Connect with us

Subscribe

Interview

เดินหน้าไปด้วย หัวใจที่เปิดกว้าง

เรื่อง : สุกฤษฏิ์ บูรณสรรค์

ถ้ากล่าวถึงตึกใจกลางเมืองที่สูงเป็นลำดับต้นๆ ของกรุงเทพมหานคร หลายคนย่อมจะต้องนึกถึง ‘ตึกใบหยก’ เป็นชื่อแรกๆ เสมอ ซึ่งเครือใบหยกก็ยังทำธุรกิจอีกหลายอย่างควบคู่กันไป และหนึ่งในนั้นคือธุรกิจของ ปิยะเลิศ ใบหยก ลูกชายคนโต ที่ขึ้นมาเป็นมือขวาของ พันธ์เลิศ ใบหยก หัวเรือใหญ่ของเครือ ที่มุ่งหวังตามรอยคุณพ่อ สืบทอดกิจการให้รุดหน้าและรักษาต่อยอดให้เจริญก้าวหน้าต่อไป ที่มีแนวคิดที่น่าสนใจ

ด้วยโปรไฟล์ที่ไม่ธรรมดา ดีกรีปริญญาโทสาขา Master’s Degree of International Management จากมหาวิทยาลัย University of Exeter ประเทศอังกฤษ พ่วงด้วยประกาศนียบัตรด้านภาษาญี่ปุ่นจาก Kokusai Gakuyukai Nihongo Gakko กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ปิยะเลิศ ใบหยก ถึงพร้อมด้วยคุณสมบัติของผู้บริหารรุ่นใหม่ ด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง และพร้อมรับฟังความคิดต่างของทีมงาน อันเป็นแก่นหลักสำคัญในการบริหารงานของเขา ผู้ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘มือเปิดโรงแรมใหม่’ เพราะมีหน้าที่ดูแลเชนโรงแรมทั้งหลายของเครือ

แต่กว่าจะเดินทางมาถึงจุดนี้ เขาผ่านการทดสอบอย่างเข้มข้น โดยหลังจากสำเร็จการศึกษา งานแรกอย่าง สเตล่า เฮาส์ คืองานระดับ ‘รับน้อง’ จากคุณพ่อ เพราะเป็นอาคารเก่าที่ขาดการรีโนเวท การจะปรับปรุงโดยมีเงินหมุนไม่ถึง 2 ล้านบาทนั้น เรียกว่าแทบเป็นไปไม่ได้ แต่เขาก็สามารถทำได้ดี ที่สามารถนำไปต่อยอดได้ในเส้นทางสายโรงแรม

สำหรับแนวคิดในการทำธุรกิจนั้น แม้จะเป็นคนรุ่นใหม่ แต่ปิยะเลิศ ใบหยก ก็ยังมุ่งเน้นแนวทางสายเก่าที่มีตัวอย่างความสำเร็จที่ชัดเจนบนความ ‘ไม่เสี่ยง’ ที่ต้องคิดประกอบรอบด้านอย่างถี่ถ้วน ยั่งยืน และมีพื้นฐานที่ดี แต่ก็ไม่ขาดซึ่งการเรียนรู้จากตัวอย่างความสำเร็จ และพร้อมเปิดรับแนวคิดใหม่ ก่อนนำมาปรับใช้ให้เกิดผลลัพธ์อันเป็นที่น่าพอใจ

ด้วยความที่คลุกคลีกับงานโรงแรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ปิยะเลิศให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของทีมงานทุกระดับ เฝ้าหมั่นเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า ทุกสิ่งสามารถเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงได้ ด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง อันเป็นคุณสมบัติที่เขามองว่า ผู้นำที่ดีพึงมี แน่นอนว่าครอบครัวก็มีส่วนสำคัญ เขาในฐานะมือขวาของเครือใบหยก จะไม่ทำอะไรที่สุ่มเสี่ยง หรือมีแนวโน้มที่จะดำดิ่งไปสู่ความล้มเหลว ความคิดเห็นของคุณพ่อจึงสำคัญสำหรับเขา เช่นเดียวกับของทีมงานรุ่นใหม่

นอกเหนือจากงานด้านโรงแรมแล้ว ในปี 2559 ปิยะเลิศยังได้ขยายการทำธุรกิจไปสู่เชนร้านขนมอย่าง Pablo Cheese Tart และ Gram จากต่างประเทศ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความสนใจของเขา ที่มองว่ามีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน และคำตอบนั้นก็ถูกต้อง เมื่อสองแบรนด์นำเข้าจากต่างประเทศ สามารถขยายสาขาเข้าไปสู่หัวใจผู้คนได้อย่างไม่ยากเย็น

เปิดรับแนวทางใหม่ด้วยหัวใจที่ไม่ปิดกั้น น้อมนำแนวคิดของคนรุ่นเก่าที่ดีมาปรับใช้ และมองความเป็นไปได้อย่างยั่งยืนและมั่นคง ในอนาคตภายภาคหน้า เมื่อพันธ์เลิศ ใบหยก ผู้เป็นพ่อลงจากตำแหน่ง ก็ค่อนข้างเป็นที่มั่นใจได้ว่า ปิยะเลิศ ใบหยก จะเป็นกัปตันนำพาเครือใบหยกแล่นในนาวาธุรกิจได้อย่างสวยสดงดงาม

Written By

Advertisement
Connect
Newsletter Signup