x

คอลัมน์ : Café Wha? 
เรื่อง : วิทวัส ปัญญาเลิศวุฒิ
 
 
มาถึงการรีวิว track by track จากอัลบั้มล่าสุดของหนุ่มฮาวาเอี้ยนเสียงเท่ Bruno Mars อัลบั้ม “24K Magic” เป็นสตูดิโออัลบั้มอันดับที่สามของเขา ทิ้งช่วงจากอัลบั้มล่าสุด อย่าง Unorthodox Jukebox ถึง 4 ปี แม้อัลบั้มนี้จะออกวางขายระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังมีแง่มุมให้อยากหยิบมาพูดถึง
 
ผมเปรียบอัลบั้มนี้ เสมือนเป็นตู้เพลงของ Bruno ที่สะสมเพลงโปรดของเขาในวัยเด็กเอาไว้ เราจะได้ยินดนตรี new jack swing ที่โด่งดังในยุค 80’s กลับมาอีกครั้ง ภาพรวมของอัลบั้มนี้ มีพื้นฐานมาจากดนตรี R&B ช่วงกลางปี 80’s จนถึงปลายๆ 90’s ฟังแล้วเหมือนได้กลับมาฟังผลงานสุดคลาสสิกของศิลปิน อาทิ เช่น Michael Jackson ในชุด “Off the wall”, “Thriller” หรือ อัลบั้ม อย่าง Cooleyhighharmonies ของ Boyz II Men , Bobby Brown อัลบั้ม Don't Be Cruel 
 
ผมให้คำนิยามผลงานชุดนี้ของ Bruno Mars ว่า “cotton candy” หรือ ขนมสายไหมนั่นเอง เพราะมีทั้งความน่าสนใจ มีเสน่ห์ ความเหนียวแน่นจากภาคริธึ่ม และที่สำคัญ ไม่เข้าใจยากเกินไป 
 
ภาพรวมอัลบั้มนี้ Bruno Mars และ Shampoo Press & Curl ร่วมโปรดิวซ์เป็นหลัก (Shampoo Press & Curl คือ Bruno Mars, Philip Lawrence น่าจะคุ้นตากัน ก็คู่หูใส่แว่นที่ร้องข้างๆ Bruno ตลอด และ Brody Brown นั่นเอง) 
 
แทร็คแรกของอัลบั้ม คือเพลง “24k magic” เปรียบเหมือนเป็นเพลง “Uptown Funk” เวอร์ชั่นต่อยอดความสำเร็จ มีการใช้ซาวด์ G-funk synths และไลน์เบสที่ให้ความรู้สึกของวง The Gap Band (วง R&B Funk ยุค 80’s ) ส่วนตัวที่ผมชอบ คือเสียง Talkbox ช่วงอินโทร.ของเพลงกับไลน์เบส 
 
เพลงที่สอง “Chunky” เพลงนี้ ฟังครั้งแรกให้ความรู้สึกคล้ายเพลง “Baby Be Mine” ของ Michael Jackson อัลบั้ม “Thriller” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในท่อนคอรัสของเพลงที่มีไลน์เสียงซินธิไซเซอร์เหมือนๆ กัน เป็นอีกเพลงที่ผมชอบในอัลบั้มนี้ 
 
เพลงที่สาม “Perm” เหมือนกับว่า Bruno พาเราย้อนไปฟังดนตรีฟังก์แรกเริ่มยุค 60’s อย่างเพลง “Super Bad” ของ James Brown เป็นเพลงที่ให้ความรู้สึกฟังกี้อย่างมาก 
 
มาถึงเพลงที่สี่ “That's What I Like” เพลงนี้เมโลดี้ เฟรสซิง เรียนตามตรงว่าเหมือนกับว่า ผมได้กลับมาฟัง อัลบั้ม “12 Play” ของ R. Kelly ปี 1993 ที่ถูกเรียบเรียงใหม่ ผ่านสุ้มเสียงและความเป็นเอกลักษณ์ของ Bruno Mars ผมชอบท่อนบริดจ์ไปจนถึงคอรัสท่อนหลังมากๆ มีความเป็นดนตรี New Jack Swing อย่างมาก 
 
มาถึงเพลงโปรดของใครหลายๆ คน “Versace on The Floor” เพลง slow Jam เพลงนี้ มีส่วนผสมของหลายๆดนตรีเข้าด้วยกัน อารมณ์ของฮาร์โมนีและเมโลดี เหมือนกับเพลง R&B อันโด่งดังมากมายยุค 90’s เช่น เพลงของ Boyz II Men, หรือวงอย่าง Miami Sound Machine เสียง aqueous synths และเสียง breezy guitars ถือเป็นจุดเด่นของเพลงนี้ แต่ภาคริธึ่ม เสียงดรัมแมชชีนแบบนี้ ทำให้ผมนึกถึงเพลง "Sexual Healing" ของ ศิลปินโมทาวน์ ในตำนาน อย่าง Marvin Gaye สื่อต่างประเทศให้นิยามเพลงนี้ว่า เหมือนคุณกำลังชมภาพยนตร์ของ John Hughes อยู่ ซึ่งจะให้ความรู้สึก feel good หน่อยๆ 
 
ส่วนตัวที่ผมชอบ คือเมโลดีของเพลงนี้ “Straight Up and Down” เพลงสไตล์ sex ballad ได้ T-Pain นักร้อง แร็ปเปอร์ โปรดิวเซอร์แนว R&B ร่วมเขียน ตัวเนื้อเพลง ได้รับเรต PG-13 ซึ่งค่อนข้างล่อแหลม Bruno ได้รับแรงบันดาลใจบทเพลงนี้มาจากเพลง “I'm Leaving You Again” ของวง New Edition 
 
“Calling All My Lovelies” คือเพลงลำดับที่เจ็ดของอัลบั้ม เสียงซินธิไซเซอร์ คือส่วนสำคัญของภาคดนตรี แต่สิ่งที่น่าสนใจของเพลงนี้ คือการนำ voicemail จากเครื่องตอบรับของดาราสาว ฮัลลี เบอร์รี มาใส่ในท่อนหลัง ซึ่งเป็นอะไรที่แปลกใหม่และน่าสนใจอย่างมาก 
 
เพลงที่เก้า "Finesse" ผมกล้าพูดได้เลยว่า นี่คือเพลง “Don't Be Cruel “ ของ Bobby Brown เวอร์ชั่น 2016 ภาคริธึ่มมีเสียง crackling drum machine ในจังหวะแบบ New Jack beat ขนานแท้ เพลงที่ให้ความรู้สึกคล้ายๆ กัน ก็อย่างเช่น “Motownphilly” ของ Boyz II Men, “Poison” ของ Bell Biv Devoe 
 
มาถึงเพลงสุดท้ายของอัลบั้ม “Too Good to Say Goodbye” ผมขอให้คำจำกัดความเพลงนี้ว่า เป็น Bruno ballad ! ซึ่งเป็นเพลงช้าในสไตล์ Bruno Mars เราจะเห็นได้จากเพลงในอัลบั้มที่แล้ว อย่าง “When I Was Your Man” ความพิเศษของเพลงนี้ Bruno Mars ได้สุดยอดศิลปิน นักร้อง นักแต่งเพลง ที่อยู่ทั้งเบื้องหน้า และเบื้องหลังของวงการดนตรี อย่าง Kenny Edmonds หรือที่เรารู้จักเขาในนาม “Babyface” มาร่วมแต่งและโปรดิวซ์ เพลงนี้เราจะได้ฟัง Bruno ถ่ายทอดอารมณ์ผ่านเสียงของเขาอย่างยอดเยี่ยม ภาคของดนตรีจะให้ความรู้สึกเหมือนเพลงในยุค 90’s อย่างเช่น เพลง “Here and Now” ของศิลปิน R&B ในตำนาน Luther Vandross
 
นี่คืออัลบั้มที่เปรียบเสมือนการลากแผนที่ดนตรี R&B ในแต่ละยุค ผ่านเรื่องราว สุ้มเสียง และความเป็นตัวของตัวเอง ของชายที่ชื่อว่า “Bruno Mars” เป็นอัลบั้มที่ดีมากครับ เป็นอัลบั้มที่มีเพลงเพราะ และดีทุกเพลง ใครที่ชอบดนตรี R&B อย่างพวก New Jack Swing, Post Funk, Slow Jam ไม่ควรพลาด 
 
ผมให้ 4.5/5 (ไม่ให้เต็มเพราะอาร์ตเวิร์คข้างในละกัน)
 
enjoy !