสร้างทางสังคม การแสดงอันทรงพลังของ ‘วาคิน ฟินิกซ์’ สามารถทำให้คนดูรู้สึกเห็นใจและหวาดกลัวตัวละครโจ๊กเกอร์ได้ในคราวเดียวกัน อย่างไรก็ตาม แม้หนังเรื่องนี้จะได้รับคำชมอย่างล้นหลาม แต่ก็มีเสียงวิจารณ์ว่าหนังเชิดชูตัวละครมากเกินไป จนอาจจุดกระแสความรุนแรงและมีผลกระทบต่อจิตใจผู้ที่มีอารมณ์อ่อนไหวได้้

2. The Irishman

แค่ได้ยินชื่อของผู้กำกับฯ มาร์ติน สกอร์เซซี ก็คาดหวังได้เลยกับหนังสไตล์แก๊งสเตอร์ที่แสดงออกถึงความเป็นลูกผู้ชายแบบคมเฉือนคมท่ามกลางฉากหลังย้อนยุค แถมเรื่องนี้สกอร์เซซียังคว้าตัวนักแสดงคู่บุญอย่าง ‘โรเบิร์ต เดอ นีโร’ มาประชันฝีมือร่วมกับ ‘โจ เปสซี’ ที่หวนกลับคืนโลกการแสดงอีกครั้ง หนังเล่าเรื่องราวอิงเหตุการณ์จริงที่เคยเกิดขึ้นในยุค 70s ผ่านชีวิตของ ‘แฟรงก์’ คนขับรถบรรทุกธรรมดา ทว่าเบื้องหลังนั้นเขาคือมือปืนรับจ้างที่รับหน้าที่ตามเก็บคู่แค้นให้แก่ผู้มีอิทธิพลในยุคนั้น อีกทั้งยังมีการเล่าถึงคดีฆาตกรรมหัวหน้าแก๊งบัฟฟาลีโน และการหายตัวของ ‘จิมมี่ ฮอฟฟา’ ผู้นำสหภาพแรงงานชื่อดัง ความน่าสนใจของ The Irishman ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ฝีมือฉกาจของผู้กำกับฯ และทีมนักแสดงสุดเก๋าเท่านั้น แต่เน็ตฟลิกซ์ยังทุ่มเม็ดเงินเกือบ 200 ล้านดอลล่าสหรัฐในการสร้างผลงานออริจินัลเรื่องนี้ โดยมีการนำเทคนิค De-aged มาใช้เพื่อลดอายุให้เหล่านักแสดงด้วย

3. Marriage Story

หนังรักสุดขมจากเน็ตฟลิกซ์อีกเรื่องที่กลายเป็นดาวเด่นของวงการภาพยนตร์ส่งท้ายปีนี้ ผลงานของผู้กำกับฯ โนอาห์ บอมบัค ที่นำเค้าโครงเรื่องมาจากชีวิตรักที่ล้มเหลวของเขาและอดีตภรรยา โดยถ่ายทอดความสัมพันธ์ผ่านตัวละคร ‘ชาลี’ ผู้กำกับฯ ละครเวทีที่กำลังสร้างชื่อ และ ‘นิโคล’ นักแสดงสาวดาวรุ่งที่ยอมส่งเสริมฝันให้คนรัก นำแสดงโดยอดัม ไดรเวอร์ และสการ์เล็ตต์ โจแฮนส์สัน เสน่ห์ของ Marriage Story คือการให้แต่ละคนเริ่มเล่าข้อดีของอีกฝ่าย แล้วค่อยๆ เล่าข้อเสีย การเดินทางของความรักที่สุกงอมจากการแต่งงานและใช้ชีวิตคู่ดูแลทุกข์สุขของกันและกัน จนไปสู่การฟ้องหย่าร้างอันเป็นจุดล่มสลายของความสัมพันธ์ ทว่าหนังเล่าเรื่องได้อย่างจริงใจที่สุด ทำให้เราได้เห็นการแตกหักของชีวิตคู่ที่เริ่มพังทลายลงผ่านบทสนทนาของตัวละครที่ค่อยๆ กัดเซาะจิตใจคนดู นี่คือหนังที่บทและการแสดงมีความกลมกล่อม ไม่หวือหวา แต่อาจทำให้หลายคนน้ำตาซึมไปกับ ‘ความเรียล’ ของชีวิตจริงที่หลายๆ คู่อาจต้องเคยเผชิญ  

4. Parasite

หนังสัญชาติเกาหลีของผู้กำกับฯ บงจุนโฮ ผู้เคยสร้างชื่อในระดับสากลจากผลงานเรื่อง ‘Okja’ ที่ฉายผ่านเน็ตฟลิกซ์ จนกระทั่งมาถึงผลงานหนังเรื่อง ‘Parasite’ หรือที่คนไทยเรียกกันว่า ‘ปรสิต’ สามารถคว้ารางวัลปาล์มทองคำจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2019 มาครองได้สำเร็จ โดยเล่าเรื่องของ 2 ครอบครัวในเกาหลีที่มีฐานะแตกต่างกันสุดขั้ว เมื่อลูกชายของครอบครัวคิมมีโอกาสเข้าไปเป็นติวเตอร์ให้ลูกสาวเศรษฐี จนเริ่มชักชวนสมาชิกในครอบครัวให้ปลอมตัวเข้ามาทำงาน และนำไปสู่เหตุการณ์วายป่วงเกินคาดเดา หนังเลือกนำเสนอประเด็นความเหลื่อมล้ำทางสังคมอย่างตรงไปตรงมา โดยสอดแทรกอารมณ์ขันที่กระแทกความรู้สึกเสียจนหลายคนขำแทบไม่ออก แม้โครงเรื่องจะสะท้อนบริบทความไม่เท่าเทียมในสังคมเกาหลี ทว่ากลับกลายเป็นเรื่องราวที่คนดูทั่วโลกสามารถเข้าใจร่วมกันได้ นอกจากนี้หนังยังประสบความสำเร็จในการบุกตลาดสหรัฐฯ เพราะทำได้รายเฉลี่ยต่อโรงสูงถึง 120,000 ดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว

5. Ford v Ferrari

เรื่องราวสุดมันที่เคยเกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์วงการรถยนต์ของโลก ถูกนำมาสร้างเป็นหนังแอ็กชั่น-ชีวประวัติที่สั่นสะเทือนสนามแข่ง ย้อนกลับเมื่อปี 1966 ‘ฟอร์ด’ บริษัทผลิตรถยนต์รายใหญ่สัญชาติอเมริกัน และ ‘เฟอร์รารี่’ บริษัทรถสปอร์ตชื่อดังจากอิตาลี ลงสนามเพื่อแข่งขันชิงตำแหน่งจ้าวแห่งความเร็วในรายการเลอม็องส์ (Le Mans) โดยหนังเลือกเล่าเรื่องราวของผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในประวัติศาสตร์ของฟอร์ดอย่าง ‘คาร์โรลล์ เชลบี้’ อดีตแชมป์นักแข่งรถ และ ‘เคน ไมล์’ ช่างและนักแข่งคู่ใจ การห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดทั้งศึกนอกและศึกในกลายเป็นจุดเด่นที่ชูโรงให้ผู้ชมติดตามอย่างไม่รู้สึกเบื่อ รวมไปถึงการแสดงที่เคมีเข้ากันของ ‘คริสเตียน เบล’ และ ‘แมต เดมอน’ ก็สร้างความบันเทิงได้ตลอดเวลากว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง แม้คนที่ไม่ค่อยเข้าใจศัพท์แสงต่างๆ ของวงการรถยนต์ ก็สามารถชมได้อย่างไม่เสียอรรถรส

 6. Avengers: Endgame

มหากาพย์แห่งซูเปอร์ฮีโร่ที่เดินทางนานกว่า 10 ปี ดำเนินมาถึงจุดอวสานใน Avengers: Endgame หนังเล่าเรื่องผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์สงครามครั้งใหญ่ เมื่ออัญมณีอินฟินิตี้ตกอยู่ในมือของ ‘ธานอส’ ซึ่งก่อพลังทำลายล้างมหาศาล ทำให้เหล่าฮีโร่และสิ่งมีชีวิตครึ่งจักรวาลต้องสูญหายไป หากมองเนื้อเรื่องจะเห็นว่าหนังเต็มไปด้วยความสูญเสียและค่อนข้างมีความดาร์กไร้ซึ่งความหวัง ทำให้อเวนเจอร์ที่เหลืออยู่ต้องรวมตัวกันเพื่อหาวิธีแก้ไขหายนะที่เกิดขึ้น แม้หนังจะมีความยาวถึง 3 ชั่วโมง แต่ไม่ได้ทำให้กระแสนิยมลดลงไปเลย หนังพยายามเก็บรายละเอียดให้มากที่สุด และปิดตัวไปด้วยรายได้กว่า 2,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถล่มบ๊อกซ์ออฟฟิศทะยานขึ้นหนังรายได้สูงสุดอันดับ 1 ของโลก การันตีความสำเร็จของแฟรนไชส์หนังที่มีแฟนๆ เฝ้ารอชมมากที่สุดในโลก

 7. Once Upon a Time… in Hollywood

การกลับมาอีกครั้งของผลงานหนังเรื่องเด็ดในรอบ 25 ปี นับจาก ‘Pulp Fiction’ (1994) ของผู้กำกับฯ เควินติน ทารันติโน่ ที่สามารถเรียกเสียงปรบมือกึกก้องยาวนานถึง 7 นาทีในรอบปฐมทัศน์ นำแสดงโดย ‘แบรด พิตต์’ และ ‘ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ’ พร้อมด้วย ‘มาร์โก้ ร้อบบี้’โดยเล่าเรื่องของ ‘ริค ดาลตัน’ พระเอกยุค 60s ที่แม้ภายนอกดูเหมือนจะมีชีวิตที่ไม่ลำบากอะไร แต่จริงๆ แล้วอาชีพนักแสดงของเขากำลังอยู่ในช่วงขาลง เขาใช้ชีวิตโดยมี ‘คลิฟ บูธ’ สตันท์แมนคู่ใจคอยติดตามเขาไปทุกหนแห่ง บ้านพักของริคติดกับบ้านของ ‘ชารอน เทด’ นักแสดงสาวผู้มีตัวตนจริงๆ ในประวัติศาสตร์ ซึ่งเธอเสียชีวิตขณะกำลังตั้งครรภ์หลังคนร้ายบุกบ้าน ทว่าทารันติโน่เลือกที่จะตีความเหตุการณ์นี้ใหม่อย่างไม่มีใครคาดคิด ทำให้หนังเรื่องนี้ดำเนินไปด้วยเรื่องราวสุดชาญฉลาดที่จะสร้างภาพจำใหม่ให้กับเหตุการณ์สะเทือนขวัญในอดีต

8. John Wick: Chapter 3 – Parabellum

‘จอห์น วิค’ ตำนานนักฆ่าชุดสูท (ผู้รักหมา) กลับมาทวงบัลลังก์ความเดือดระอุอีกครั้ง ขึ้นแท่นหนังแอ๊กชั่นขวัญใจแฟนหนังทั่วโลก จากจุดเริ่มต้นที่หมาของเขาถูกฆ่าตาย สู่การไล่ตามปิดบัญชีแค้นแบบถึงลูกถึงคน แต่สำหรับบทสรุปการไล่ล่าอย่างยาวนานในภาคนี้เปิดฉากขึ้นด้วยการทำผิดกฎเหล็กของโรงแรมเดอะ คอนติเน็นตอล ทำให้จอห์น วิค ต้องเปลี่ยนสถานะจาก ‘ผู้ล่า’ มาเป็น ‘ผู้ถูกล่า’ พร้อมมีค่าหัวสูงถึง 14 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งนักแสดงนำอย่าง ‘คีอานู รีฟส์’ สวมวิญญานักฆ่าด้วยการไปฝึกซ้อมยุทธวิธีการต่อสู้กับหน่วยรบซีลของสหรัฐฯ ทำให้เราได้เห็นศิลปะการต่อสู้แบบใหม่ๆ ในหนังเรื่องนี้ เช่น ปัญจสีลัต กังฟู และวูซู ความน่าสนใจคือการตั้งคำถามต่อจรรยาบรรณ ความถูก-ผิด และความดี-ความงามที่แฝงอยู่ในเนื้อเรื่องบู๊สุดมัน เพราะจริงๆ แล้วหนังเรื่องนี้สะท้อนแนวคิดเรื่อง ‘ความเป็นสีเทา’ ในตัวมนุษย์ได้เป็นอย่างดี

9. Spider-Man: Far From Home

หนังฮีโร่ไอ้แมงมุม Spider-Man: Far From Home คือหนังที่ออกฉายหลังจาก Avengers: Endgame เล่าเรื่องราวของ ‘ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์’ ได้ออกไปทัศนศึกษาช่วงซัมเมอร์ในยุโรปกับเพื่อนๆ หลังเหตุการณ์สงครามครั้งใหญ่ และเขาต้องไปพัวพันกับเหตุการณ์กู้โลกของทีม ‘Mysterio’ ที่นำแสดงโดยเจค จิลเลินฮาล สำหรับสไปเดอร์แมนภาคนี้เข้าไปสำรวจชีวิตและจิตใจของปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ในฐานะวัยรุ่นธรรมดาคนหนึ่งที่มีเรื่องราวของมิตรภาพและความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมไปถึงจุดพลิกผันของการ coming of age หนังสะท้อนความสับสนภายในจิตใจของเด็กหนุ่มออกมาให้เห็นว่าไม่มีใครที่สมบูรณ์แบบ แต่ทุกคนย่อมต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตบางอย่างเพื่อก้าวไปสู่บททดสอบใหม่ๆ ในชีวิตเสมอ

10. Knives Out

หนังแนวสืบสวนพล็อตสุดล้ำแบบหักมุมที่รวมดาวดังระดับซูเปอร์สตาร์ไว้มากที่สุด แค่เห็นคลิปหนังตัวอย่างที่มีนักแสดง เช่น แดเนียล เคร็ก, โทนี่ คอลเล็ตต์, เจมี่ ลี เคอร์ติส, คริส อีแวนส์, ดอน จอห์นสัน และไมเคิล แชนนอน มารวมอยู่ในหนังเรื่องเดียวกัน ก็เชื่อแน่นอนว่าจะแต่ละคนจะต้องงัดความเก๋ามาสาดใส่กันอย่างสนุกสนานแน่นอน เรื่องวุ่นวายในครอบครัวธรอมบีย์เริ่มต้นขึ้น เมื่อคุณปู่ฮาร์ลาน นักเขียนนิยายอาชญากรรมผู้มั่งคั่ง เสียชีวิตภายในคฤหาสน์ หลังวันเกิดอายุครบ 85 ปี แม้ทุกคนจะคิดว่าคุณปู่ฆ่าตัวตาย แต่นักสืบชื่อดังอย่าง ‘เบอนัวต์ บลังก์’ กลับพบความไม่ชอบมาพากลของคดีนี้ หนังสามารถหยิบคาแร็กเตอร์ที่แตกต่างกันสุดขั้วของทุกตัวละครมารวมกันไว้ได้อย่างลงตัว และสร้างสีสันด้วยมุขเสียดสีตลกร้ายที่ช่วยผ่อนคลายอารมณ์คนดูระหว่างกำลังลุ้นว่าใครคือฆาตกรตัวจริง!

Written By

Advertisement
Connect
Newsletter Signup