x

     ทดสอบขับรถยนต์อเนกประสงค์ Compact crossover MPV มิตซูบิชิรุ่นใหม่ XPANDER กับรถยนต์อเนกประสงค์​ SUV มิตซูบิชิ OUTLANDER PHEV สเปคญี่ปุ่นปี 2018 พร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยในสนามทดสอบรถยนต์ของ MITSUBISHI MOTORS ที่เมืองโอกาซากิ จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น
 
 
     หลังจากเยี่ยมชมบูธจัดแสดงรถยนต์มิตซูบิชิของ MITSUBISHI MOTORS ในงานแสดงรถยนต์และเทคโนโลยียานยนต์ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก  'โตเกียว มอเตอร์ โชว์ 2017' ครั้งที่ 45 ที่ Tokyo Big Sight ที่ประเทศญี่ปุ่น พร้อมชมการเปิดตัวรถยนต์ต้นแบบสวยเท่สะดุดตา MITSUBISHI e-EVOLUTION CONCEPT ที่มีระบบขับเคลื่อนด้วย 2 มอเตอร์ไฟฟ้า และรถยนต์คอมแพ็ค SUV รุ่น Eclipse Cross กับ OUTLANDER PHEV รถยนต์ SUV รุ่นแรกของโลกที่เป็นปลั๊ก-อิน ไฮบริด สเปคสำหรับตลาดในประเทศญี่ปุ่นรุ่นปี 2018 พร้อมได้พบผู้บริหารระดับสูงของ MMC ที่ประเทศญี่ปุ่น ใน Exclusive Trip สำหรับสื่อยานยนต์จากประเทศไทย เมื่อปลายเดือนตุลาคม พ.ศ. 2560 (2017) ที่ผ่านมา
 
     
     เวลา 18.15 น. ในช่วงค่ำ สื่อยานยนต์ไทยเดินออกจากที่จัดงานแสดงท่ามกลางฝนตกเป็นละอองและท้องฟ้ามึดอากาศก็เย็น เมื่อเดินทางกลับไปถึงที่พักแล้วก็กินอาหารค่ำแล้วก็พักผ่อน เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้นวันพฤหัสที่ 26 ตุลาคม 2017 เราต้องตื่นนอนเวลา 04.30 น. หรือเวลาที่เมืองไทยก็ตีสองครึ่ง (02.30 น.) ซึ่งเวลาตี 5 ครึ่งเราขึ้นรถบัสพร้อมสัมภาระเดินทางไปที่สถานีรถไฟ SHINADAWA โดยใช้เวลา 35 นาที
 
     
     เพื่อไปขึ้นรถไฟฟ้าชิงคันเซนตู้ที่ 12 แถวนั่ง 8 (8B) ในเวลา 6.40​ น. ออกเดินทางจากมหานครโตเกียวรถไฟวิ่งลงไปทางใต้ไปที่เมืองโอกาซากิ จังหวัดไอจิ ซึ่งเลยจากสถานีรถไฟเมืองนาโกย่าไปอีกหนึ่งสถานี นั่นคือเมืองอันโจ ระยะทางก็ 400 กว่ากิโลเมตร ราคาค่าตั๋วต่อคนก็ 10,240 เยน หรือประมาณ 3,072 บาท โดยเวลาเดินทาง 2.18 ชั่วโมง ซึ่งรถไฟวิ่งด้วยความเร็ว 230-260 กว่ากิโลเมตรต่อชั่วโมง
 
     
     เมื่อเดินทางถึงจุดหมายตามเวลา ที่หน้าสถานีรถไฟมีรถบัสมารับสื่อไทยแล้วพาไปส่งที่โรงงานของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ใช้เวลาเดินทางอีก 25 นาที เพื่อร่วมกิจกรรมทดสอบขับรถยนต์รุ่นใหม่ของมิตซูบิชิ
 
     
     
     เมื่อรถบัสมาถึงด้านหน้าของโรงงานมิตซูบิชิและเป็นศูนย์ R&D ด้วย มีเจ้าหน้าที่ต้อนรับและพาสื่อยานยนต์จากประเทศไทยไปส่งที่ห้องประชุมใหญ่ซึ่งในห้องนั้นมีรถยนต์ต้นแบบจอดคุ้มผ้าไว้สองคัน คันแรกเป็นรถยนต์ต้นแบบ MITSUBISHI e-EVOLUTION CONCEPT กับอีกคันเป็นรถยนต์ต้นแบบ GT PHEV CONCEPT ที่เคยนำออกแสดงในงาน 2016 Paris Auto Show
     ดีไซน์ The Ground Tourer SUV : Premium Coupe SUV running through the earth ส่วนอีกคันจอดอยู่ด้านหลังของห้อง คือ รถยนต์รุ่นใหม่มิตซูบิชิ XPANDER ที่เตรียมเปิดตัวจำหน่ายในตลาดประเทศไทยในปีหน้า พ.ศ. 2561 (2018)
 
     
     แต่ผู้เขียนเองสังเกตเห็นที่หน้าโรงงานมิตซูบิชิแห่งนี้กำลังเร่งก่อสร้างตึก R&D ใหม่ ที่ใช้เป็นโครงสร้างเสาและคานเหล็กทั้งตึกอยู่ ซึ่งผู้บริหารระดับสูงของ MMC ก็ได้แจ้งให้ทราบแล้วก่อนที่สื่อยานยนต์ไทยจะเดินทางมาที่นี่ ว่าจะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ก่อนถึงปี 2020 ก็มีจำนวน 11 รุ่น แบ่งเป็นรถโมเดลใหม่ 6 รุ่น (New Models/Full Model Changes ซึ่งเปิดตัวไปแล้ว 2 รุ่น มี XPANDER กับ Eclipse Cross ส่วนรุ่น Minor Change จะมีอีก 6 รุ่น
 
 
     
     Mr. Tsunehiro Kunimoto : Cooperate Vice President Design Division ก้าวต้อนรับและทักทายกับสื่อมวลชน หลังจากนั้นก็ชมวิดีโอโดยเริ่มที่เรื่อง Alliannce Synergy กันของ RENAULT : Passion for life / NISSAN : Innovation that excites / MITSUBISHI : Drive your Ambition ในการร่วมกันครั้งใหม่ภายใต้ -Respecting the Originality of Each Brand/Design Identity -Maximizing Synergy Effects
 
   
     จากนั้นก็ให้ชม Basic Concept (Foundation)​ ที่ผสมกันระหว่าง HERITAGE : Thought out design history ผสมผสานกับ EVOLUTION : Challenging the Evolution
 
     
     Mitsubishi Image by History : We started by taking a fresh look at our company’s rich heritage อดีตเมื่อ 100 ปีที่แล้ว อุตสากรรมระดับโลกทั้งเรือบรรทุกสินค้า เครื่องบินและยานอวกาศ รวมถึงยานยนต์ที่มิตซูบิชิผลิตมาจนถึงปัจจุบัน
 
     
     Mitsubishi Image by Customers : Clarifying the Customer expectations around the world. : Honest / Robust / Dependable / Functional / Japanese Product ซึ่งลูกค้าชองมิตซูบิชิมีทั้งในญี่ปุ่น ยุโรปและเอเซีย
 
     
     Mitsubishi Image by Employees : Finding what our company should achieve in our future : Create New Values / Innovative Technology สินค้าใหม่ เทคโนโลยีของรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า
 
     
     Distilling 4 Design Creative Values ดีไซน์การออกแบบของรถยนต์มิตซูบิชิในยุคปัจจุบัน ไปจนถึงการออแบบภายนอก DYNAMIC SHIELD : DESIGN CONCEPT ที่ส่งผลถึงเรื่อง Performance กับ Protection
 
     
     เรื่องของ Roadmap for the Evolution and the Development of ‘DYNAMIC SHIELD’ ซึ่งรถยนต์ต้นแบบ (Concept Car) ในปี 2015-2016 มี Outlander PHEV Concept-S, Concept-XR-PHEV II, eX Concept, GT PHEV Concept และ E-EVOLUTION Concept
 
     
     ส่วนของ Production Car มีรุ่น OUTLANDER PHEV, PAJERO SPORT, ECLIPSE CROSS, XPANDER และอีกรุ่นที่ยังไม่ได้เปิดเผยชื่อที่จะเปิดตัว
 
     
    
     การออกแบบภายใน Interior Design Identities : Front Face Design Concept ให้ดูการออแบบแดชบอร์ดซึ่งเป็นคาแร็กเตอร์ของการออกแบบภายในในอดีตของรุ่น Pajero กับ Delica ตั้งแต่แต่เจเนอเรชั่นแรกจนถึงรุ่นที่ 4
 
     
     
     แต่สำหรับปัจจุบันคอนเซ็ปท์ของการออกแบบภายใน ‘HORIZOTAL AXIS’ is continued on following model with some diversity ซึ่งได้เห็นอยู่ภายในห้องโดยสารของรถต้นแบบ e-EVOLUTION Concept ซึ่งการออกแบบนั้นไม่ว่าจะเป็นสวิตซ์ พวงมาลัย ที่จับตรงแผงประตู ฯลฯ จะส่งต่อดีไซน์ไปสู่รถยนต์มิตซูบิชิรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปทั้ง XPANDER กับ ECLIPSE CROSS
 
     
     Mr. Vincent Cobee : Corporate Vice Presedent Mitsubishi Motors Corporation เดินทางมาที่นี่เพื่อให้ข้อมูลเทรนของตลาดรถยนต์ในโลกปัจจุบัน ตั้งแต่ปี 2000-2024 และประเมินปี 2016-2024 ซึ่งอาจจะลดลง แต่รถยนต์ Pickup, Truck, Van, MPV และอื่นตลาดยังคงที่ แม้รถยนต์ Sedan กับ HB จะมียอดจำหน่ายสูงตั้งแต่ปี 2016 แต่รถยนต์ SUV มีการเติบโตและมีความต้องการสูงขึ้นในอนาคตมากว่าเพื่อนไปจนถึงปี 2024
 
     
     มิตซูบิชิจะตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างไหร่
     MMC Destination, Hertage and Brand & Product Strategy : Heritage ของรถยนต์มิตูบิชิ มี SUV, EV, System Control (S-AWC,AYC) ซึ่งเทคโนโลยีที่ใช้อยู่ใน LANCER EVOLUTION เช่น All Wheel Conteol (S-AWC) กับเรื่องความทนทาน/ออฟโรดและความจุภายในห้องโดยสารของ PAJERO และรถยนต์ไฟฟ้า EV Technology ของมิตซูบิชิ i-MiEV ได้นำไปติดตั้งและใส่ในมิตซูบิชิ OUTLANDE PHEV เป็นที่เรียบร้อย
 
     
     
     และในปี 2018-2022 นั้น Key technologies : ADAS and AD เมื่อรวมมือกันจะมีรถที่มีระบบ AUTONOMOUS DRIVE ออกมาจำหน่ายถึง 40 รุ่นก่อนปี 2022 ซึ่งในปี 2022 เอง ก็จะเป็นแบบ FULLY AUTONOMOUS DRIVE : NO HUMAN DRIVER INTERVENTION NECESSARY
 
     
   
     เมื่อเรโนลต์กับนิสสันและมิตซูบิชิร่วมมือกันในปี 2021 จะมีรถยนต์ไฟฟ้าของมิตซูบิชิ 2 รุ่นใหม่ออกมา ในจำนวน 12 รุ่นในปี 2022 ซึ่งใน 70 เปอร์เซ็นต์มีการแชร์ Platforms และอีก 100 เปอร์เซ็นต์ แชร์ e-components
 
     
     
     แม้มิตซูบิชิได้ผลิต i-MiEV ออกมาแล้วในปี 2009 กับปี 2011 จำหน่าย MINICAB-MiEV VAN และปี 2013 เปิดตัว OUTLANDER PHEV กับ MINICAB-MiEV TRUCK รวมถึงปี 2015 ก็เปิดตัวจำหน่าย OUTLANDER PHEV แต่ในปี 2020 นั้น มิตซบิชูจะเปิดตัว Kei-EV กับรถยนต์ EV และ OUTLANDER PHEV เจเนอเรชั่นใหม่
 
     
     
     สำหรับ Eclipse Cross : Global Sporty Compact SUV รถอเนกประสงค์สำหรับในอนาคตด้วย Stimulating Dedign, Confidence-inspiring Driving และ Human Connectivity
 
     
     ส่วนรุ่น XPANDER : Next Generation MPV รถยนต์รุ่นใหม่ในอนาตคที่เปิดตัวและจำหน่ายในตลาดประเทศอินโดนิเซียแล้ว และจำหน่ายในประเทศไทยในปีหน้า 2018 นั้น ใช้คอนเซ็ปท์ Satisfies all needs of MPV users, Toughness & reliability based on Mitsubishi SUV technology ซึ่งมิตซูบิชิได้บอกไว้อย่างชัดเจนว่า รถรุ่นนี้ Class Leading Body Size, Stylish & Powerful Design, Roominess Interior & Utility และ Superior Driving performance
 
     
     มิตซูบิชิบอกว่า XPANDER รถยนต์อเนกประสงค์ Compact crossover MPV โมเดลนี้สำหรับตลาดในประเทศแถบอาเซียนและตลาดอื่นที่ต้องการ ซึ่งเสียงของลูกค้าในท้องถิ่นที่ต้องการคือ เรื่องของ Exterior design (Fr.) / High Ground clearance / Interior design / Wide body และ Roominess, comfort ซึ่งตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม จากยอดจอง 11.4 หมื่นคัน มาจนถึง 24 กันยายน 2017 ก็มีจอดจอง 21.6 หมื่นคันแล้ว
 
     
     
     หลังจากนี้ผู้บริหารระดับสูงของ MMC ก็ให้สื่อมวลชนจากประเทศไทย จีน อินโดนิเซีย ออสเตรเลีย และอเมริการเหนือดูรถยนต์ทั้ง 3 คันอย่างเต็มที่
 
     
    
     หลังจากนั้นเราก็ไปที่ห้องอบรมอีกตึกเพื่อรับฟังข้อมูลของรถยนต์รุ่นใหม่ XPANDER จากวิศวกรชาวญี่ปุ่น 2 ท่าน คือ Mr. Takaaki Kishii : Chief Product Specialist (A&B-segment) กับ Mr. Ryo Ashikawa : Chief Vehicle Engineer (A&B-segment)
 
     
     
     มิตซูบิชิได้เปิดตัว New MPV XPANDER ในงาน GIIAS auto show ที่ประเทศอินโดนิเซีย ในเดือนสิงหาคม 2017 ซึ่งก่อนหน้านั้นในเดือนมีนาคมได้ Development Completion
 
     
     ในปี 2018 รถยนต์อเนกประสงค์รุ่น XPANDER จะส่งไปจำหน่ายที่ประเทศฟิลลิปปินส์ ประเทศไทย เวียดนาม ศรีลังกา โบลีเวีย และอียิปต์ ซึ่งจำหน่ายปีละ 80,000 คัน ซึ่งความต้องการนั้นที่ประเทศอินโดนิเซียมีความต้องการมากสุด รองมาเป็นฟิลลิปปินส์ และประเทศไทยกับที่อื่นๆ
 
     
     กลุ่มลูกค้าของ XPANDER เป็นครอบครัวของคนรุ่นใหม่อายุ 30-40 ปี ที่ต้องการ Comfortable cabin, Various seating arrangements, High ground clearance
 
     
     คอนเซ็ปท์ของ XPANDER คือ Combination of MPV’s utility & SUV’s toughness and dynamism : “Next Generation MPV” that’s Expand your Lifestyle
 
     
     ตัวรถ XPANDER มีขนาดยาว 4,475 มิลลิเมตร กว้าง 1,750 มิลลิเมตร วิศวกรมิตซูบิชิบอกว่า Class leading Body Size มีขนาดใหญ่กว่ารถยนต์ในกลุ่ม Compact MPV ด้วยกันมี SUZUKI ERTIGA, TOYOTA AVANZA, HONDA MOBILIO
 
     
     ส่วนพื้นที่ภายในห้องโดยสารของ XPANDER ก็มีพื้นที่กว้างขวางซึ่งวิศวกรบอกเป็น Class-leading Interior space ด้วย
 
     
     ด้วยพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่มีความยาว 2,840 มิลลิเมตร กับความกว้าง 1,410 มิลลิเมตร เป็น Class Leading Roominess Interior ให้ผู้โดยสารสามารถสนุกสนานภายในห้องโดยสารของ XPANDER ได้
 
     
     รถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ซึ่งสามารถปรับเป็น 6 ที่นั่งพร้อมที่วางของ หรือ 5 ที่นั่ง หรือ 2 ที่นั่งพับพนักพิงของเบาะนั่งแถว 3 กับแถว 2 ให้ราบหรือจะเป็นแบบ 4 ที่นั่งและปรับพนักพิงแถวนั่งด้านข้างของแถว 3 กับ 2 ให้ราบกับพื้นก็ได้
 
     
     ความอเนกประสงค์ภายในห้องโดยสารของ XPANDER ออกแแบบให้ใช้งานได้อย่างคุ้มค่า ไม่ว่าด้านหลังออกแบบให้วางขวดถังน้ำขนาดใหญ่ได้ถึง 4 ใบ และใต้พื้นมีถาดวางสิ่งของ ซึ่งยังมีที่วางขวดน้ำกับโทรศัพท์มือถือที่ตำแหน่งของเบาะนั่งแถวที่ 3 ซึ่งที่วางน้ำกับเครื่องดื่มที่ต้องการมีหลายจุด รวมทั้งมีช่อง USB กับช่อง DV12V อีก 3 จุด
 
     
     ในเรื่องของสมรรถนะการขับขี่ XPANDER : Satisfies all needs of MPV users, Toughness & reliability based on Mitsubishi SUV Technology ซึ่งให้การขับขี่แบบ Ride Comfort และมีวิดีโอขับทดสอบเปรียบเทียบกับคู่แข่งให้เห็นเมื่อขับรถวิ่งไปบนทางพื้นถนนที่ไม่ราบเรียบในสนามทดสอบรถแห่งนี้ ซึ่งจะเห็นว่าขวดน้ำกับแท่งสปริงที่ตั้งอยู่บนคอนโซลกลางด้านบนนั้น XPANDER มีความนิ่งมั่นคงกว่าอย่างเห็นได้ชัด Comfortable and Secure Driving
 
     
     
     วิศวกรมิตซูบิชิบอกว่า XPANDER สามารถขับขี่แบบสลาลอมได้มั่นคงกว่า ท้ายไม่ปัดมากเกินไปเมื่อขับขี่ด้วยความเร็ว 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (Ride Comfort and Driving confidence : Vehicle direction unintentionally swings & Corrective steer needed)
 
     
     
     และบอกว่าส่ิงที่ได้มา Ride Comfort and Driving confidence คือช่วงล้อหน้าที่กว้างกับช่วงล้อที่ยาว กับ Tough & Rigid Body นั้นแสดงให้ดูว่ามีคานเหล็กยึดหัวเบาโช็คอัพคู่หน้าไว้กับคานยึดช่วงล่างด้านหลังไว้ Fine Tuned Suspension
 
     
     
     วิศวกรของมิตซูบิชิยังได้เทียบให้ดูกับคู่แข่งในตลาดว่า ความยาวของช่วงล้อของ XPANDER มีขนาดยาวกว่า SPIN, AVANZA, MOBILIO, BR-V, ERTIGA, FREED และ SIENTA
 
     
     ออกแบบให้รูปโฉมเพรียวลมถูกต้องกับแอโรไดนามิคซึ่งผ่านการทดสอบการชนและคอมพิวเตอร์วิเคราะห์ (Cash Test & CAE analysis) ที่ด้านหน้าที่ความเร็ว 64 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การชนด้านข้างที่ความเร็ว 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และชนด้านท้ายที่ความเร็ว 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
 
     
     นอกจากนี้การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารทำให้รถคันนี้ XPANDER เหนือกว่าคู่แข่งทั้งการชิล ฯลฯ รวมถึงช่องทางเดินทางอากาศเข้ากล่องอากาศก็ติดตั้งสูงกว่าคู่แข่ง และพื้นรถ XPANDER ที่เป็นช่องก็มีการ Seal เพื่อป้องกันน้ำเข้าจากาการขับรถผ่านจุดที่มีน้ำท่วมขังด้วย
 
     
     
     สำหรับ Trend of Global PHEV sales ที่ประเทศญี่ปุ่น ยุโรป จีน และอเมริการเหนือรวมแล้วในปี 2012 นั้นมีเพียง 6,400 คัน ในปี 2016 เพิ่มเป็น 28,500 คัน และในปี 2017 นั้น 67,500 คัน และปีหน้า 2018 จะเพิ่มไปเป็น 102,500 คัน สำหรับปี 2019 มิตซูบิชิก็ประมาณได้ 150,000 คันและปี 2020 นั้นตลาดต้องการ 198,000 คัน
 
     
     แต่ทางมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (MMC) ผลิต OUTLANDER PHEV ออกมาจำหน่ายตั้งแต่ปี 2012 ที่จำหน่ายเฉพาะเพียงในประเทศญี่ปุ่นมีจำนวน 4,300 คัน และปี 2013 ก็จำหน่ายในประเทศแถบยุโรปด้วยยอดจึงเพิ่มไปเป็น 24000 คัน ซึ่งตลาดในยุโรปเติบโตและมีความต้องการสูงขึ้นเป็นเท่าตัวและเมื่อจบปี 2017 นี้มิตซูบิชิคาดว่าจะมียอดจำหน่าย 153,700 คัน ซึ่ง 60-70 เปอร์เซ็นต์เป็นยอดขายในยุโรปมากว่าในประเทศญี่ปุ่น
 
     
     
     
     ซึ่งเทคโนโลยีของมิตซูบิชิ OUTLANDER PHEV มาจากการผสมผสานทั้ง Pure EV Technology บวกกับ SUV Technology (PAJARO, OUTLANDER) บวกกับ 4WD Technology (LANCER EVOLUTION) ซึ่งมีมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนทั้งที่เพลาหน้าและเพลาหลัง และมีโหมดการขับขี่ให้เลือก 3 Mode มี EV Mode, Series Hybrid Mode และ Parallel  Hybrid Mode
 
     
     
     
     แต่ถ้าเลือกขับขี่ในโหมด EV ก็สามารถขับขี่ได้ระยะทาง 54 กิโลเมตร ซึ่งปล่อยไอเสีย CO2 เพียง 41 กรัมต่อกิโลเมตรสำหรับ EU SPEC ซึ่งรถรุ่นนี้มีเทคโนโลยีอีกมากมายรวมถึง MTSUBISHI Remote Control ที่สามารถตั้งเวลาเปิดแอร์ ฯลฯ เพื่อให้ความสะดวกสบายส่วนบุคคล โดยเฉพาะสเปคสำหรับประเทศญี่ปุ่น
 
     
    
     OUTLANDER PHEV มีการปรับโฉม Big Minor Change ไปแล้วในปี 2016 ด้วยดีไซน์ภายนอกใหม่ และอัพเกรดภายในกับคุณภาพ รวมถึงปรับสมรรถนะด้านการขับขี่ ซึ่งคู่แข่งสำหรับรถ SUV คันนี้ที่เป็น PHEV คือ พาสสาท GTE, 330e และ C350e และในปี 2017 ค่ายมิตซูบิชิได้ปรับปรุงฟังก์ชั่น -ADAS (FCM, BSW, RCTA, AHB)​ และ EV Priority mode
 
   
     
     
     ด้วยเทคโนโลยีของรถสปอร์ตอเนกประสงค์คันเก่งของมิตซูบิชิที่เป็นรถที่มีมอเตอร์ไฟฟ้าสองตัว เป็นรถ SUV และมีระบบขับเคลื่อน 4WD ซึ่งทาง MMC บอกว่ารถคันนี้ Silky acceleration & Superior Quietness / Spacious cabin & Utility & Advanced safety / Super All Wheel Control & Twin Motor 4WD ด้วย ซึ่งหลังจากนี้สื่อยานยนต์ไทยก็จะได้ลงไปที่สนามเพื่อทดสอบขับในโปรแกรมของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ประเทศญี่ปุ่นได้จัดให้
 
     
     
 
     เมื่อสื่อยายยนต์ไทยนั่งรถบัสของโรงานเดินทางเข้าไปถึงในสนามทดสอบรถของ MMC ที่เมืองโอกาซากิ จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น เห็นเจ้าหน้าที่และพนักงานของมิตซูบิชิยืนต้อนรับสื่อมวลชนยานยนต์จากหลายประเทศที่เป็นแขกพิเศษ และด้วยเงื่อนไขกล้องมือถือสามารถนำเข้าไปได้ แต่จะต้องปิดเลนส์ที่กล้องมือถือไว้ด้วยสติ๊กเกอร์ ให้บันทึกภาพได้ก็แต่เฉพาะกล้องใหญ่ได้เท่านั้น โทรศัพท์มือถืออดได้ใช้งานครับ
 
 
     
     
     ผู้เขียนก็ได้บันทึกภาพที่พอจะบันทึกได้ในเวลาเร่งด่วน เพราะหูก็ต้องฟัง สายตาก็ต้องมอง มือก็ต้องบันทึกภาพไปเท่าที่เราจะกระทำได้ ขอบคุณทาง MMC เป็นอย่างมากที่ให้การต้อนรับ 6 สื่อยานยนต์จากประเทศไทยเป็นอย่างดีครับ
 
     
     
     
     เพื่อไม่ให้เสียเวลา หลังจากเจ้าหน้าที่ได้แนะนำตัวระดับหัวหน้างานแล้วก็พาสื่อไทยแต่ละท่านซึ่งได้เรียกตามชื่อไปประจำการที่รถยนต์อเนกประสงค์ MPV รุ่นใหม่ล่าสุด ที่เตรียมจำหน่ายในตลาดประเทศไทยในปี 2018 คือ มิตซูบิชิ XPANDER เครื่องยนต์เบนซินรหัส 4A91 ขนาด 1,500 ซีซี
 
     
 
     สังเกตแต่ละท่านขึ้นประจำการในรถแต่ละคันที่จอดอยู่ด้านหน้าอย่างรวดเร็วเรียบร้อย ผู้เขียนก็บันทึกภาพอย่างฉับพลันไว้สัก 3-4 รูป แล้วก็ขึ้นไปนั่งขับขี่โดยจัดท่านั่งให้สบายอย่างรวดเร็วที่สุดพร้อมรัดเข็มขัดนิรภัย
 
     
   
     แต่คันที่ผู้เขียนได้ขับเป็นตัวรถสีดำ รูปโฉมล้ำสมัยไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ามิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ตเลย ทั้งส่วนหน้าและส่วนท้าย แต่เราได้ทดสอบขับในรุ่นเกียร์ธรรมดาซึ่งก็ต้องขับทดสอบ ซึ่งก็จะได้เห็นถึงพลังของแต่ละเกียร์และสมรรถนะกันอย่างแท้จริง
     เมื่อนั่งขับได้อย่างสบายก็บันทึกภาพไว้สักนิด แล้วก็ได้เห็นว่ารถคันหน้าเราเป็นสีบรอนซ์ ซึ่งในใจคิดก็น่าจะให้ขับทดสอบในสนามในบริเวณกับขอบเขตที่สายตาเรามองเห็นผ่านกระจกบังลมหน้าไปสุดตา
 
     
     ผู้โดยสารที่นั่งเคียงข้างในเบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าก็เป็นเจ้าหน้าที่หนุ่มมิตซูบิชิอายุก็ราว 35 ปีและน้ำหนักตัวก็ใกล้เคียงกับผู้เขียน เมื่อรถคันหน้าวิ่งออกไปได้สักพัก เจ้าหน้าที่ก็ได้ให้สัญญาณให้เราเร่ิมออกตัวได้เลย ซึ่งเราก็ไม่ได้รอช้า ขับเข้าทำสลาลอมเลย
 
     
   
     
     โดยให้ขับขี่ไปตามทางแล้วให้ขับทดสอบแบบสลาลอม เมื่อขับผ่านแล้วก็ให้ขับเลี้ยวโค้งไปตามทางที่มียางรถยนต์ที่ไม่ได้ใช้แล้วๆ นำมาผ่าครึ่งแล้วพ่นสีเหลืองไว้วางกั้นต่อเป็นทาง จากนั้นก็ให้เราลองกดคันเร่งแบบ 100 เปอร์เซ็นต์เพื่อเร่งออกตัวอย่างรวดเร็ว เราก็ขับตามที่บอก
 
     
 
     หลังจากนั้นก็ให้เราขับวิ่งไปตามทางที่ได้วางเส้นทางขับไว้ให้อย่างดี มีวิ่งออกไปจากสนามนี้แล้วขับเข้าไปที่สนามรอบในที่อยู่ด้านนอกของสนามนี้ ซึ่งมีทางที่เป็นพื้นผิวของถนนที่หลากหลายให้เราวิ่งผ่านไป ทั้งการทรงตัว ความนุ่นนวล และความสั่นสะเทือน เพื่อให้เห็นตัวสายตาตัวเอง และหูที่ได้ยินเสียงภายนอกเล็ดลอดเข้ามาน้อยมาก แม้ทางในสนามนี้จะเป็นรอบใน
 
     
     
 
     แต่ก็มีทางให้เราเบียงเพื่อขับมิตซูบิชิ XPANDER วิ่งทะยานออกไปเพื่อวิ่งทดสอบการวิ่งในระดับความเร็วสูงในสนามรอบใหญ่ ซึ่งขับขี่ด้วยความเร็วได้อย่างที่ต้องการ ตั้งแต่ความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงไปจนถึงความเร็ว 140-150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อให้เห็นสมรรถนะและการทรงตัวรวมถึงแอโร่ไดนามิค แต่สำหรับทางโค้งเราขับขี่ได้ความเร็วต่อเนื่อง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แล้วก็สังเกตผู้โดยสารว่าเป็นอย่างไหร่ ก็เห็นว่าอมยิ้ม
 
     
     
     
     เราขับทดสอบในสนามรอบใหญ่คนละ 2 รอบ เมื่อขับครบแล้วก็ขับกลับมายังจุดที่สตาร์ทครั้งแรกก็เป็นอันจบ เราได้ขับทดสอบในโปรแกรมของ MMC ที่ให้เราได้ขับได้เห็นสมรรถนะของตัวรถและกำลัง รวมถึงความสะดวกสบาย สุดท้ายเราก็บอกกับเจ้าหน้าที่ว่า ดีมาก รถ XPANDER ขับขี่สบาย นุ่นนวล
 
     
     
     
     ต่อไปเราจะต้องเข้าไปที่สถานี่ Dual Motor AYC : Active Yaw Control ซึ่งมีรถมิตซูบิชิ OUTLANDER PHEV จอดอยู่หนึ่งคัน แล้วเจ้าหน้าก็จะขับให้สื่อได้นั่งโดยสารไป แล้วขับทดสอบแบบสลาลอมโดยให้เห็น AYC และไม่เปิดใช้ AYC เพื่อให้เห็นถึงการขับขี่ที่ควบคุมได้ง่ายกว่า ผู้โดยสารก็นั่งได้สบายกว่า แม้ขับขี่ด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็ตาม 
 
     
     
     
     
     
     
     หลังจากได้ลองนั่งแล้ว เราก็รอบุกเข้าไปที่สถานอื่นอีก รอเรียกตามคิวตามชื่อซึ่งเวลา 5-10 นาที มีเวลาผู้เขียนก็บันทึกภาพมาให้ดูครับ เพราะให้สนามก็มีรถอเนกประสงค์รุ่น XPANDER กับรถอเนกประสงค์คอมแพ็ค SUV รุ่นใหมล่าสุดที่มิตซูบิชิเพิ่งปล่อยของออกมาจอดอยู่ในสนามทดสอบ แต่รถดิสก์เพลย์คือ XPANDER คันสีขาวเป็นรุ่นเกียร์อัตโนมัติ
 
 
 
 
 
    
     สำหรับสื่อยานยนต์ไทยก็ให้ความสนใจ ดูรถคันจริงดูการออกแบบภายใน การพับเบาะนั่ง ช่องเก็บของที่ออกแบบให้มามากมายเหลือเฟือ ดูแล้วดูกันจนอิ่มครับ
 
     
     
     เมื่อได้เวลามีเจ้าหน้าที่ขับรถตู้คันเก่งของมิตซูบิชิที่ขับเคลื่อน 4 ล้อและเป็นเครื่องยนต์ดีเซลรุ่น DELECA มารับสื่อไทยแล้วขับพาเข้าไปที่สนามทดสอบของอีกฝั่ง
 
     
    
     เมื่อถึงสนามแล้ว เราลงจากรถเห็นรถยนต์อเนกประสงค์คันเก่งของมิตซูบิชิรุ่นแรกของรถที่เป็นรถ SUV ที่เป็น PHEV เทคโนโลยีปลั๊ก-อิน ไฮบริดมีจอดอยู่ 4 คัน ผู้เขียนได้ทดสอบขับคันที่จอดอยู่คันหลังคันท้ายสุดซึ่งเป็นตัวรถคันสีแดง OUTLANDER PHEV S Edition ใหม่ล่าสุด
 
     
     
     
     ว่าแต่เราต้องทำเวลา แม้แต่ท้องฟ้าที่สวยสดผู้เขียนก็ยังไม่มีโอกาสได้มอง ต้องจองมองแต่ตัวรถ การตกแต่งภายนอกและภายในห้องโดยสารที่สวยสปอร์ตดูมีราคา มีปุ่มกับสวิตซ์ให้เลือกใช้งานอย่างมากมาย นี่คือสเปคที่จำหน่ายในตลาดประเทศญี่ปุ่น ล้ำสมัยมากๆ ครับ
 
     
     
     
     ผู้เขียนของอนุญาตเจ้าหน้าชาวญี่ปุ่นสักนาทีเพื่อบันทึกภาพอย่างฉับพลันไว้เป็นหลักฐานเพื่อให้คนไทยและแฟน GM Car ได้ชมกัน ในสถานี PHEV Analytical Test Area แม้กล้องมือถือก็จะต้องถูกปิดเลนส์ไว้ด้วยสติ๊กเกอร์ก็ตาม ไม่เสียใจเพราะเราได้ภาพบรรยากาศภายในของตัวรถและสนามมาให้ชมกันครับ เพราะสนามทดสอบรถของค่ายรถยนต์มักเป็นสถานที่ห้ามถ่ายภาพอยู่แล้ว
 
     
     
     
     เจ้าหน้าที่มิตซูบิชิให้เราขับทดสอบตามโปรแกรมตามแผ่นป้ายที่แสดงให้ดู โดยให้ขับเหมือนกำลังขับในพื้นที่ในบริเวณในเมืองด้วยความเร็ว 50-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แล้วให้ขับเปลี่ยนเลน และเมื่อถึงโค้งก็ให้ลดความเร็วแล้วหยุดรถให้สนิทที่ปลายโค้ง จากนั้นให้เราขับโดยกดคันเร่งให้รถวิ่งออกตัวไปสู่ความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่โดยมอเตอร์ไฟฟ้ากับเครื่องยนต์ส่งกำลังพร้อมกัน เพื่อให้เห็นพลังผสมที่พอสำหรับรถอเนกประสงค์คันใหญ่ไหม เราพอใจกับสมรรถนะไหม
 
     
     
     
     เมื่อเร่งออกตัวไปอย่างรวดเร็วแล้วให้หยุดสนิท แล้วให้ขับออกตัววิ่งไปตามทาง ซึ่งให้สื่อไทยได้ขับท่านละ 2 รอบในสนาม สำหรับมิตซูบิชิ OUTLANDER PHEV ใหม่
 
     
     
    
     
     อย่างน้อยแม้ประเทศไทยจะไม่ได้มีโอกาสได้ใช้รถยนต์ที่ล้ำสมัยอย่างนี้ เราก็ได้ขับทดสอบในสนามแห่งนี้ไปเป็นที่เรียบร้อยอย่างปลอดภัย เก็บไว้เป้นประสบการณ์และความทรงจำที่ดี ว่าครั้งหนึ่งเราได้มาบุกฐานสำคัญและเป็นหัวใจของมิตซูบิชิที่ประเทศญี่ปุ่นด้วย แต่เนื่องจากเวลานั้นมีค่าเจ้าหน้าที่มิตซูบิชิก็พาเราไปที่อีกสถานี
 
     
     
     
     คราวนี้ให้สื่อไทยมานั่งภายในห้องโดยสารของ OUTLANDER PHEV ซึ่งเจ้าหน้าที่ขับให้นั่งโดยขับวิ่งเป็นรูปวงกลมในสนามรูปวงกลมที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำ พื้นถนนลื่น เพื่อให้เห็นถึงระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่เป็นเลิศของมิตซูบิชิ แม้จะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า แม้พื้นถนนเปียกลื่นชุ่มไปด้วยน้ำก็ตาม ก็ยังขับได้สนุกและปลอดภัย ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่เป็นเทคโลยีและเป็นมรดกของรถยนต์มิตซูบิชิ
 
     
     
     
     จบจากสถานี่แล้วก็มีโอกาสได้ทักทายกับนักแข่งของมิตซูบิชิที่ใส่เสื้อสีแดง จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็พาเราขึ้นรถ พาไปส่งยังสนามทดสอบในตอนแรกที่จุดเดิม ซึ่งให้เราได้รู้จักเทคโนโลยีของระบบ MI Assistant อีก โดยเจ้าหน้าที่ก็ได้สาธิตการขับขี่รถแล้วเกิดหลับตา เซ็นเซอร์ก็ตรวจจับได้ก็จะส่งเสียงเตือนและพวงมาลัยสั่น ฯลฯ ซึ่งเทคโนโลยีนี้ก็ยังจัดแสดงให้บูธของ MITSUBISHI MOTORS ในงานโตเกียว มอเตอร์ โชว์ 2017 ด้วย
 
     
     
     
    
     การร่วมเดินทางไปกับ Exclusive Trip ครั้งนี้กับ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย)​ จำกัด เพื่อชมงานโตเกียวมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 45 ประจำปี 2017 ที่ประเทศญี่ปุ่น และเยี่ยมชมบูธรถยนต์มิตซูบิชิยังได้เยี่ยมชมโรงงานกับสนามทดสอบรถ และร่วมทดสอบรถยนต์มิตซูบิรุ่นใหม่ทั้งรุ่น XPANDER กับ OUTLANDER PHEV ใหม่ พร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สนามทดสอบของ MMC ที่เมืองโอกาซากิ จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่นด้วยครับ เป็นประสบการณ์ที่ดีมากและทำให้ผู้เขียนได้เห็นและเข้าใจสไตล์และคาแร็กเตอร์ของรถยนต์มิตซูบิชิรวมถึงมรดกของรถยนต์มิตซูบิชิว่ามีดีกว่าที่เราเคยได้รู้จักและได้เห็นมาครับ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Distilling 4 Design Creative Values : We distilled 4 Design Creative Values from images that we need to carry on and evolve in the future.
-Create New Values Innovative Technology : Augmented Possibilities
-Dependable Functional : Functional Beauty
-Tough Robust : Sculptured Dynamism
-Japanese Product Honest : Japanese Craftsmanship
 
 
MITSUBISHI e-EVOLUTION CONCEPT
-Artificial Intelligence (AI) augments driver and vehicle performance
- Triple Motor 4WD system
- Dual Motor Active Yaw Control (AYC)
- High torque electric drive
- Adaptive response characteristics
- Coaching function
 
 
 
 
MITSUBISHI GT PHEV CONCEPT
Design Concept : THE GROUND TOURER SUV Premium Coupe SUV running through the earth
มิติตัวรถยาวxกว้างxสูง   4,800x1,620x1,700 มม.
ความยาวช่วงล้อ   2,765 มม.
เครื่องยนต์   PHEV
 
 
 
 
MITSUBISHI ECLIPSE CROSS
CONCEPT : Stimulating, Human Connectivity, Reliable Driving, Naming of the Eclipse Cross
มิติตัวรถยาวxกว้างxสูง   4,405x1,805x1,685 มม.
ความยาวช่วงล้อ   2,670 มม.
ความยาวช่วงล้อ   1,545/1,545 มม. 
เครื่องยนต์ขนาด   1.5 ลิตร
ระบบส่งกำลัง   เกียร์อัตโนมัติ CVT 
ระบบขับเคลื่อน   4WD/2WD
 
 
 
 
MITSUBISHI OUTLANDER PHEV S Edition
เครื่องยนต์   4B11 เบนซินแบบ 4 สูบ DOHV 16 วาล์ว (MIVEC) Hybrid (E+G)
ปริมาตรกระบอกสูบ   1998 ซีซี
กระบอกสูบxช่วงชัก   86.0x86.0 มม.
อัตราส่วนกำลังอัด   10.5 : 1
กำลังสูงสุด   108 แรงม้า PS (87 กิโลวัตต์) ที่ 4500 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด   186 นิวตันเมตร ที่ 4500 รอบ/นาที
มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุดหน้า/หลัง   82 แรงม้า PS (62 กิโลวัตต์)/82 แรงม้า PS (62 กิโลวัตต์)
มอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดสูงสุดหน้า/หลัง   137/195 นิวตันเมตร
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย   19.2 กม./ลิตร
มิติตัวรถยาวxกว้างxสูง   4695x1800x1710 มม.
ความยาวช่วงล้อ   2670 มม.
ความกว้างช่วงล้อหน้า/หลัง   1540/1540 มม.
ความสูงจากใต้ต้องรถ  190 มม.
รัศมีวงเลี้ยว   5.3 เมตร
ถังน้ำมันจุ   45 ลิตร
นำ้หนักรถ   1900 กก.