Connect with us

Subscribe

Entertainment

แล้วคุณละ? คิดอย่างไรกับมาตรการนี้ ส่องบันเทิงจีน เหล่าคนในวงการยอมลดค่าตัว ช่วยเศรษฐกิจชาติ หลังพิษโควิด-19 เล่นงาน

​วงการบันเทิงจีน ถือเป็นอุตสาหกรรมบันเทิงขนาดใหญ่ที่มีมูลค่ามหาศาล แต่เมื่อเกิดการระบาดโควิด-19 วงการบันเทิงจีนถึงขั้น ‘ปาดเหงื่อ’ ทุกกองถ่ายต้องหยุดการถ่ายทำ ผู้สนับสนุนเงินทุนหดหาย ทั้งภาพยนตร์ รายการวาไรตี้ และซีรีส์ ต่างต้องชะลอการถ่ายทำออกไปแบบไม่รู้ชะตากรรม 

​จนเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลังการคุกคามโควิด-19 เบาบางลง รัฐบาลจีนเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ ทำให้หลายทีมงานและโรงถ่ายออกมาทำการถ่ายทำได้บ้างแล้ว แต่จะบอกว่า ‘เหมือนเดิมปกติ’ คงไม่เต็มปากนัก ท่ามกลางเสียง ‘เห็นด้วย’ และ ‘ไม่เห็นด้วย’ ว่าควรปล่อยให้เกิดการถ่ายทำขึ้นในยามนี้หรือไม่?

​ทั้งนี้บริษัทและแต่ละโรงถ่ายก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ต่างมาพร้อมมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด เช่น ทีมงานต้องกักตัว 14 วันก่อนการถ่ายทำ ไม่อนุญาตให้รวมตัวกันเกิน 50 คน หรือตามรายงานของ Hengdian World Studios โรงถ่ายจำลองฉากจีนย้อนยุคใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของจีน ก็กำหนดให้ทีมงานทุกคนต้องทดสอบความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการแพร่ระบาด 25 คำถามจึงจะสามารถกลับมาทำงานได้

​นอกเหนือจากมาตรฐานป้องกันที่น่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างแล้ว วงการบันเทิงจีนยังมีมาตรการรับมือปัญหาอุตสาหกรรมบันเทิงถดถอยจากผลกระทบโควิด-19 ด้วย หนึ่งในนั้น คือ การขอความร่วมมือลดค่าตัวทีมงาน ทั้งนักแสดงนำ ไปจนถึงผู้กำกับ คนเขียนบท เพื่อลดต้นทุนการผลิตซีรีส์ 

หน่วยงานผู้ดูแลสื่อโทรทัศน์และวิทยุของจีนแผ่นดินใหญ่ เสนอแนวทางว่าควรมีการจำกัดงบประมาณการสร้างซีรีส์ทางโทรทัศน์และซีรีส์ออนไลน์ให้เหลือไม่เกินตอนละ 4 ล้านหยวน (หรือประมาณ 20 ล้านบาทต่อตอน ย้ำว่าต่อตอน ไม่ใช่ต่อเรื่อง) รวมทั้งมีการลดเงินเดือนทีมงานลง 30%  โดยค่าตอบแทนหรือเงินเดือนของมือเขียนบท, ผู้กำกับ รวมถึงพระเอกนางเอกของซีรีส์ทางโทรทัศน์และออนไลน์ ตัวเลขไม่ควรเกิน 10% ของงบสร้างต่อตอน!! 

นั่นแปลว่า นักแสดงนำของเรื่อง รวมผู้กำกับและมือเขียนบท จะได้ค่าแรงกันไม่เกิน แสนหยวน (หรือราว ล้านบาทต่อซีรีส์หนึ่งตอน)

ขณะที่ทีมนักแสดงสมทบที่เหลือ รวมค่าใช้จ่ายทุกคนต้องไม่เกิน 40% ของงบสร้างจาก 4 ล้านหยวนต่อตอน (คิดเป็น 1.6 ล้านหยวนหรือราว 8 ล้านบาท) จากแนวทางนี้มีกัวฟู่เฉิง หนึ่งในจตุรเทพฮ่องกง ซูเปอร์สตาร์แห่งเอเชีย ประกาศยอมหั่นค่าตัวถึง 30% เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจ 

ไม่เพียงแต่ค่าตัวนักแสดงและทีมงานเท่านั้น แม้แต่โรงถ่ายหลายๆ แห่งยังลดค่าเช่าสถานที่ถ่ายทำและสตูดิโอ 30-50% รวมถึงค่าเช่าอุปกรณ์ เสื้อผ้า และค่ายานพาหนะลงถึง 10-20% เพื่อช่วยลดต้นทุน เยียวยาอุตสาหกรรมบันเทิงอีกด้วย

หลายคนอาจสงสัยว่าการหั่นค่าตัวนักแสดง จะช่วยพยุงสภาพเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมบันเทิงได้เท่าไร?

​เรื่องนี้ขอปูวงการบันเทิงจีน (ในที่นี่หมายถึงจีนแผ่นดินใหญ่) สักเล็กน้อย อุตสาหกรรมบันเทิงจีนมีการแข่งขันสูงและมีขนาดตลาดใหญ่มากๆ จนเคยมีการคาดการณ์ว่า ตลาดบันเทิงจีนอาจมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในปี 2020 หรือ 2023 นี้

ถ้าเกริ่นเฉพาะวงการซีรีส์-ละครภายในประเทศ มีทั้งผู้ผลิต บริษัทโปรดักชั่น ผู้จัดจำหน่าย บริษัทเอเจนซี่ และที่เกี่ยวข้องมากมาย มีตั้งแต่ผู้เล่นรายเล็กไปจนถึงรายยักษ์ใหญ่ขนาดผลประกอบการเท่ากับ GDP ของไทยทั้งประเทศก็มี ตลอดจนนักแสดงทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นใหม่ที่จบจากสถาบันการแสดงโดยตรงป้อนเข้าตลาดจำนวนมหาศาลทุกปี 

แต่ละมณฑลจะมีช่องสถานีเป็นของตัวเองรวมๆ ทั้งประเทศมีเป็นร้อยช่อง เช่น สถานีใหญ่ๆ อย่างเจ้อเจียงทีวี, อันฮุยทีวี, หูหนานทีวี เป็นต้น นี่ยังไม่รวมสตรีมมิ่ง on-demand และเว็บไซต์วิดีโอออนไลน์ ซึ่งเป็นแพตฟอร์มที่ผู้ชมชาวจีนหันมาเสพคอนเทนต์ช่องทางนี้มากขึ้นเรื่อยๆ แทนการดูทีวี ที่มีไม่รู้กี่แอปฯ กี่เว็บ ยกตัวอย่างเจ้าใหญ่ๆ เช่น We TV, iQiyi, Youku

การจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์จากผู้ผลิต ก็สามารถซื้อขายข้ามค่ายข้ามสถานีได้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขข้อตกลง ต่างจากเมืองไทยที่เราคงไม่เห็นละครช่อง 3 ไปฉายช่อง 7 จุดนี้คอละครจีนคงเคยผ่านตาบ้าง สำหรับซีรีส์ดังๆ ฉายช่องนี้จบ ไปโผล่ต่ออีกสถานีหนึ่ง หรือในเว็บสตรีมมิ่งอีกแอปก็มี

คำนวณเล่นๆ แค่ออนแอร์ 4 มณฑลของจีน ก็คือประชากร 70 ล้านคนแล้ว เทียบเท่ากับประชากรไทยทั้งประเทศ บางมณฑลมีประชากรเกิน 50 ล้านคนก็มี (ปัจจุบันจีนมีประชากรราว 1,400 ล้านคน มี 22 มณฑล (ไม่รวมไต้หวัน), 5 เขตปกครองตนเอง, 4 มหานาคที่ขึ้นกับส่วนกลาง และ 2 เขตพิเศษ ได้แก่ ฮ่องกงและมาเก๊า)

จุดนี้คือยกตัวอย่างให้เห็นขนาดตลาดบันเทิงจีนแบบง่ายๆ ที่แสดงให้เห็นว่า ผู้ชมชาวจีนมีตัวเลือกมากมายในการเสพคอนเทนต์ ดังนั้นถ้าผู้ผลิตที่มีความคาดหวังสูงการดึงซูเปอร์สตาร์ระดับแม่เหล็กมาร่วมงาน ย่อมเป็นแต้มต่อเรื่องฐานผู้ชมและอำนาจต่อรองในการจำหน่ายลิขสิทธิ์ซีรีส์ 

แต่การใช้นักแสดงระดับตัวพ่อตัวแม่ก็ตามมาด้วยแบกค่าตัวที่สูงลิ่วเช่นกัน บางกรณีแทบคิดเป็น 70% ของต้นทุนซีรีส์ทั้งเรื่องก็มี ค่าตัวนักแสดงที่พุ่งเกินงานจึงกลายเป็นภาระของผู้สร้าง ยกตัวอย่างดาราดังอย่าง ซุนลี่ นางเอกซีรีส์เบอร์ต้นๆ ของจีน ที่โด่งดังเป็นพลุแตกในซีรีส์เรื่องเจินหวน จอมนางคู่แผ่นดิน และ หมี่เยี่ย จอมนางเหนือมังกร ซึ่งเคยฉายในเมืองไทยมาแล้ว รวมถึง ฮั่วเจี้ยนหัว พระเอกตัวท็อปฟอร์มของไต้หวัน จาก เซียนกระบี่พิชิตมาร 3, ฮวาเชียนกู่ ตำนานรักเหนือภพ, หยุนเสียน หมอหญิงวังจักรพรรดิ และอีกมากมาย ที่ระยะหลังเห็นผลงานซีรีส์ของทั้งสองน้อยลง เพราะด้วยภาวะเศรษฐกิจทำให้ไม่มีซีรีส์เรื่องไหนกล้ามาเสนอบท เกรงจะสู้ค่าตัวไม่ไหว

ก่อนหน้านี้รัฐจีนเคยเอาจริงเอาจังเรื่องการจำกัดเพดานค่าตัวนักแสดงจีนมาก่อน เมื่อครั้งที่เกิดประเด็นฉาวไปทั่วโลก กรณี ฟ่านปิงปิง นางเอกซูเปอร์สตาร์จีนเบี้ยวจ่ายภาษี เมื่อปี 2018 เพียงแต่การกำหนดค่าตัวนักแสดง ‘ครั้งนั้น’ กับ ‘ครั้งนี้’ มีนัยยะและเป้าหมายที่แตกต่างกัน 

ครั้งนั้นบรรดาคนดังไม่แค่วงการบันเทิงเท่านั้น แต่ยังลามไปถึงนักกีฬา ต่างโดนเจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายได้กันถ้วนหน้า โดยหน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแลเรื่องนี้ในจีน ระบุว่านักแสดงทั้งหมดต้องได้รับค่าตัวไม่เกินร้อยละ 40 ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด และนักแสดงนำมีสิทธิ์ได้รับค่าตัวสูงสุดไม่เกินร้อยละ 70 ของค่าตัวนักแสดงทั้งหมด 

เว็บไซต์สตรีมมิ่งและอัพโหลดวิดีโอยักษ์ใหญ่ของจีน ทั้ง iQiyi, Youku และ Tencent Video  รวมถึงผู้ผลิตรายการทีวีอีกหลายเจ้า ต่างร่วมลงนามในสัญญาจำกัดค่าตัวนักแสดงสำหรับรายการทีวี สูงสุดแค่ตอนละ 1 ล้านหยวน (ราว 5 ล้านบาท) และทั้งซีซั่นไม่เกิน 50 ล้านหยวน (250 ล้านบาท) เพราะที่ผ่านมา (ก่อนปี 2018) ค่าตัวนักแสดงรวมกัน เกือบเป็นครึ่งหนึ่งของงบประมาณการสร้างทั้งหมด     

ฟังกันขนาดนี้ คงพอคำนวนกันได้ว่าเม็ดเงินหมุนเวียนของซีรีส์จีนไปตกอยู่ที่นักแสดงเท่าไร และการควบคุมต้นทุน 20 ล้านบาท นี่คือต่อตอนเท่านั้นในช่วงที่รัดเข็มขัดกัน แล้วมาย้อนดูกันว่าซีรีส์จีนหนึ่งเรื่องมีกี่ตอน และช่วงที่ไม่มีการควบคุม ต้นทุนต่อเรื่องจะเท่าไรกัน?

ดังนั้นการขอความร่วมมือในการลดค่าตัวนักแสดง จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการช่วยพยุงอุตสาหกรรมบันเทิงจีน ส่วนในทางปฏิบัติทำได้มากน้อยแค่ไหน จะได้ผลลัพธ์อย่างที่ตั้งใจไหมต้องมาดูกันต่อไป 

ใครคือซูเปอร์สตาร์ค่าตัวแรงแห่งวงการบันเทิงจีน?

เมื่อปี 2017 South China Morning Post เปิดเผยรายชื่อนักแสดงที่มีค่าตัวสูงสุดในวงการบันเทิงจีน แม้จะไม่ใช่ตัวเลขอัพเดต แต่พอทำให้ประมาณการได้ว่าก่อนเกิดคดีเบี้ยวภาษีของฟ่านปิงปิง นักแสดงชื่อดังของจีนมีค่าตัวสูงกันขนาดไหน อันดับ 1 ไม่พ้นนักแสดงเบอร์หนึ่งตลอดกาล “เฉินหลง” รับค่าตัวเฉลี่ยต่อหนัง 1 เรื่อง ประมาณ 80 ล้านหยวน (หรือราว 400 ล้านบาท) ส่วนอันดับรองๆ ลงมาก็ยังคงเป็น
ซูเปอร์สตาร์รุ่นใหญ่อย่าง โจวเหวินฟะ, หลิวเต๋อหัว, ดอนนี่ เยน, อู๋จิง, เผิงอวี๋เยี่ยน, เฉินคุน 

นักแสดงที่มีค่าตัวสูงสุดในวงการหนังตั้งแต่อันดับ 1 ถึง 13 ล้วนเป็นนักแสดงชายทั้งหมด ส่วนนักแสดงหญิงที่มีค่าตัวสูงที่สุด เริ่มติดอันดับ 14 

สำหรับค่าตอบแทนต่อการแสดงหนังหรือซีรีส์ 1 เรื่องในฝั่งนักแสดงหญิง กงลี่, จางจื่ออี๋, ฟ่านปิงปิง และโจวซวิน ติดโผค่าตัวสูงอันดับต้นๆ ของวงการบันเทิง อย่างไรก็ตามยังมีนักแสดงหญิงอีกหลายคนไล่หลังมาติดๆ ยกตัวอย่าง

 • เจิ้ง ส่วง ซุปตาร์รุ่นเล็กวัย 28 ปี จาก สัญญารัก จักรพรรดิคังซี Chronicle of Life ที่ดังถล่มทลาย และเวยเวยยิ้มโลกละลาย Love O2O เจ้าของสถิติยอดวิวเกินหมื่นล้าน ช่วงนั้นมีค่าตัวราว 40,000 หยวนต่อการเล่นซีรีส์ 1 ตอน (หากซีรีส์มีความยาว 50 ตอน ค่าตัวของเธอก็จะตกอยู่ที่ 10 ล้านบาท) นี่คือนักแสดงเลือดใหม่ที่มาแรงเท่านั้น หากไปดูรุ่นใหญ่ที่คร่ำหวอดในวงการมานาน คือ มากกว่านี้!!  

• ซุนลี่ คุณแม่ลูก 2 วัย 37 ปี ผู้ได้รับฉายาว่า ‘ราชินีจอแก้ว’ จากซีรีส์ระดับตำนาน เจินหวน จอมนางคู่แผ่นดิน จนทำให้ผู้สร้างยื่นข้อเสนอสูงถึง 850,000 หยวนต่อตอน ให้เธอกลับมาแสดงในซีรีส์แนวเดียวกันเรื่องหมี่เยี่ย แต่สุดท้ายซีรีส์ใช้ทุนสร้างสูงมาก ซุนลี่เลยยอมลดค่าตัวมาเหลือ 500,000 หยวนต่อตอนแทน ซึ่งทำให้เธอได้รับเงินสูงถึงราว 40 ล้านหยวน (199 ล้านบาท) จากซีรีส์เรื่องนี้ นี่เป็นอีกบทพิสูจน์ว่า นักแสดงหญิงที่มีลูกแล้ว ยังคงได้รับความนิยมและเล่นบทนำในซีรีส์ท็อปฟอร์มได้อย่างสมศักดิ์ศรี 

• หยางมี่ เจ้าของฉายาซุปตาร์ฆ่าไม่ตาย นางเอกซีรีส์เจ้าของสถิติยอดวิวสูงสุดตลอดกาลจาก ‘สามชาติสามภพ ป่าท้อสิบลี้’ มีค่าตัวสูงถึง 550,000 หยวนต่อซีรีส์หนึ่งตอน (2.7 ล้านบาท) ทำรายได้หลัก 40 ล้านหยวนต่อซีรีส์หนึ่งเรื่องขึ้นไป 

 • จ้าวลี่อิง นักแสดงรุ่นน้องวัย 32 ปี ที่โด่งดังแบบก้าวประโดด จากซีรีส์ ฮวาเชียนกู่ ตำนานรักเหนือภพ The Journey of Flower และ ฉู่เฉียว จอมใจจารชน Princess Agents โดยซีรีส์ระยะหลังๆ ซีรีส์ที่เธอแสดงนำติดอันดับมากกว่าหมื่นล้านวิวเกือบ 10 เรื่อง โดยค่าตัวของจ้าวลี่อิงอยู่ที่ราว 40 ล้านหยวน ต่อซีรีส์หนึ่งเรื่อง

 • จางจื่ออี๋ ดาราหญิงชาวจีนดังสุดในระดับนานาชาติ 1 ใน 4 สาวงามแห่งวงการบันเทิงจีน ซึ่งหันไปรับงานฮอลลีวู้ดเต็มตัว มีค่าตัวสูงถึง 59.5 ล้านหยวน (296 ล้านบาท) ต่อหนังหนึ่งเรื่อง  

• ฟ่านปิงปิง ซูเปอร์สตาร์ชาวจีนผู้ครองอันดับ 1 ใน 100 คนบันเทิงจีนมาถึง 4 ปีติดกัน มีค่าตัวต่อเรื่องสูงมากถึง 80 ล้านหยวน (398 ล้านบาท) ต่อเรื่อง

 • โจวซวิ่น นักแสดงเบอร์ต้นของจีน 1 ใน 4 หญิงงามแห่งวงการบันเทิงจีน (ร่วมกับ ฟ่านปิงปิง, จ้าวเวย และ สวีจิงเล่ย) หลังกลับมารับงานแสดงเต็มตัวหลังไปใช้ชีวิตครอบครัว ทำให้เธอเรียกค่าตัวได้สูงลิ่วถึง 95 ล้านหยวน (472 ล้านบาท) สำหรับซีรีส์เรื่อง Ruyi’s Royal Love in the Palace

อ้างอิงข้อมูล : 

http://www.china.org.cn/arts/2020-04/03/content_75893907.htm

https://tnnthailand.com/content/37001

https://nineentertain.mcot.net/view/5b74ddbee3f8e40ad2f4c9d7

https://brandinside.asia/fan-bingbing-tax-evasion-case-authorities-fine-892-m-rmb/

https://mgronline.com/entertainment/detail/9600000073416

https://mgronline.com/entertainment/detail/9600000117037

#Gmlive#Entertainment #บันเทิงจีน #ดาราจีน #โควิด19

Avatar
Written By

Advertisement
Connect
Newsletter Signup