Connect with us

Subscribe

Entertainment

หรือ? โควิด-19 ช่วยกู้วิกฤต
สิ่งแวดล้อม ผ่านฉากหนังสะท้อน
‘วิถีมนุษย์’ คือ ผู้ขัดขวางการฟื้นฟูธรรมชาติ

เรื่อง : Softlens

นับตั้งแต่มีมาตรการกักตัว เนื่องจากป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 ทำให้มวลมนุษย์ทำกิจกรรมและออกมาเดินตามท้องถนนน้อยลง ถนนโล่งขึ้น พร้อมกับข่าวคราวการเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ ของธรรมชาติ ที่รู้สึกได้ว่ามลพิษลดลง อากาศดีขึ้น รวมถึงหมู่มวลสรรพสัตว์หลายชนิดเริ่มปรากฏตัวให้เห็นมากขึ้น

ในโอกาสวันนี้เป็นวันคุ้มครองโลก (Earth Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 22 เมษายนของทุกปี จึงขอใช้พื้นที่นี้ปลุกสำนึกเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ  ในช่วงของวิกฤติโควิด-19 ผ่านภาพยนตร์ที่ซ่อนประเด็นอย่างเงียบๆ ที่ชวนให้มนุษย์ตระหนักถึงการกระทำของตัวเองว่าเราทำลายธรรมชาติจากความถือตัวเองเป็นใหญ่ไปมากแค่ไหน

อากาศดีขึ้น-หายใจโล่งขึ้น

หลังจากที่ผู้คนกว่าครึ่งโลกลดกิจกรรมและกักตัวเองภายในบ้าน ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่าน องค์การสิ่งแวดล้อมแห่งสหภาพยุโรป (European Environment Agency) ก็ออกมาเผยผลการวิเคราะห์สภาพอากาศของยุโรป จากสถานีตรวจวัดกว่า 3,000 สถานีทั่วยุโรป พบว่า มลพิษทางอากาศเหล่านี้ลดลงเกือบครึ่งในบางพื้นที่จริง โดยเฉพาะพื้นที่ในเขตเมืองที่การจราจรลดลง

นอกจากยุโรปแล้ว ในช่วงเวลาเดียวกันหนังสือพิมพ์อังกฤษเดอะการ์เดี้ยน ยังได้รายงานถึงสถานการณ์คล้ายกันที่เกิดขึ้นในจุดอื่นๆ ของโลก รวมทั้งจีนซึ่งเป็นพื้นที่แรกที่เกิดการระบาด การปิดกิจการประเภทโรงงานอุตสาหกรรม ส่งผลให้มลพิษทางอากาศลดลงเช่นกัน โดยเฉพาะเมืองอู่ฮั่น ซึ่งเป็นการลดลงของมลพิษทางอากาศครั้งใหญ่ อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หลังจากเมืองถูกล็อคดาวน์มาตั้งแต่เดือนมกราคม

แม้แต่ข้อมูลจากองค์การนาซ่า ก็ยืนยันไปในทางเดียวว่า ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ในภาคตะวันออกและภาคกลางของจีนลดลง 10-30% จากระดับปกติ

เหล่าสรรพสัตว์กลับเข้าสู่วงจรธรรมชาติ

ไม่เพียงแค่อากาศเท่านั้นที่ส่อแววดีขึ้น แม้แต่สภาพน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติยังสะอาดขึ้น ฝูงปลากลับมามีชีวิตและสัตว์ทะเลเริ่มวางไข่ตามวงจรชีวิตของมันอย่างที่ควรจะเป็น จากที่เมื่อก่อนเป็นเรื่องยากเย็น เพราะวิถีชีวิตของมนุษย์จะเข้าไปรบกวนชีวิตตามธรรมชาติของพวกมัน

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งเพราะการหายไปของเหล่านักท่องเที่ยว อย่างที่เกิดขึ้นกับเวนิส โดยเหล่าชาวเมืองเริ่มแชร์ตามโซเชียลมีเดียถึงภาพการเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำลำคลองกลับมาใสขึ้น เริ่มเห็นฝูงปลาและการรวมตัวของฝูงหงส์บริเวณเกาะมูราโน่ นอกเมืองเวนิส 

เช่นเดียวกับที่หาด Gahirmatha และหาด Rushikulya ในรัฐ Odisha ประเทศอินเดีย เกิดปรากฏการณ์เต่าทะเล Olive Ridley สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ นับแสนตัวขึ้นมาวางไข่ หลังจากหาดทั้งสองแห่งประกาศปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปในบริเวณดังกล่าว

หรือแม้แต่คู่แพนด้าอิ๋งอิ๋งและเล่อเล่อ ที่อาศัยอยู่ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอเชียนพาร์ก ประเทศฮ่องกงของจีน สามารถผสมพันธุ์ได้เองตามธรรมชาติ หลังจากที่ไม่ค่อยมีคนเข้าไปยังพิพิธภัณฑ์ดังกล่าวมาพักใหญ่   ทั้งที่พวกมันไม่เคยผสมพันธุ์กันได้สำเร็จสักครั้งตลอด 10 ปีที่ผ่าน นับเป็นความหวังครั้งใหม่ที่แพนด้าคู่นี้จะตั้งท้องเองตามธรรมชาติ

สัญญาณดี แต่อย่าเพิ่งดีใจ

ถึงสถานการณ์ทางธรรมชาติจะส่อเค้าในทางที่ดีขึ้น ก็อย่าได้นิ่งนอนใจ เพราะองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization : WMO) ได้ออกมาเตือนว่าการลดลงของมลพิษทางอากาศในบางท้องถิ่นเป็นเพียงภาวะชั่วคราว ซึ่งการแก้ไขปัญหาระยะยาวยังต้องการการปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตและเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอยู่ดี โดยเฉพาะปัญหาก๊าซเรือนกระจกที่สร้างปัญหาโลกร้อนเรื้อรังให้แก่โลกมานานนับทศวรรษ

“ถึงเวลาที่เราน่าจะมาช่วยกันคิดถึงระบบเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการปรับตัวสู่ธุรกิจและการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสภาพอากาศ ประสบการณ์วิกฤตเศรษฐกิจต่างบอกเรามาตลอดว่าหลังจากที่มันคลี่คลาย ก๊าซที่เคยลดลงจะกลับมาพุ่งพรวดอยู่เสมอ จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนวิถีนั้นเสีย แล้วมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาโลกร้อนให้ได้เหมือนไวรัสโคโรนา มิฉะนั้นเราอาจพบกับความสูญเสียมากกว่านี้อีกมาก” เพตเทอรี่ ทาลาส เลขาธิการ WMO กล่าว

ในทิศทางเดียวกันเจ้าหน้าที่สหประชาชาติ ชี้ให้เห็นว่าการระบาดของไวรัสโควิท-19 นี้ ยังไม่ควรถูกมองว่าเป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม เพราะผลกระทบจากการระบาดนี้ ส่งผลให้เกิดปริมาณขยะทางการแพทย์และของเสียอันตรายจำนวนมหาศาล นี่จึงไม่ใช่รูปแบบการตอบสนองทางสิ่งแวดล้อมที่ดี เพราะในความเป็นจริงแล้วปริมาณการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลนั้นจะต้องลดลงประมาณร้อยละ 10 ทั่วโลก และจะต้องต่อเนื่องนานหนึ่งปี กว่าจะเห็นถึงระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดลงอย่างยั่งยืน

ดังนั้นหลังจากวิกฤตครั้งนี้ ในช่วงที่วางมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ เรามีโอกาสอย่างแท้จริงที่จะรับมือกับปัญหานี้ ด้วยการลงทุนในพลังงานทดแทน อาคารอัจฉริยะ การขนส่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการขนส่งสาธารณะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

4 หนังชวนคิด เมื่อมนุษย์หายไป ธรรมชาติจะเป็นอย่างไร?

จากสถานการณ์เหล่านี้เชื่อว่าจะเป็นบทเรียนที่ดีของการอนุรักษ์ธรรมชาติ ซึ่งเมื่อมองกลับมาในโลกของแผ่นฟิล์ม เหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นไม่รู้กี่พันครั้งแล้ว จากการที่เหล่าผู้สร้าง-ผู้กำกับทั้งหลายพยายามจะส่งเสียงไปถึงผู้ชมให้เปิดหูฟังเสียงของธรรมชาติบ้าง เพื่อหาหนทางในการอยู่ร่วมกันอย่างยุติธรรมระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ และในโอกาสนี้จึงขอหยิบยกเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ เมื่อมนุษย์หายไป ผ่านภาพยนตร์เหล่านี้    

Avengers : Infinity War และ Avengers : Endgame

เรื่องหนึ่งที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเอาแนวคิดการครอบครองจักรวาลมาผูกกับการรักษาธรรมชาติได้อย่างสนุกสุดมันส์ คือ Avengers : Infinity War และ Avengers : Endgame ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ในจักรวาลมาร์เวล ทั้งที่เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากการ์ตูน แต่กลับแฝงประเด็นเรื่องการเบียดบังธรรมชาติเพราะมีสิ่งมีชีวิตมากเกินไป โดยเรื่องราวของภาคนี้มีเมนหลักอยู่ที่มหาวายร้ายแห่งกาแลกซี่นามว่า ธานอส ต้องการจะลดจำนวนประชากรทั่วทั้งจักรวาลลงครึ่งหนึ่ง เพื่อให้เกิดความสมดุลในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ

ใน Avengers : Endgame จะมีฉากหนึ่งที่กัปตันอเมริกาปลอบใจแบล็ควิโดว์ หลังจากที่มนุษย์และสิ่งมีชีวิตหายไปครึ่งจักรวาลจากการดีดนิ้วของธานอสว่าอย่างน้อยก็เกิดสิ่งดีๆ กับโลก คือ น้ำใสขึ้น ธรรมชาติกลับมาฟื้นตัวจริงๆ 

แม้จะเป็นฉากหงอยๆ เพราะทุกตัวละครในเรื่องสูญเสียเพื่อนและคนที่รัก แต่มันแอบเสียดสีเล็กๆ กับการดำรงอยู่ของมนุษย์ที่เอาเปรียบธรรมชาติมากจนเกินไป

Downsizing

อีกหนึ่งภาพยนตร์ดราม่าเรื่องของคนตัวเล็กที่พยายามแก้ปัญหาที่ยิ่งใหญ่ แม้หนังจะเดินเรื่องชวนเอื่อยเฉื่อย แต่ต้องยอมรับว่าพล็อตน่าสนใจมากๆ ว่าด้วยหนึ่งทศวรรษผ่านพ้นไป เมื่อนักวิทยาศาสตร์ชาวนอร์เวย์หาทางออกให้กับปัญหาประชากรล้นโลกและลดการใช้ทรัพยากร ซึ่งกำลังเป็นปัญหาระดับมนุษยชาติ ด้วยการย่อไซส์มนุษย์ให้เล็กลงเหลือ 5 นิ้ว โดยเชื่อกันว่า 6% ของประชากรโลกที่อาสาย่อส่วนตัวเองเป็นเวลา 200 ปี และช่วยลดความเป็นไปได้ที่มนุษย์จะสูญพันธุ์ ซึ่งพระเอกของเรา พอล ซาฟราเน็ก รับบทโดยแมตต์ เดม่อน คือ หนึ่งในอาสาที่จะย่อไซส์และย้ายไปในชีวิตในชุมชนมนุษย์ย่อไซส์ ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งใหญ่

Interstellar 

อีกเรื่องกับภาพยนตร์นิยายวิทยาศาสตร์แนวสมจริง ของผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน ที่กล่าวถึงวาระสุดท้ายของโลก เมื่อทุกอย่างกำลังจะจบสิ้นลงตามวัฏจักรแห่งจักรวาล มนุษยชาติกำลังเผชิญกับความขาดแคลนและภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ ทางออกหนทางเดียว คือ การส่งทีมนักสำรวจเดินทางสู่กาแล็คซี่อันไกลโพ้น เพื่อค้นหาทรัพยากรหรือดาวที่มีความเป็นไปได้เพื่ออนาคตของมนุษยชาติ โดยไม่มีอะไรมารับรองได้เลยว่าพวกเขาจะได้กลับมาพร้อมความสำเร็จหรือไม่

WALL-E

ภาพยนตร์แอนิเมชั่นแสนน่ารักที่เข้าไปครองใจคนทั้งโลก กับท่าทางแสนซื่อคล้ายมนุษย์ของวอลล์-อี  หุ่นยนต์กำจัดขยะที่ถูกมนุษย์ปล่อยทิ้งไว้บนโลกที่เต็มไปด้วยขยะเป็นเวลา 700 ปี โดยวอลล์-อี ยังคงตั้งหน้าตั้งตาเก็บขยะอยู่บนโลก โดยมีแมลงสาบเป็นเพื่อน จนวันหนึ่งมนุษย์ส่งหุ่นยนต์สำรวจรุ่นใหม่กิ๊กชื่อ อีฟ มายังโลกเพื่อค้นหาต้นไม้ การพบกันของหุ่นทั้งสองกลายเป็นรักแรกพบแสนน่าเอ็นดู 

ถึงเส้นเรื่องของหนังจะเป็นแนวกุ๊กกิ๊กน่ารักสไตล์ดิสนีย์ แต่หลายๆ ฉากในเรื่องชี้ให้เห็นว่า มนุษย์ทิ้งขยะจำนวนมหาศาลไว้บนโลก สะท้อนให้เห็นการใช้ชีวิตแสนฟุ่มเฟือยที่คำนึงถึงแต่ความสะดวกสบายของมนุษย์เพียงอย่างเดียว จนละเลยโลกและต้องทิ้งมันไปใช้ชีวิตอยู่ในยานอวกาศ โดยหวังว่าระยะเวลาที่โลกไร้มนุษย์ ธรรมชาติจะเยียวยาตัวเองจนสามารถให้มนุษย์กลับมาอาศัยอยู่ได้อีกครั้ง 

กลับมาสู่โลกแห่งความจริง ไม่ว่าการระบาดของโควิด-19 จะช่วยให้ธรรมชาติดีขึ้นมากหรือน้อยแค่ไหนก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งได้พิสูจน์ให้เห็น ‘จริง’ แล้วว่า เมื่อมนุษย์เริ่มถอยหนึ่งก้าว ธรรมชาติก็มีพื้นที่ให้ฟื้นฟูและรักษาตัวเอง 

หวังว่าคงไม่ต้องรอถึงวันที่มนุษย์ย่อไซส์ตัวเอง หรือมนุษย์ต่างดาวมาล้างจักรวาล หรือต้องรอวันที่ย้ายไปอยู่ดาวอื่น ถึงจะตื่นรู้ว่า ถึงเวลาแล้วที่เราต้องคิดถึงสิ่งมีชีวิตอื่น แบ่งปันเพื่อธรรมชาติบ้าง ก่อนที่จะไม่เหลืออะไร…

อ้างอิงข้อมูล
https://www.brighttv.co.th/news/global/covid-19-who-environment
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/873274
https://mgronline.com/china/detail/9630000037071
https://www.deqp.go.th/new/

Avatar
Written By

Advertisement
Connect
Newsletter Signup