Connect with us

Subscribe

Life

เศรษฐกิจยุคใหม่ กำลังถูกกีดกวาง

ในยุคที่ข้อมูล (Big Data) มีอยู่มหาศาล แต่ประเทศไทย ดูเหมือนจะไม่ได้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มากนัก ทั้งๆ ที่วันนี้โลกกำลังเข้าใกล้สิ่งที่เรียกว่า ‘เศรษฐกิจไร้การสัมผัส’ (Touchless Economy) กันมากขึ้นซึ่งจำเป็นต้องนำข้อมูลเหล่านี้มาปรับประมวลและประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ใหม่ๆ

ถามว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?

C ที่มีอำนาจอย่าง CEO ในทุกระดับภาค อาจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เกิดความชะงักงันหรือไม่ ก็อาจจะใช่ เพราะในวันที่เราก้าวเข้าสู่ยุคDigital Transformation และมองว่า CEO มักเป็นผู้ที่นำพาผู้คนไปสู่ความเปลี่ยนแปลงนั้น…ดูจะไม่เป็นอย่างคิดเลย 

เพราะในจังหวะที่ Digital Transformationได้เริ่มเข้าใกล้ชีวิตคนมากขึ้นแล้ว แต่ CEO หลายบริษัททั่วโลกและไทย ก็ยังไม่สามารถนำเทคโนโลยีทันสมัยมาปรับเปลี่ยนและขับเคลื่อนให้เกิดการเติบโตได้

แต่พอเราจะเจอ C ที่มาจาก OVID หรือ COVID-19 นั้น กลับมาช่วยเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง

…พนักงานทำงานจากบ้านได้ หน่วยงานภาครัฐก็ยังทำได้ แม้จะเคยมีกรอบระเบียบมากมาย ก็ยังต้องยอม

…การประชุมสามารถจัดทางไกลได้ เจรจาธุรกิจได้ โดยไม่ต้องเดินทางข้ามประเทศ หรือข้ามจังหวัด รวมถึงยังสามารถฟังงานต่างๆ ได้ผ่าน Virtual เฉกเช่นงานนี้ STARTUP THAILAND x INNOVATION THAILAND EXPO 2020 และมีจำนวนคนดูมากมาย

…ธุรกิจอาหารบางรายที่ประสบปัญหาด้านการแข่งขัน แต่จำนวนออเดอร์กลับเพิ่มสูง ยอดการสั่งแบบเดลิเวอรี่ สร้างให้พวกเขาได้รับโอกาสมากมาย จนกลายเป็นกรณีศึกษาที่น่าจับตา 

แต่เมื่อทุกอย่างกำลังไปได้ดี ก็ดีได้แบบไม่สุด!! เพราะทางตันบางอย่าง…

ทางตันนั้น คืออะไร?

‘กฎหมาย’ ที่มีการปล่อยออกมามากในสังคมไทย ซึ่งบางทีก็อาจจะมีประสงค์ดี แต่บางทีก็เป็นเงื่อนไขให้เกิดการชะงัก เช่น ในบางจังหวัดทางภาคอีสานที่ผมเคยไปลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด และยโสธร ผู้คนที่นั่นอุตส่าห์ สร้างสรรค์การเกษตรยุคใหม่ ทั้งแปรรูป และหาตลาดออนไลน์ขาย รวมถึงคิดค้นการขนส่งสินค้าระหว่างพื้นที่โดยใช้โดรนส่งสินค้าปลอดสารพิษ จากหมู่บ้านหนึ่งไปอีกหมู่บ้านหนึ่ง เพื่อให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน แต่ก็ดูเหมือนจะทำไม่ได้ เพราะติดกฎหมายบางประการ

…การใช้จ่ายเงินสดในช่วงโควิด-19 ที่ลดลง และผู้คนก็เริ่มหันมาใช้การโอนเงิน และทำธุรกรรมผ่านโมบายแบงก์กิ้งกันมากขึ้น อย่างในประเทศจีน ถึงขั้นก้าวไปสู่การใช้เงินดิจิทัลหยวน แต่ไทยเรายังเหมือนฝันหวานกว่าจะไปจุดนั้น ทั้งๆ ที่วันนี้เราก็มีมือถือใช้กันเกือบทั้งประเทศ ทั้งๆ ที่เรามีเทคโนโลยีที่เข้ามามากมาย เช่น Blockchain / AI / IOT และอีกมากมาย

…หรือแม้แต่เราอยากสนับสนุนสตาร์ทอัพให้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับประเทศไทย แต่พวกเขาไม่มีเงินหมุนเวียน เพียงเพราะเครดิตที่ไม่เพียงพอ ซึ่งในความเป็นจริง ผมมองว่าเครดิตทางสังคม คุณค่าของตัวบุคคล สำคัญกว่าเครดิตที่เป็นตัวเงิน จนเกิดระบบการกู้ยืมแบบ Trust ในลักษณะของ Peer to Peer Lending แต่ก็ไม่ได้รับการปลดล็อกในวงกว้าง

…เราเจอปัญหาการฉ้อโกงทั้งในระดับภาครัฐและเอกชน เราเจอปัญหา ‘ราคากลาง’ ที่ไม่สมเหตุสมผล แต่ระบบบล็อกเชนสามารถทำให้การโกงยากขึ้น แต่มันก็ไม่มีอะไรเคลื่อนตัวเท่าไรนัก 

ที่กล่าวมาทั้งหมด มันจะไม่มีวันเกิดขึ้น หรือเดินหน้าได้ หากรัฐที่วันนี้มีข้อมูลมหาศาลอยู่ในมือ แต่กลับไม่ใช่เพื่อมาพัฒนาเศรษฐกิจให้เกิดความทันสมัย

การปรับมุมมองความคิดแบบลัด สามารถทำได้ การเรียนรู้และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเศรษฐกิจสมัยใหม่ สามารถทำได้ ถ้าวันนี้เราตั้งใจและพร้อมก้าวไปสู่สังคมรูปแบบใหม่ ที่มีทั้งคุณภาพและความน่าเชื่อถือ ซึ่งในความเป็นจริง อาจจะต้องกล้าโค่นเสาความเชื่อเก่าๆ และปักเสาใหม่ที่จะทำให้เกิดการเดินหน้าได้แบบสากล

@@ STARTUP THAILAND x INNOVATION THAILAND EXPO 2020 มิติใหม่ของการจัดงานในรูปแบบโลกนวัตกรรมเสมือนจริง (Virtual World) ครั้งแรกของประเทศไทยระหว่างวันที่ 1-4 กันยายน 2563พบกับหัวข้ออัพเดทโลกแห่งนวัตกรรมและร่วมการพูดคุยตอบโต้กับสตาร์ทอัพพร้อมทั้งกูรูมากมายที่มารวมตัวอยู่นี้งานนี้แบบเรียลไทม์บน https://stxite2020.nia.or.th

เข้าร่วมงานฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่าย

#GMLive #ปริญญ์พานิชภักดิ์ #TouchlessEconomy #เศรษฐกิจไร้การสัมผัส #เทคโนโลยี #Covid19 #STARTUPTHAILANDxINNOVATIONTHAILANDEXPO2020

Avatar
Written By

Advertisement
Connect
Newsletter Signup