Connect with us

Subscribe

GMW

10 นาฬิกาสุภาพสตรีระดับตำนานของ OMEGA ที่ใช่ว่าจะมีแต่ตำนาน SPEEDMASTER

OMEGA Her Time
10 นาฬิกาสุภาพสตรีระดับตำนานของ OMEGA ที่ใช่ว่าจะมีแต่ตำนาน Speedmaster

OMEGAใช่ว่าจะมีแต่ตำนาน Speedmaster เพราะชื่อนี้ยังผูกพันกับวิวัฒนาการแห่งแฟชั่นอีกด้วย และนั่นทำให้นาฬิกาสุภาพสตรีเหล่านี้มักสะท้อนถึงวิวัฒนาการของแฟชั่นโลกเสมอๆ และในปี 2017 นี้ โอเมก้า (OMEGA) เฉลิมฉลองเรื่องราวสุดพิเศษของเหล่าสุภาพสตรีและเรือนเวลาอันน่ามหัศจรรย์ ที่สะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติ สไตล์ และบุคลิกอันหลากหลายของผู้หญิงทั่วโลก ในแต่ละยุคสมัยจวบจนปัจจุบัน และวิธีที่โอเมก้าสามารถเชื่อมโยงกับผู้หญิงเหล่านั้น

ศตวรรษที่ 20 เป็นยุคแห่งสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคของสตรี จึงเป็นช่วงเวลาที่ผู้หญิงค้นพบจุดยืนและบทบาท อีกทั้งการมีสิทธิมีเสียงของตัวเองในสังคม ขณะเดียวกันก็เกิดการปฏิวัติครั้งใหม่ในโลกของนาฬิกาสำหรับสุภาพสตรี ด้วยการปรากฏโฉมของนาฬิกาข้อมือสำหรับผู้หญิงเรือนแรกของโอเมก้า ในตัวเรือนสีเงินตกแต่งด้วยงานออกแบบลายดอกไม้อย่างประณีต ถึงแม้แบรนด์จะ เคยนำเสนอนาฬิกาพกที่แกะสลักอย่างงดงามมาแล้วก่อนหน้านี้ แต่ปี 1902 คือช่วงเวลาที่นาฬิกาสำหรับสุภาพสตรีของโอเมก้าได้รับการยอมรับและเป็นตัวแทนของการมีสไตล์ที่โดดเด่นชัดเจน

อย่างไรก็ดีแนวคิดเรื่องเครื่องบอกเวลายังคงต้องการเวลาเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ เพราะในบางสังคมยังเชื่อว่าการที่ผู้หญิงมองนาฬิกาถือเป็นเรื่องไม่สุภาพ เพราะเหมือนเธอกำลังส่งสัญญาณให้เห็น ถึงความเบื่อหน่ายหรือความไม่สนใจ ดังนั้นโอเมก้าจึงเริ่มผลิต secret jewelry watch (นาฬิกาที่ซ่อนอยู่ภายใต้เครื่องประดับ) ซึ่งก็คือเรือนเวลาที่เปรียบเสมือนเครื่องประดับเมื่อมองจากภายนอกแต่ซ่อนนาฬิกาขนาดเล็กไว้ด้านใน ความนิยมของเครื่องบอกเวลาเหล่านี้ได้เติบโตขึ้นพร้อมๆกับงานออกแบบที่คลาสสิคอื่นๆของแบรนด์เช่นกัน

หลายปีผ่านพ้นไปทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างโอเมก้ากับสไตล์ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ จนมาถึงช่วงทศวรรษ 1920 ยุคแห่งอิสระทางวัฒนธรรม วัยรุ่นหญิงในยุคนั้นคลั่งไคล้กระโปรงสั้นและผมบ๊อบ  ในขณะเดียวกันศิลปะแบบอาร์ต เดโค (Art Deco) ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นและแนะนำให้โลกรู้จักกับการใช้สีสันจัดจ้านและรูปทรงที่ชัดเจน และเพื่อตอบสนองความหลงใหลนั้น โอเมก้าจึงผลิต

คอลเลคชั่นนาฬิกาเครื่องประดับสไตล์อาร์ต เดโคขึ้น และเพราะโอเมก้าเข้าใจว่าผู้หญิงที่มีวิสัยทัศน์ใส่ใจต่อสิ่งที่อยู่ด้านในนาฬิกาของพวกเธอมากพอๆกับรูปลักษณ์ภายนอก เครื่องบอกเวลาแต่ละเรือนจึงถูกเติมเต็มให้สมบูรณ์ด้วยความแม่นยำเที่ยงตรงอันมีชื่อเสียงของโอเมก้า

อีกหนึ่งเรื่องจริงที่น่าแปลกใจคือ นับตั้งแต่ปี 1894 จนถึงปี 1935 มากกว่า 35% ของกลไกนาฬิกาชั้นสูงที่โอเมก้าได้ผลิตขึ้น ถูกผลิตขึ้นพิเศษสำหรับเรือนเวลาของสุภาพสตรีโดยเฉพาะ นั่นจึงเป็นข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าแบรนด์เห็นความเป็นไปได้และความสำคัญของตลาดกลุ่มนี้เป็นอย่างมาก หนึ่งในตัวอย่างที่ดีที่สุดของความเชื่อมั่นนี้คือ โอเมก้า เมดิคัส (Omega Medicus) ที่ผลิตขึ้นในปี 1937 นาฬิกาซึ่งอ่านค่าและใช้งานง่ายเรือนนี้ถูกออกแบบขึ้นสำหรับนางพยาบาลที่ต้องทำงาน หนักโดยเฉพาะ และยังเป็นนาฬิกาข้อมือเรือนแรกของโอเมก้าที่มาพร้อมเข็มวินาที โอเมก้าไม่ได้ผลิต Medicus ขึ้นเพียงเพื่อตอบสนองความต้องการของสตรีที่อยู่ในวิชาชีพทางการแพทย์เท่านั้น แต่ยังตอบโจทย์ในเรื่องของความงามและความละเอียดประณีตอีกด้วย

โฆษณาของโอเมก้าในยุคสมัยนั้นมีความทันสมัยและไม่เฉพาะเจาะจงไปที่เพศใดเพศหนึ่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตที่หลากหลายของผู้หญิงในทุกๆที่ ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน ที่บ้าน หรือเมื่อพวกเธอออกไปสังสรรค์ จนถึงยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงในช่วงปี 1950 ในขณะที่หลายๆแบรนด์ยังคงเล่นอยู่กับแบบแผนเดิมๆ แต่โอเมก้ากลับเลือกแสดงให้เห็นถึงปัจเจกภาพและรสนิยมทางสไตล์ที่ทำให้ผู้หญิงแต่ละคนมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร อย่างการใช้คนดังอย่าง Marilyn Monroe และ Audrey Hepburn เพื่อสื่อความหมายถึงความสง่างามและตัวตนอันชัดเจน

ต่อมาเมื่อ ซินดี้ ครอว์ฟอร์ด (Cindy Crawford) ซุปเปอร์โมเดลระดับโลกและนักมนุษยธรรม ได้เข้ามาเป็นแบรนด์ แอมบาสเดอร์คนแรกของแบรนด์ในปี 1995 จึงเป็นการเริ่มต้นของยุคสมัยใหม่ที่โอเมก้าสานความสัมพันธ์อันดีกับเหล่าสุภาพสตรีผู้มีตัวตนอันชัดเจนโดดเด่นและประสบความสำเร็จที่สุดในยุคนั้น ซินดี้ ครอว์ฟอร์ดถือเป็นผู้ที่อยู่ในครอบครัวโอเมก้ายาวนานที่สุดจวบจนปัจจุบัน แรกเริ่มเธอถูกเลือกให้เป็นแบรนด์ แอมบาสเดอร์ด้วยความโดดเด่นมีสไตล์ทางด้านแฟชั่น แต่เมื่อเวลาผ่านไปมันกลับชัดเจนว่าเธอได้ยึดถือในปรัชญาเดียวกันกับโอเมก้าคือ การยึดมั่นในความงาม คุณภาพอันเป็นเลิศ ความเชื่อถือได้ และงานฝีมือชั้นสูงที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ซินดี้ผู้ซึ่งทำทุกอย่างด้วยความหลงใหลและมุ่งมั่นทุ่มเทเสมอมา ไม่เพียงแต่เป็นส่วนหนึ่งในแคมเปญโฆษณาของแบรนด์ แต่ยังมีส่วนร่วมในการออกแบบผลิตภัณฑ์ของโอเมก้าอีกด้วย

ตั้งแต่วัยเยาว์ ซินดี้ ครอว์ฟอร์ด ได้ทุ่มเทเวลาและพละกำลังของเธอในการพยายามทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น ความมุ่งมั่นตั้งใจในโลกแห่งมนุษยธรรมของเธอเห็นได้ชัดเจนจากการร่วมงานและเป็นส่วนหนึ่งในองค์กรการกุศลต่างๆอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพของเด็กและเยาวชน  เช่น Leukemia and Lymphoma Society, St.Jude’s Children’s Research Hospital, the University of Wisconsin Foundation, และ the Little Star Foundation นอกจากนั้นเธอได้ร่วมงานกับองค์กรอย่าง Orbis International ในฐานะตัวแทนของโอเมก้ามาตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งนับได้ว่าเป็นการสานต่อปณิธานส่วนตัวอันเป็นที่รักของเธอได้เป็นอย่างดี

ซินดี้ ครอว์ฟอร์ด กล่าวว่า “มันเป็นการเดินทางอันน่ามหัศจรรย์และประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นตลอดเวลาที่ผ่านมาในครอบครัวโอเมก้า ตอนที่ฉันเริ่มต้นร่วมงานกับแบรนด์ในปี 1995 โอเมก้ามีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะผู้ผลิตเรือนเวลามายาวนาน โดยเฉพาะเรือนเวลาสปอร์ต เรือนเวลาดำน้ำ และที่สำคัญที่สุดคือการเป็นจักรกลเวลาที่ถูกสวมใส่บนห้วงอวกาศและการเดินทางไปเหยียบดวงจันทร์ทุกครั้ง ซึ่งทั้งหมดนี้เรียกได้ว่าเป็นโลกของสุภาพบุรุษอย่างแท้จริง ต่อมาฉันได้มีส่วนร่วมตั้งแต่แรกเริ่มในการออกความเห็นเกี่ยวกับดีไซน์ของเรือนเวลาสำหรับสุภาพสตรีอย่างรุ่น Constellation และฉันก็ภูมิใจมากที่ปัจจุบันนี้โอเมก้านับได้ว่าเป็นแบรนด์ผู้ผลิตนาฬิกาชั้นเลิศที่มีความทันสมัย และโดดเด่นในโลกแห่งวงการแฟชั่นเช่นกัน”

นับจากนั้นเป็นต้นมา เหล่าคนดังจากหลากหลายวงการทั้งภาพยนตร์ กีฬา และนางแบบได้มาร่วมเป็นส่วนสำคัญของครอบครัวของโอเมก้าจนถึงปัจจุบัน อาทิเช่น นักแสดงสาว Nicole Kidman นักกอล์ฟหญิง Stacy Lewis และนักกรีฑาสาว Jessica Ennis-Hill เป็นต้น และในปีนี้ โอเมก้าถือเป็นโอกาสอันดีในการเปิดตัวและต้อนรับ ไคอา และ เพรสลีย์ เกอร์เบอร์ (Kaia and Presley Gerber) ลูกสาวและลูกชายของซินดี้ ครอว์ฟอร์ด เป็นหนึ่งในแบรนด์ แอมบาสเดอร์และครอบครัวของโอเมก้า เพราะหลังจากลูกๆของเธอได้เข้ามาสัมผัสกับโลกแห่งโอเมก้าและร่วมแชร์ประสบการณ์ต่างๆไปด้วยกัน มันจึงชัดเจนว่าความมุ่งมั่นทุ่มเทที่ซินดี้ ครอว์ฟอร์ด มีต่อแบรนด์ได้ถ่ายทอดไปสู่ลูกๆของเธอโดยปริยายเช่นกัน

ไคอา และ เพรสลีย์ เกอร์เบอร์ นับได้ว่าเป็นเลือดใหม่ในวงการที่มีความสามารถและตัวตนที่ชัดเจน ผู้ซึ่งเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และความมีชีวิตชีวา ถือเป็นตัวแทนของเหล่าคนรักนาฬิกาเจเนอเรชั่นใหม่ ทั้งสองคนพิสูจน์ตัวเองได้เป็นอย่างดีในการเป็น rising stars ของวงการ โดยเฉพาะในโลกแห่งแฟชั่น 

และไม่ว่าจะอยู่ในช่วงทศวรรษใด โอเมก้ายังคงก้าวเดินไปพร้อมๆกับทัศนคติและความชอบที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้หญิงแต่ละยุคสมัย เพราะฉะนั้นจึงเป็นที่แน่นอนว่าโอเมก้าจะยังคงมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นาฬิกาสำหรับสุภาพสตรีทุกเรือนให้มีความแม่นยำ มีสไตล์ที่โดดเด่น และเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงทุกคนที่สวมใส่นาฬิกาเหล่านั้น

และนี่คือ 10 เรือนเวลาระดับตำนานสำหรับสุภาพสตรีของโอเมก้า

1. Omega ladies’ wristwatch (1906)

นาฬิกาข้อมือเรือนนี้ดัดแปลงมาจากนาฬิกาจี้ห้อยคอ Lépine ที่ผลิตจากทองคำสีแดง 18 กะรัต (แสดงเวลา 12 นาฬิกาอยู่ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา) และเป็นหนึ่งในนาฬิกาข้อมือเรือนแรกๆที่โอเมก้าผลิตขึ้น โดดเด่นด้วยหน้าปัดหินฟลักซ์สีไอเวอรี่ รางนาทีที่เปล่งประกายจากทอง และเข็มที่มีรายละเอียดของยุคพระเจ้าหลุยส์ที่ 15

2. Omega Lépine Pendant Art nouveau (1910)

ความพิเศษของนาฬิกาจี้ Lépine สำหรับสุภาพสตรีเรือนนี้อยู่ที่เลขอารบิกสไตล์ปารีสและเข็มทรงลูกแพร ฝาหลังงดงามด้วยงานเคลือบอีนาเมลโปร่งแสงสีฟ้า และตาข่ายทองคำขาวประดับด้วยเพชร 16 เม็ดอย่างประณีต

3. Omega Art Déco jewelry wristwatch (1940)

นาฬิกาเรือนนี้เป็นตัวแทนที่ยอดเยี่ยมของสไตล์ Art Deco ที่มีอิทธิพลต่อโลกแห่งแฟชั่นในยุคนั้น โดดเด่นด้วยรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าตามแบบฉบับของยุค ตัวเรือนผลิตจากแพลตินั่มประดับตกแต่งด้วยเพชรและแซฟไฟร์สีน้ำเงิน

4. A very rare Omega jewelry wristwatch model produced for the French Market (1946)

นาฬิกาข้อมือประดับอัญมณีรุ่นหายากที่ผลิตขึ้นสำหรับตลาดประเทศฝรั่งเศสรุ่นนี้ผลิตจากทองคำ  สีแดง 18 กะรัต เป็นนาฬิกาเรือนแรกที่ผสานกับสร้อยข้อมือทูโบกาส (Tubogas) ที่ยืดหยุ่นได้ ซึ่งภายหลังเป็นที่นิยมใช้ในหลายแบรนด์ นาฬิกาเรือนนี้ยังถูกนำไปใช้ในผลงานโฆษณาโดยศิลปินชื่อดังอย่าง René Gruau อีกด้วย

5. Omega Ladymatic (1955)

นาฬิกาเรือนนี้ถือเป็นการปฏิวัติทางสไตล์ของผู้หญิง เพราะ Ladymatic สอดประสานความงามเข้ากับเทคโนโลยีชั้นสูงได้อย่างลงตัว นี่จึงเป็นเรือนเวลาที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่นิยมอย่างมากตั้งแต่เริ่มเปิดตัว และด้วยกลไกอัตโนมัติพร้อมโรเตอร์ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก ทำให้ Ladymatic นำความสง่างามและความอ่อนหวานที่ทันสมัยมาสู่การผลิตนาฬิกาสำหรับผู้หญิง

6. Omega Topaz jewelry secret watch created for the Montres et Bijoux catalogue and exhibition (1956)

เรือนเวลาอันเป็นเอกลักษณ์เรือนนี้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นโดย Jean Hauck of Geneva สำหรับ Montres et Bijoux catalogue and exhibition นาฬิกาเรือนนี้ตกแต่งด้วยบุษราคัมสีส้มตัดเป็นรูปสามเหลี่ยมขนาดเล็กจำนวน 21 เม็ด เรียงเป็นรูปพัดอยู่ล้อมรอบตัวเรือน และประดับเพชรน้ำงาม 31 เม็ด ที่ฝาครอบหน้าปัดและห่วง

7. Omega Moldavita (1964)

Moldavita เป็นเรือนเวลาที่ออกแบบโดยนักออกแบบเครื่องประดับชื่อดัง Gilbert Albert สำหรับงาน New York World’s Fair เครื่องบอกเวลาอันทรงเกียรติเรือนนี้ประกอบขึ้นจากโมลดาไวท์ (Moldavite) อัญมณีหายากสีเขียวใสที่เกิดขึ้นจากก้อนอุกกาบาตขนาดใหญ่ที่ตกลงมาบนพื้นโลก เสริมด้วยกลไกอัตโนมัติที่มีขนาดเล็กที่สุด แพลตินั่ม และทองคำ 18 กะรัต

8. Omega De Ville Jeux d’Or (1972)

นาฬิกาข้อมือตัวเรือนทองคำ 18 กะรัตเรือนนี้ถูกให้คำจำกัดความไว้ว่า “เรือนเวลาที่ผสมผสานสร้อยข้อมือทองคำลายคลื่นเข้ากับตัวเรือนสี่เหลี่ยมผืนผ้า และหน้าปัดคริสตัลแซฟไฟร์รูปทรงเหมือนมรกตได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

9. Omega Constellation Star (1992)

เรือนเวลาทองคำ 18 กะรัตนี้มาพร้อมพื้นหน้าปัดที่ตกแต่งด้วยจุดสีทองกระจายตัวงดงามดั่งห้วงจักรวาล เข้ากันได้เป็นอย่างดีกับเพชรเม็ดเดี่ยวซึ่งจะถูกวางในตำแหน่งที่ลูกค้าต้องการ ประหนึ่งเป็นดวงดาวระยิบระยับบนฟากฟ้า นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถตั้งชื่อดวงดาวของพวกเธอเองได้ โดยชื่อนั้นจะถูกสลักไว้ที่ฝาหลัง

10. Omega new Ladymatic (2010)

นี่เป็นการนำเรือนเวลาอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาสู่ยุคใหม่ สำหรับ เลดี้เมติก (Ladymatic) รุ่นใหม่นี้ แบรนด์ได้ผสมผสานงานออกแบบอันเป็นนิรันดร์เข้ากับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย คุณลักษณะที่ถูกเพิ่มเข้าไปเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยใหม่คือ กลไกโค-แอ๊กเซียล (Co-Axial) อีกทั้งหน้าปัด ขอบตัวเรือน และเข็มแสดงเวลาซึ่งถูกออกแบบใหม่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

นอกจากนั้นในปีนี้ โอเมก้ายังนำเสนอเรือนเวลาสำหรับสุภาพสตรีประจำปี 2017 อีกหลากหลายรุ่น อย่าง Constellation กับตัวเรือนขนาด 27 มม. ที่ผสมผสานสแตนเลส สตีลสุดคลาสสิคเข้ากับทองคำ 18 กะรัต เสริมด้วยหน้าปัดเงินโอปอลีนสีขาวที่ มีลวดลายคล้ายผ้าไหมอันประณีต ส่วนหัวใจที่ขับเคลื่อนอยู่ภายในนาฬิกาคือกลไก Master Chronometer calibre 8700 ของโอเมก้า

หรือ Seamaster Aqua Terra โดดเด่นในตัวเรือน Sedna™ Gold (เซ็ดน่า โกลด์) 18 กะรัตและสายหนังสีน้ำตาลอ่อน (taupe-brown) Seamaster Aqua Terra ขนาด 38 มิลลิเมตรเรือนนี้ขับเคลื่อนโดยกลไก Master Chronometer calibre 8801 ของโอเมก้า สมบูรณ์แบบด้วยขอบตัวเรือนขัดเงาประดับเพชรล้อมรอบ และพื้นหน้าปัดเปลือกหอยมุกสีขาว

Speedmaster ขนาด 38 มิลลิเมตรใหม่นี้มาในตัวเรือนและขอบตัวเรือน    สแตนเลส สตีล และมีสเกลทาคีมิเตอร์บนวงแหวนเซรามิกสีขาว เรียบหรูดูดีด้วยหน้าปัดเปลือกหอยมุกสีขาวที่มาพร้อม 2 หน้า ปัดย่อยรูปไข่แนวนอนประดับเพชร และมีช่องหน้าต่างแสดงวันที่ ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา

และ De Ville Trésor เรือนนี้งามสง่าด้วยหน้าปัดเปลือกหอยมุกทรงโดมสีขาวและเข็มทองคำ 18 กะรัตขัดเงา ตัวเรือนทองคำ 18 กะรัต ขนาด 40 มิลลิเมตร พร้อมขอบตัวเรือนประดับเพชร ถูกเติมเต็มให้สมบูรณ์ด้วยสายหนังสีขาวและตัวล็อคสายขัดเงา ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานด้วยมือซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของนาฬิการุ่นนี้

นักเขียน : Fullmoon
เรื่องจาก : GMW Magazine
Update : 06 Oct 2017

Written By

Advertisement
Connect
Newsletter Signup