Connect with us

Subscribe

GMW

รู้จัก แอน จักรพงษ์ “เจ้าแม่ภารตะพันล้าน” ผู้จุดไฟคอนเทนท์อินเดียและอีกมากมายให้ลุกลามในหมู่ผู้ชมชาวไทย

ท่ามกลางการต่อสู้อย่างดุเดือดของสถานีโทรทัศน์เพื่อหาทางรอดให้กับยุคสมัยเปลี่ยนผ่าน ใครปรับตัวไม่ทันก็โดนเล่นงานจนอ่วมกันไป หากแต่เรากลับพบว่า JKN ยืนหยัดได้อย่างสง่างาม ด้วยโมเดลการขายคอนเทนท์

หรือที่แม่ทัพแห่ง JKN เรียกว่าเป็น “ยาเสพติดทางสายตา” ป้อนไปสู่แพลตฟอร์มต่างๆ ทั้งยังมียอดกำไรที่งอกงามขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งเข้าสู่ตลาดหุ้นได้สำเร็จในฐานะธุรกิจคอนเทนท์พันล้าน

เบื้องหลังความรุ่งโรจน์ของ JKN มี แอน – จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ CEO ผู้มองการณ์ไกล เฉียบขาด หลักแหลม และมองต่าง เป็นหัวเรือใหญ่ สายตาที่แหลมคมราวกับเหยี่ยว และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมบันเทิงที่สั่งสมมายาวนานกว่า 18 ปี ทำให้เธอมองขาดในทุกคอนเทนท์ที่คัดสรรเข้ามา แล้วก็เป็นเธอคนนี้อีกนี่ล่ะ ที่จุดกระแสเรตติ้งละครอินเดีย ซึ่งเคยเป็นคอนเทนท์นอกสายตา ให้กลับมายึดคืนพื้นที่หัวใจของผู้ชมได้อีกครั้ง จนสื่อต่างๆ ต้องตั้งฉายาให้เธอว่า “เจ้าแม่ภารตะพันล้าน“

บทสัมภาษณ์นี้ จึงมาเพื่อกระทุ้งให้คุณเห็นอานุภาพความทรงพลังของคอนเทนท์ ว่าสามารถเนรมิตความสำเร็จสวยงามได้จริง หากแต่ต้องผ่านการบริหารโดยบุคคลที่เก่งและแกร่ง เฉกเช่นเธอ

ต้องสั่งสมอะไรมาบ้างถึงจะอ่านขาดในเรื่องการเลือกคอนเทนท์ต่างประเทศเข้ามาฉายในเมืองไทยแล้วแจ้งเกิดได้เช่นคุณ

จักรพงษ์: คอนเทนท์คืออาหารสมอง แล้วมันก็เป็นอาหารอารมณ์ของคน เราจะต้องเป็นเทรนด์เซตเตอร์ คือ มองเห็นก่อนคนอื่น ต้องรู้ว่าเวลานี้คนเบื่ออะไร แล้วเวลาไหนถึงจะนำสิ่งที่เคยถูกเบื่อกลับมาทำให้โดดเด่นอีกครั้ง เราขายยาเสพติดทางสายตา มันจึงต้องทำให้คนดูแล้วเคลิบเคลิ้ม หลงใหล

อีกอย่าง คือ ความเชี่ยวชาญที่สะสมมาเรื่อยๆ ความแม่นยำ เฉียบคม เด็ดขาด มันเป็นประสบการณ์จากที่ทำธุรกิจมานานถึง 18 ปี จากสารคดี เกาหลี ฮอลลีวู้ด มีทั้งการ์ตูน คอนเสิร์ต กระทั่งมาถึงอินเดีย เคยเจ็บจึงได้เรียนรู้ว่าอะไรใช่หรือไม่ใช่ แล้วก็เปลี่ยนมาเป็นวิชาชีวิต จนอ่านขาดว่าคอนเทนท์แบบไหนคือใช่ ถึงตอนนี้ยังไม่พลาดเลยสักเรื่องหนึ่ง จึงทำให้เราเป็น Global Content Distributer เบอร์หนึ่งของประเทศได้ เราเรียนรู้นิสัยของผู้บริโภค ถ้าเขาชอบส้มตำก็อย่าเสิร์ฟสเต็ก

ควรอาศัยคุณสมบัติเฉพาะทางบางอย่างด้วยหรือเปล่าจึงจะทำธุรกิจนี้ได้

จักรพงษ์: เราเป็นคนมีสัญชาตญาณสูงมากนะ มองปราดเดียวรู้เลยว่าใครคิดอะไรทำอะไร คนเลือกละครมันเป็นพรสวรรค์ นั่งดูแล้วรู้ว่าเรื่องนี้ใช่ ซึ่งทุกเรื่องที่เลือกหรือนำเข้ามามันก็ใช่หมดเลย คนเขาถึงตั้งฉายาให้เราว่า “แม่หมอ” ไง คงพูดได้เพียงประโยคเดียวว่า ถ้าไม่รู้ก็อย่าทำธุรกิจนี้ และมันก็ไม่ใช่แค่รู้ เพราะถ้ารอให้คนอื่นรู้เหมือนกับเรา แล้วเราไปตามเขา เราจะเป็นผู้นำได้ยังไง ธุรกิจนี้ไม่ใช่แค่รู้ แต่ต้องปักธงก่อนคนอื่น ทำให้คนอื่นตามยังไงก็ตามไม่ทัน มันเป็นการปิดประตูคู่แข่ง ถ้าเราไม่ได้เป็น Mindset Influencer หรือ Trendsetter ทำไม่ได้ เพราะเราขายอาหารความคิด อาหารสมอง อาหารอารมณ์ มันคือยาเสพติดทางสายตา เราต้องนำเพื่อที่เราจะได้รู้ว่า เราจะไปเซ็ตเทรนด์ที่ไหน หรือเมื่อไหร่ที่เราต้องป้อนยาตัวไหน

คงต้องบอกว่าปีนี้เป็นปีทองของซีรีส์อินเดียได้ก็เพราะคุณ

จักรพงษ์ก็ไม่ปฏิเสธ เพราะปีที่แล้วเราพยากรณ์ไปในงาน JKN Mega Showcase (Diamond Red) แล้วนะ ว่าปีนี้ละครอินเดียจะมา แต่คนก็ยังเฉยๆ พอตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นไปที่ละครอินเดียลงจอ ปรากฎสายโทรศัพท์เข้าไม่หยุดหย่อน ก็ต้องเสียใจด้วยเพราะคอนเทนท์เราถูกซื้อไปหมดแล้ว ปีนี้เลยมากันหมดครบทุกเจ้า

อะไรคือข้อเด่นของคอนเทนท์อินเดียที่ทำให้คนไทยอ้าแขนรับ

จักรพงษ์: น้ำเน่าเหมือนกันไง (หัวเราะ) ตอนที่เรา 7 ขวบ ม้วนเทปที่ขายดีที่สุดในร้าน คือ รามเกียรติ์สามสิบตอนจบ ตอนที่ดีที่สุด คือ สยุมพรสีดา เรายังจำได้แม่นเลย มองว่ามันคงเป็นเรื่องของวัฒนธรรม เรามีรากเหง้ามาจากอินเดีย ภาษา ศาสนา การแสดง วรรณกรรมเด่นๆ อย่าง รามเกียรติ์ เราก็ร่ำเรียนกันมา มันเลยกลายเป็นว่าความคิดความอ่านความเป็นอยู่ของผู้คนไม่ได้ต่างกันมาก โทนของละครเขาก็ใกล้เคียงกับเรา มันเป็นอะไรที่ไม่ต้องคิดเยอะ แล้วมันมีความคล้ายคลึงกันที่ถ้าเป็นครอบครัวใหญ่ จะต้องอยู่รวมกันหมด มีเรื่องกันแค่นิดเดียวนี่กลายเป็นวาระแห่งชาติของบ้าน เหมือนกับบ้านเรา

แต่มันใช้ได้แค่กับประเทศเราเท่านั้นนะ ถ้าไปยุโรป อเมริกา ก็ยากแล้ว เพราะเขามีความแข็งแกร่งในการใช้ชีวิตกันมากกว่า ไม่ได้เป็นสังคมครอบครัวแบบอยู่กับแม่ผัว อยู่กับญาติพี่น้อง เหมือนที่ไทยเรายังคงเป็นอยู่ ซึ่งเมื่อเราขายยาเสพติดทางสายตา ถ้าเขาจะติดยาของเราได้ มันก็จะต้องซึมเข้าไปอยู่ในเส้นสมองของเขา ความคิดต้องคล้ายๆ กัน เวลาดูปุ๊บ ยิงตรงถึงใจเลย “เหมือนฉันเลยอ่ะ เป๊ะเลย บ้านนี้เหมือนบ้านฉันเลย” ต้องให้ได้แบบนั้น

ยิ่งคอนเทนท์นั้นๆประสบความสำเร็จที่อินเดียมากแค่ไหนมันยิ่งท้าทายคุณให้ต้องทำให้สำเร็จในเมืองไทยด้วยแบบนั้นไหม

จักรพงษ์ใช่ เราจึงต้องแกร่งนำทางคน แบบนั้นเลย เพราะเรารู้ว่าเวลาคอนเทนท์เข้าสู่เมืองไทยแล้วก็ต้องเอามาขยี้ใหม่ ไม่ใช่เอามาดิบๆ แล้วป้อนให้คนกินได้เลย ไม่มีการปรุงแต่งอะไรเลย ต้องทำการตลาดให้คนไทยอยากดู จึงมีกระบวนการแปล เกลาบท พากย์บท ทำการตลาดแบบสามร้อยหกสิบองศา ทำเพลงประกอบเอง เลือกนักร้องเอง ต้องรู้ว่าใครจะเป็นคนแต่งเพลง เพลงชื่ออะไรเราก็เป็นคนตั้ง

ถามว่าลำบากท้าทายแค่ไหน ท้าทายที่สุด มันต้องสะสมความเชี่ยวชาญและบารมีที่เยอะ จึงจะออกมาเป็นโปรเจคท์ที่ประสบความสำเร็จได้ ปีนึงหลายโปรเจคท์นะ ไม่ใช่แค่ชิ้นเดียว ฉะนั้นเราต้องมีความแหลมคม เฉียบคม แต่ก็ไม่ลึกลับซับซ้อนกับใคร จริงใจกับทุกคน จนถึงตอนนี้ทุกคนยอมรับในคอนเทนท์ที่เราเสนอตั้งแต่ครั้งแรก เพราะสิ่งที่เรานำมาให้ เขาแทบไม่ต้องทำอะไรต่อเลย แล้วมันก็ไปทำเงินให้เขาได้อีก

เราโตมากับชุดความคิดที่ว่าหนังอินเดียต้องวิ่งข้ามเขาในยุคนี้ยังเป็นแบบนั้นอยู่ไหม

จักรพงษ์มันเป็นเฉพาะภาพยนตร์ แต่ละครมันไม่ใช่ เราถึงยังไม่เอาภาพยนตร์เข้ามา เพราะมันใช่แค่บางเรื่อง แต่มันไม่ใช่เสียส่วนใหญ่ มันเป็นอะไรที่เหมารวมไม่ได้ แล้วมันก็ต้องผ่านกรรมวิธีอีกหลายเรื่อง ทุกเรื่องไม่ใช่เวิร์คหมด แต่ละครเขาจะมีความคล้ายคลึงกับละครไทย ไม่ได้มีการร้องเพลงแบบสามภูเขาสี่กระท่อมขนาดนั้น มันก็เลยประหยัดเวลาและตัดความรำคาญคน ที่สำคัญคือเราแทนที่เพลงประกอบด้วยเพลงไทย แทนที่จะเป็นเพลงอินเดีย

คุณเห็นด้วยไหมกับคำพูดที่ว่า Content is King ผู้ใดได้ครอบครองคอนเทนท์ที่ดีผู้นั้นจะกุมอำนาจต่อรองธุรกิจและสังคม

จักรพงษ์: เห็นด้วย เพราะคอนเทนท์เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการที่จะทำให้เครื่องมือสื่อสารประสบความสำเร็จ ไม่งั้นทุกอย่างก็จะกลายเป็น Dead Stone กลายเป็นก้อนหินที่ไม่มีค่า ถ้าซื้อทีวีมาเปิดแล้วเป็นจอดำๆ แล้วเขาจะซื้อมาทำไม คนเขาไม่ได้ซื้อทีวีมาตั้งไว้ตกแต่งบ้านสวยๆ แค่นั้นนะ เขาต้องการดูว่าพอเวลาเปิดทีวีมามันมีอะไรให้ดู ซึ่งนั่นก็คือคอนเทนท์ ธุรกิจการขายเครื่องทีวี ก็คือการขายเครื่องมือการสื่อสารที่นำคอนเทนท์มาสู่บ้านคุณ เวลามันเติบโตจากอนาล็อก แค่ 4-5 ช่อง มาเป็นดิจิทัลที่มี 20 กว่าช่อง แม่ค้าค้าส่งคอนเทนท์อย่างเราก็เฮงเลย พลุแตกเลย เพราะยังไงเราก็ขายของได้

แล้วคุณคิดว่าอะไรจะเป็นเครื่องมือที่นำพาคุณไปสู่การเป็นระดับโลกได้

จักรพงษ์: ความมุ่งมั่นและการไม่หยุดพัฒนา อย่าคิดว่าพอเราเก่งแล้วเราจบ เรายังคงเดินทางทั่วโลก และหยิบหนังสือมาอ่านอยู่ตลอดเวลา เมื่อเดือนที่แล้วมีอยู่วันหนึ่งเราอยู่ที่ออฟฟิศตั้งแต่หกโมงเย็นยันเจ็ดโมงเช้า เพื่ออ่านหนังสือพิมพ์ตกค้างกองเท่าภูเขา ไล่อ่านจนหมด คือเราจะเป็นคนอ่านเยอะมาก รู้เยอะมาก เพราะต้องอัพเดทตลอดเวลา การที่คุณจะนำคนได้ คุณอย่าคิดว่าคุณรู้ที่สุด คุณต้องเรียนรู้ตลอด

อะไรเป็นกุญแจที่ทำให้คุณไขประตูความสำเร็จได้หลายบานขนาดนี้

จักรพงษ์เราเป็นคนที่ถ้าทำอะไรแล้วทำจริง จะทำจนสุดทางเลย แต่ถ้าไม่ทำคือไม่ทำเลย เป็นคนคิดไว ใจแข็ง เด็ดขาดในการตัดสินใจ ไม่คิดประวิง ถ้าวิเคราะห์อย่างตกผลึกแล้ว ก็จะจัดการทีเดียวรวดจนจบ เราไวจนคนกลัว เพราะเราไปดักทางก่อนที่คนอื่นจะเรียนรู้ที่จะหายใจด้วยซ้ำ เป็นที่ลือลั่นทั้งอุตสาหกรรมว่าถ้าเราตัดสินใจแล้วจะไม่หวนกลับมามองเลย นี่เป็นเป้าหมายความสำเร็จ และเป็นเคล็ดลับความสำเร็จที่ทำมาตลอด

ถ้ามีคนข้ามเพศกำลังอ่านบทสัมภาษณ์นี้อยู่คุณอยากบอกอะไรกับเขา

จักรพงษ์: คนที่เป็นคนข้ามเพศ หรือรู้สึกว่ามีปมด้อย เราอยากฝากไว้ว่า อย่าไปตัดพ้อตัวเอง เพราะมันคือความไม่ฉลาด ต้องหาจุดเด่นทำมาร์เกตติ้งให้ตัวเองสิ เคยเห็นนักพูดที่ไม่มีแขนไม่มีขาไหม ผู้คนจำเขาได้ตั้งแต่การพูดครั้งแรกเลย มันต้องเปลี่ยนจากจุดด้อยให้เป็นจุดเด่น อย่างตัวเรานี่บอกเลยว่า ถ้าไม่ได้เกิดข้ามเพศ จะไม่ทะเยอทะยานขนาดนี้

รู้สึกยังไงบ้างเวลาที่มีคนเรียกคุณว่าเจ้าแม่ภารตะพันล้าน

จักรพงษ์: รู้สึกว่ามันคือภาพสะท้อนจากการทำงานและเป็นแรงบันดาลใจให้กับเรามากกว่า ชื่อนี้มาจากการความเชี่ยวชาญของเราที่ทำให้คอนเทนท์ประสบความสำเร็จ แล้วก็มีมูลค่าเป็นพันล้านได้ เราก็ดีใจกับลูกค้าที่เขาร่ำรวยขึ้น

อีกทั้งชื่อนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งที่บอกว่า “เราได้สร้างความสุขให้กับผู้คน” คำขวัญของ JKN ที่ว่า “Content For Life” คือ for your life จริงๆ ในนั้นมันมีทั้งสาระและบันเทิงที่บอกอะไรบางอย่างแก่เรา อย่างละครน้ำเน่า เราพูดว่ามันเน่าแต่จริงๆ คุณภาพมันระดับโลก แล้วมันก็เก็บเกี่ยวจากชีวิตมนุษย์ไปทำนั่นแหละ 

Avatar
Written By

Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ทัวร์รีสอร์ตฤดูหนาวชื่อดังสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ มาเซราติ เลอวานเต (Maserati Levante) เจเนอเรชันใหม่ของสาย SUVs

GMW

หนึ่งวันในซานมารีโน ประเทศเล็กๆ แต่มากด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

GMW

ใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ในช่วงวันหยุดยาวบนเกาะแทสเมเนีย (Tasmania)

GMW

แฟรงค์ มุลเลอร์ THAILAND EDITION ที่คนรักนาฬิกาเวอร์ชั่นเฉพาะเมืองไทยต้องรีบคว้า

GMW

Advertisement
Connect
Newsletter Signup