Connect with us

Subscribe

Entertainment

หนังของ ‘เต๋อ-นวพล’
ทิ้งอิทธิพลอะไรให้วัยรุ่นไทย

หนังเต๋อ นวพล
เรื่อง : เมเจอร์ ทอม

เมื่อพูดถึงผู้กำกับฯ ไทยที่โลดแล่นอยู่ในวงการหนังนอกกระแส เชื่อว่าต้องมีชื่อของ ‘เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์’ ติดลิสต์อยู่อันดับต้นๆ ด้วยอย่างแน่นอน หลายคนอาจเริ่มรู้จักเขาจากหนังที่เคยเป็นกระแสทอล์คออฟเดอะทาวน์อย่าง ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ หรือเรื่องล่าสุด ฮาวทูทิ้ง ที่กลายเป็นภาพมีมต่างๆ อยู่บนอินเตอร์เน็ตในขณะนี้

แต่หากถามแฟนหนังที่ติดตามงานของเต๋อ-นวพล มาอย่างยาวนาน จะทราบว่าก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำกับฯ ที่มีชื่อเสียงนั้น เขาทำงานอยู่เบื้องหลังวงการในฐานะคนเขียนบทภาพยนตร์ อาทิ รถไฟฟ้า มาหานะเธอ, Top Secret วัยรุ่นพันล้าน และ Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ นอกจากนี้ยังมีผลงานหนังสือ งานโฆษณา หนังสั้น และเคยงานนิทรรศการของตัวเองอีกด้วย

การหยิบจับความเป็น ‘อินดี้’ และ ‘แมส’ มาผสมผสานกันอย่างลงตัว ตบด้วยมุขที่ชวนขำและหัวเราะ “หึหึ” ในลำคอ กลายเป็นเสน่ห์สำคัญที่มักทำให้ผลงานของเต๋อ-นวพล โดดเด่นและถูกจับตามอง นอกจากนี้เขายังมีผู้ติดตามผ่านโซเชียลมีเดียทุกช่องทางรวมกันกว่า 1 ล้านคน โดยเฉพาะทวิตเตอร์ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เด็กเจเนอเรชั่น Z นิยมมากที่สุด มีผู้ติดตามถึง 8 แสนคนเลยทีเดียว

การถ่ายรูปด้วยใบหน้านิ่งเฉยไร้อารมณ์ ที่เรียกกันว่า ‘หน้าเดด’ หรือแม้แต่การเขียนสเตตัสในเฟซบุ๊กลงท้ายด้วยคำว่า “จบ.” กลายเป็นสีสันที่แมสบนโลกออนไลน์อยู่พักใหญ่ ผลงาน คาแรกเตอร์ รวมถึงไลฟ์สไตล์ที่เกี่ยวข้องกับการดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ และถ่ายรูป จึงสามารถเข้าถึงและถูกบอกต่อกันในหมู่คนรุ่นใหม่ได้อย่างง่ายดาย

ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าความเป็นเต๋อ-นวพล ค่อนข้างมีอิทธิพลต่อคนรุ่นใหม่ จากผลงานหนังยาวทั้ง 7 เรื่องต่อไปนี้ ลองย้อนกลับไปทบทวนกันหน่อยว่า ‘หนังเต๋อ’ ได้สร้างปรากฏการณ์และทิ้งอิทธิพลอะไรไว้ให้คนดูหนังบ้าง

36 (พ.ศ.2555)

’36’ คือชื่อของผลงานหนังยาวเรื่องแรกอย่างเป็นทางการที่เต๋อ-นวพล ลงทุนสร้างเองทั้งหมด ว่าด้วยเรื่องราวของ ‘ทราย’ หญิงสาวที่เดินทางตามหาโลเกชั่นสำหรับถ่ายทำหนังเรื่องใหม่ และได้พบกับ ‘อุ้ม’ ชายหนุ่มที่ไม่ชอบถูกถ่ายรูป ทรายจึงถ่ายรูปเขาเก็บไว้ด้วยกล้องฟิล์มของเธอ แล้ววันหนึ่งฮาร์ดดิสก์ของทรายเสีย ทำให้เธอรู้สึกราวกับความทรงจำได้หล่นหายไป และเป็นเรื่องราวของการพยายามกู้คืนฮาร์ดดิสก์เพื่อค้นหาอดีตอีกครั้ง

“บางอย่างพอไม่มีรูปแล้ว ก็เหมือนมันไม่มีอยู่จริงเลย” กลายเป็นประโยคเรียบง่ายแต่ชวนให้ขบคิด หนังเรื่องนี้ยังคว้ารางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองปูซานครั้งที่ 17 มาครองอีกด้วย ซึ่งจริงๆ แล้วชื่อ 36 ของหนังก็คือจำนวนรูปในฟิล์ม 1 ม้วนนั่นเอง นี่คือหนังที่ทำให้กระแสของกล้องฟิล์มกลับมาคึกคักอีกครั้ง ภาพซีดๆ แสงรั่วๆ ให้ฟีลการโหยหาอดีตคือเสน่ห์ที่ไม่มีวันตายของภาพฟิล์ม นอกจากนี้ 36 ยังเป็นหนังที่เกิดกระแสบอกต่อในหมู่วัยรุ่น ทำให้เกิดภาพผู้ชมไปนั่งรอหน้าโรงหนังเฮ้าส์ RCA เพื่อซื้อตั๋วเข้าชมหนังเรื่องนี้มาแล้ว

Mary is happy, Mary is happy (พ.ศ. 2556)

เรียกว่าเป็นหนังเซอร์เรียลที่ทำให้ชื่อของเต๋อ-นวพล เป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้น และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 23 จำนวน 10 สาขาด้วยกัน อีกทั้งยังเป็นการแจ้งเกิดให้ ‘จูนจูน-พัชชา พูนพิริยะ’ ซึ่งเป็นน้องสาวของบาส-นัฐวุฒิ พูนพิริยะ ผู้กำกับฯ หนังเรื่อง ฉลาดเกมส์โกง ความสดใหม่ของ Mary is Happy, Mary is Happy คือการที่เต๋อนำ 410 ข้อความทวีตของทวิตเตอร์บัญชี ‘แมรี่ มาโลนี่’ มาสร้างเป็นหนัง ปะติดปะต่อเรื่องราวขึ้นจากข้อความคูลๆ ดังกล่าวผ่าน 2 เด็กนักเรียนมัธยมที่ต้องถ่ายภาพหนังสือรุ่นให้สำเร็จ

เท่ากับว่าตลอดเวลาของการดูหนังเรื่องนี้ คุณไม่สามารถคาดเดาเนื้อเรื่องลำดับถัดไปได้เลย แต่ทั้งนี้ภาพของเด็กสาวที่สวมเสื้อยืดสีขาวริมแดง และกางเกงขาสั้นสีแดง พร้อมการพูดประโยคที่ไม่มีที่มาที่ไป เช่น “ไม่ได้อยากทำให้เสียใจ แต่ทีทำอยู่มันใจเสีย” “เราเดินตรงกันมา โดยที่ไม่รู้เลยว่าใครจะเลี้ยวไปก่อน” “มัวตามหาคนอื่น สุดท้ายตัวเองสูญหาย” “พรุ่งนี้ต้องเร็วนะ” ฯลฯ แต่กลับเป็นสิ่งที่โดนใจวัยรุ่นอย่างจัง รวมถึงเพลงชื่อแปลกๆ อย่าง ‘ไม่มีอะไรใหม่หรอก ทุกอย่างแม่งก็เก่าหมด’ ของวง PLOT และ ‘พอเลยพอ กดพอสเลย’ ของ Nipat Newwave ก็ฮิตติดโซเชียล พร้อมกับการยกให้หนังเต๋อเป็นขวัญใจของชาวฮิปสเตอร์

เดอะมาสเตอร์ (พ.ศ. 2557)

หนังสารคดีที่พูดถึง ‘ร้านพี่แว่น’ ร้านจำหน่ายวิดีโอหนังทางเลือกผิดลิขสิทธิ์ ซึ่งเปรียบเป็นห้องสมุดชั้นดีของนักเรียนฟิล์มและเหล่าผู้กำกับฯ ในยุคที่ไม่มีระบบสตรีมมิ่งให้เสพหนังต่างประเทศดีๆ ปัญหาเดียวของร้านพี่แว่นคือ หนังในร้านนั้นก็อปมาอย่างผิดกฎหมาย แต่ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่าร้านพี่แว่นมีส่วนสำคัญต่อวงการหนังอินดี้ในไทย

ในอีกมุมหนึ่ง เต๋อ-นวพล เลือกนำเสนอเรื่องราวช่วงเวลาแห่งความสุขของเหล่านักดูหนัง ผ่านการสัมภาษณ์ผู้กำกับฯ และนักวิจารณ์หนังชื่อดังของเมืองไทย เช่น ทรงยศ สุขมากอนันต์, บรรจง ปิสัญธนะกุล, เป็นเอก รัตนเรือง, คงเดช จาตุรันต์รัศมี, ยุทธนา บุญอ้อม, ประวิทย์ แต่งอักษร โดยเล่าตัดสลับกับภาพนิ่งที่ชวนให้นึกถึงบรรยากาศของการดูหนังในยุคก่อน

ฟรีแลนซ์.. ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ (พ.ศ. 2558)

แรงกระเพื่อมครั้งสำคัญที่ทำให้ชื่อของเต๋อ-นวพล ‘แมส’ กว่าครั้งไหนๆ กับการสร้างหนังเกี่ยวกับคนทำงานฟรีแลนซ์ การคว้าตัวนักแสดงชื่อดัง ‘ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์’ และ ‘ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่’ มารับบทนำ ภายใต้สังกัดค่ายหนัง GTH มีส่วนอย่างมากที่ทำให้ ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ ไม่ใช่หนังฟอร์มเล็กนอกกระแสอย่างที่ผ่านๆ มา อีกทั้งได้รับรางวัลระดับนานาชาติอีกมากมาย แถมยังสร้างชื่อให้ ‘วี-วิโอเลต วอเทียร์’ ในฐานะนักแสดง

หนังเล่าเรื่องของ ‘ยุ่น’ ฟรีแลนซ์หนุ่มผู้ทำหน้าที่รีทัชรูป งานแก้ งานเร่ง และงานไฟไหม้ทุกประเภทกลายเป็นความท้าทายที่ยุ่นพยายามเก็บแต้ม แต่แล้ววันหนึ่งร่างกายก็แสดงสัญญาณของความเจ็บป่วย ทำให้เขาได้พบกับ ‘หมออิม’ และนำไปสู่เรื่องราวพังค์ๆ ในที่สุด นี่คือหนังที่ทำให้หลายคนเข้าใจอาชีพฟรีแลนซ์มากขึ้น พร้อมชวนคิดว่าในโลกแห่งการทำงาน อะไรคือสิ่งที่เราควรหวงแหนที่สุด ถ้าไม่ใช่ร่างกาย? มีกระแสต่ให้ถกเถียงกันมากมาย ทั้งกระทู้แบ่งบันประสบการณ์ทำงานสุดโหด รวมถึงกระทู้ที่บอกว่าเดินไปลาออกกับเจ้านายหลังดูหนังเรื่องนี้จบ…

สิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือวลีดัง “ไปค่ะพี่สุชาติ” ซึ่งพี่สุชาติก็คือมอเตอร์ไซค์รับจ้างผู้ทำหน้าที่รับ-ส่งงานนั่นเอง นอกจากนี้หนังยังทำให้หลายคนเกิดอาการอยากกิน ‘เกี๊ยวกุ้งเซเว่น’ เนื่องจากมีตัวละครในหนังไปซื้อเกี๊ยวกุ้งมากิน อีกทั้งหนังยังทำให้เพลงประกอบอย่าง ‘Vacation Time’ ฮิตติดชาร์ตในช่วงหนึ่งด้วย

Die Tomorrow (พ.ศ. 2560)

“เพราะก่อนวันสุดท้ายของชีวิตมักเป็นวันธรรมดาวันหนึ่ง” คือประโยคเปิดที่นิยามภาพรวมของหนังเรื่อง Die Tomorrow หนังกึ่งสารคดีที่นำเรื่องสั้นจากเหตุการณ์จริงบนหน้าหนังสือพิมพ์ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เรียงร้อยต่อกันผ่านตัวละครธรรมดาที่ใช้ชีวิตประจำวันอย่างปกติทั่วไป จุดเด่นของหนังเรื่องนี้คือการบอกผู้ชมว่า ‘ความตาย’ คือสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเรากว่าที่คิด มุมกล้องและโทนสีของหนังคือเสน่ห์ชวนมองที่ทำให้เห็นลายเซ็นความเป็นเต๋อ-นวพล อย่างเห็นได้ชัด

สิ่งที่ชอบที่สุดคือการนำเด็กและคุณปู่มานั่งพูดคุยเรื่องความตาย ในห้วงเวลาหนึ่งระหว่างดูหนัง ผู้ชมจะได้ค้นพบสัจธรรมบางอย่างผ่านบทสนทนาของตัวละคร จนอาจกล่าวได้ว่านี่คือหนังธรรมะในรูปแบบของเต๋อ โดย Die Tomorrow ได้นำนักแสดงที่เคยเล่นหนังเต๋อมาคืนสู่เหย้าอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ไฮไลต์คือการที่ขึ้นข้อมูลสถิติให้เห็นว่า โลกใบนี้มีคนตายวันละกี่คน และหลังเราดูหนังจบมีคนตายไปแล้วจำนวนเท่าไร นี่คือหนังเรียบง่าย แต่ทำให้เราอยากหยิบโทรศัพท์กดโทรหาครอบครัวหลังออกมาจากโรงหนัง

BNK48 : Girls Don’t Cry (พ.ศ. 2561)

หนังสารคดีอีกเรื่องที่ถูกจับตามองแห่งปี เพราะผู้กำกับฯ คนนี้กระโดดเข้ากลุ่มศิลปินไอดอลที่โด่งดังที่สุดในประเทศไทยในนาทีนั้นอย่าง ‘BNK48’ รุ่นที่ 1 โดยตามติดชีวิต ระหว่างการซ้อมและการแสดงของเกิร์ลกรุ๊ปจำนวน 26 คน การนำเมมเบอร์แต่ละคนมานั่งคุยหน้ากล้อง สัมผัสจิตใจและความรู้สึกของเด็กสาวผู้แบกรับความกดดันอันยิ่งใหญ่ หลายซีนที่พวกเธอต้องหลั่งนำตาออกมา ทำให้ผู้ชมได้เห็น BNK48 ในอีกแง่มุมหนึ่ง

พวกเธอคือเด็กสาวธรรมดาที่มีความฝันและความพยายาม ทุกการออกซิงเกิลจะมีสมาชิกแค่ 16 คนที่ได้รับคัดเลือกให้มีผลงาน ส่วนที่เหลือนั้น…ผิดหวัง น้ำตาวัยรุ่นของพวกเธอมีเรื่องราวและความหมายซ่อนอยู่มากมาย ซึ่งหนังเรื่องนี้จะนำเสนอภาพอีกแง่มุมหนึ่งให้ได้สัมผัส

ฮาวทูทิ้ง.. ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ (พ.ศ. 2562)

ผลงานหนังเรื่องล่าสุดว่าด้วยเรื่องการจัดบ้าน แม้พล็อตเรื่องจะฟังดูธรรมดา ใครๆ ก็จัดบ้านกัน แต่ ‘ฮาวทูทิ้ง’ พาคนดูไปสำรวจความละเอียดอ่อนมากกว่านั้น เรื่องราวของ ‘จีน’ (รับบทโดย ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง) ที่ต้องรีโนเวทบ้านครั้งใหญ่ ทว่าระหว่างนั้นเธอกลับปัดฝุ่นพบความทรงจำในอดีตผ่านสิ่งของต่างๆ ที่เคยมีคนให้เธอ รวมถึงกล้องฟิล์มของ ‘เอ็ม’ อดีตคนรัก แต่การจัดบ้านครั้งนี้ไม่ใช่แค่ตัวของจีนเท่านั้นที่ต้องกลับไปเผชิญกับความจริงที่เคยหลบหลีก เพราะทุกตัวละครล้วนมีอดีตอันเจ็บปวดที่เชื่อมโยงกันทั้งสิ้น

‘การมูฟออน’ กลายเป็นคำที่ถูกพูดถึงอย่างมาก หลังฮาวทูทิ้งเข้าฉาย สิ่งที่หนังมอบกลับคืนให้ผู้ชมไม่ใช่แค่ความบันเทิงในแง่มุมของหนังเท่านั้น แต่ยังมีอิทธิพลบางอย่างที่ทำให้ใครหลายคนอยากลุกขึ้นมาจัดการชีวิตของตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง ไม่เว้นแม้แต่การจัดบ้าน การคืนของ รวมถึงปณิธานอันยิ่งใหญ่ที่สุดที่กล่าวถึงในข้างต้นอย่างการมูฟออน เพราะหลังดูหนังจบเรารู้ว่าปลายทางสุดท้ายจริงๆ แล้วไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย แต่กลับไม่ใช่สิ่งที่ทำกันง่ายๆ เพื่อติดอยู่ในวงจรความสัมพันธ์ นั่นคือ — การยอมรับความจริง

– ข้อสังเกต –

หนังส่วนใหญ่ของเต๋อ-นวพล มักนำเสนอมุมมองเกี่ยวกับการรำลึกถึงความทรงจำในอดีต โดยมีสิ่งของบางอย่าง เช่น ภาพถ่าย กล้องฟิล์ม เมมโมรี่การ์ด ฮาร์ดดิสก์ หรือสิ่งที่ทำหน้าที่สะสมและเก็บบันทึกความทรงจำเป็นตัวกลางเชื่อมโยงเรื่องราว

หากใครเคยดูหนังเรื่อง ‘รถไฟฟ้า มาหานะเธอ’ ที่เข้าฉายเมื่อปี พ.ศ. 2552 จะมีฉากที่ตัวละครหยิบกล้องถ่ายรูปที่พังแล้วขึ้นมา และพบข้อความด้านหลังกล้องที่เขียนว่า “ถึงกล้องจะพัง แต่เมมโมรี่ยังอยู่…” ซึ่งฉากนี้เขียนบทโดยเต๋อ-นวพล นั่นเอง จนกระทั่งผลงานหนังเรื่องแรกอย่าง ’36’ ก็ยังคงให้ความสนใจเล่นประเด็นเรื่องฮาร์ดดิสก์และความทรงจำอีกเช่นเคย

รถไฟฟ้ามาหานะเธอ (พ.ศ. 2552)
36 (พ.ศ. 2555)
ฟรีแลนซ์.. ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ (พ.ศ. 2558)
ฮาวทูทิ้ง.. ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ (พ.ศ.2562)

จบ.

Avatar
Written By

เช็คลิสต์ 14 หนังระทึกขวัญ
นอนดู Netflix เพลินๆ ที่บ้าน ‘หยุดเชื้อเพื่อชาติ’ ในวันกักตัว

Entertainment

มองประเด็นสังคมผ่าน
ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของออสการ์

Entertainment

มองประวัติศาสตร์ไทยผ่านภาพยนตร์

Entertainment

ก่อน Girls Don’t Cry ชวนดูสารคดีไอดอล 48Group-BNK48 บันทึก Coming of Age

Interview

Advertisement
Connect
Newsletter Signup