x

เมื่อความก้าวหน้าของนวัตกรรมใหม่บนโลกออนไลน์ทำให้ธุรกิจดนตรีมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ท็อป-ศรันย์ ภิญญรัตน์ และ พาย-ปิยะพงษ์ หมื่นประเสริฐดี จึงร่วมกันปฏิวัติวงการดนตรีอิสระด้วยการสร้างอาณาจักร ‘ฟังใจ’ (www.fungjai.com) ขึ้นมาเป็นพื้นที่ที่ให้บริการฟังเพลงผ่านระบบ Music Streaming ซึ่งรวบรวมผลงานของนักดนตรีอิสระไว้มากกว่า 3,300 เพลง และตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ฟังใจยังพร้อมเปิดใจรับฟังทุกเสียงอย่างเสมอภาคตามครรลองประชาธิปไตย ซึ่งช่วยขยับขยายขอบเขตการรับรู้ของผู้ฟังให้กว้างไกลได้ดีกว่าเดิม
 
ท็อป-ศรันย์ ภิญญรัตน์ และ พาย-ปิยะพงษ์ หมื่นประเสริฐดี
 

3 เหตุผลที่ทำให้เกิด ‘ฟังใจ’

ท็อป: อันดับแรกคือ ผมเคยทำงานเป็นดีไซเนอร์ให้กับสตาร์อัพในอเมริกา ซึ่งทำเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่นถ่ายเอกสารจากมือถือเข้าปริ้นเตอร์โดยตรง ตลอด 1 ปี ผมได้เรียนรู้ระบบการทำงานมากพอสมควร พอกลับมาเมืองไทยเลยนำแนวคิดการทำสตาร์ทอัพติดกลับมาด้วย อย่างที่สองคือ ผมโตมากับ Fat Radio ชอบดนตรีนอกกระแสไทย แต่เมืองไทยกลับไม่มีพื้นที่รวมเรื่องราวเหล่านี้ไว้ด้วยกัน เลยรู้สึกว่าน่าจะมีพื้นที่สักแห่งรวมผลงานของศิลปินอิสระให้ผู้ที่สนใจเข้ามาใช้ง่ายได้ง่าย เหตุผลสุดท้ายคือ ก่อนหน้านี้เคยใช้งาน Spotify ซึ่งเป็น Music Streaming อันดับหนึ่งของโลก เลยรู้สึกว่ามันมีข้อได้เปรียบหลายอย่าง เช่น การจัดกลุ่มศิลปิน และเพลงอย่างเป็นระบบ พอนำเหตุผลหลักทั้งสามมาผสมกันเลยอยากทำสตาร์อัพเกี่ยวกับดนตรีนอกกระแส และทำเป็น Music Streaming ให้คนมาฟังเพลงได้ง่าย โดยโมเดลของ Music Streaming คือ เพลงถูกลิขสิทธิ์ และการแบ่งรายได้จากผลงานเพลงให้กับเจ้าของด้วย เลยเป็นที่มาของการเริ่มต้น ‘ฟังใจ’
 
ท็อป-ศรันย์ ภิญญรัตน์
CEO & Founder
 

เปิดพื้นที่สำหรับศิลปินอิสระ

พาย: ผมเคยทำวงดนตรีของตัวเองอยู่พักหนึ่ง มีเพลงขึ้นชาร์ทอยู่ใน Fat Radio มีแฟนเพลง ขายซีดีได้ ขายเสื้อยืดได้ แต่เงินที่ได้มามันยังไม่เพียงพอค่าห้องอัดเลยด้วยซ้ำ แต่รู้สึกว่าทำไปเพราะความรัก เรื่องเงินเป็นเรื่องรอง และขณะที่กำลังศึกษาต่อ MBA อยู่ที่บอสตัน ประเทศอเมริกา มีโอกาสได้ฝึกงานกับสตาร์อัพที่เกี่ยวข้องกับดนตรี หลังจากฝึกงานครบ 2 เดือนก็ขอเขาทำงานต่ออีก 8 เดือน โดยไม่รับเงินเดือน เพราะคิดว่าจะนำความรู้กลับมาพัฒนาให้ศิลปินอิสระเมืองไทยสามารถหาเลี้ยงตัวเองจากการเล่นดนตรีเพียงอย่างเดียวได้ จนกระทั่งมีไอเดียการทำสตาร์อัพ และมีโอกาสพบกับโปรเจ็คต์ของท๊อปเลยส่งแมสเสจเฟสบุ๊คไปบอกอยากจะเข้าร่วม ตอนแรกทำเป็นเหมือนอาสาสมัครเข้ามาแค่ครั้ง สองครั้ง สามครั้ง จนถึงจุดที่คิดว่าจะทำกันอย่างจริงจัง เลยลาออกจากงานมาทำฟังใจเต็มตัวในฐานะคอมมูนิตี้เมเนเจอร์ จัดการชุมชนของนักดนตรี ค่ายเพลง และคนชอบฟังเพลงทั้งหลาย ให้พวกเขาเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมสัมมนา หรือคอนเสิร์ตของฟังใจ
 
พาย-ปิยะพงษ์ หมื่นประเสริฐดี
Community Manager & Co-Founder
 

 

อาณาจักรเพลงไทยนอกกระแส

ท็อป: เวลานี้ฟังใจมีทีมทั้งหมด 17 คน พัฒนาจากเดิมที่ป็นพาร์ทเนอร์กัน 5 คน จุดเริ่มต้นของฟังใจต้องการทำ Music Streaming และรวบรวมข่าวสารความเคลื่อนไหวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวงการดนตรี แต่พอพบปะกับคนในชุมชนเพลง ศิลปิน ค่ายเพลง เลยรู้ว่าวงการดนตรีอิสระเมืองไทยยังมีความต้องการอื่นอีกเยอะ และคิดว่าฟังใจสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้ เช่น ‘เห็ดสด’ เกิดจากการที่ไม่ค่อยมีงานคอนเสิร์ต Full Production สำหรับนักดนตรีนอกกระแส ทำให้ไม่ค่อยได้รับความสนใจมากเท่าที่ควร ดังนั้น การเปิดพื้นที่ให้พวกเขาได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ เลยกลายเป็นที่มาของเห็ดสด หรืออย่าง ‘ฟังใจซีน’ ที่เกิดขึ้นเพราะนิตยสารดนตรีเฉพาะทางของไทยหายไปเยอะมาก ทั้งที่ยังมีเรื่องราวพร้อมจะถูกเล่าออกไปอยู่ ณ วันนี้สิ่งที่แข่งขันกันมากที่สุดคือ ‘เวลา’ พรุ่งนี้อาจมีใครที่คิดอะไรที่เจ๋งกว่า มีความพร้อมกว่า ดังนั้นผมเลยคิดว่าอะไรที่เป็นทางที่ถูก มีประโยชน์ สร้างแล้วทำให้ฟังใจสามารถพัฒนาต่อไปได้ ก็อยากทำให้มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
 

พัฒนาวงการดนตรีไทยให้ดีขึ้น

พาย: สิ่งที่ดึงดูดพวกเราให้มาเจอกันนอกจากจะเป็นเรื่องดวงแล้ว อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะวงการดนตรีมันมีปัญหา และยังไม่มีใครลุกขึ้นมาแก้ไขอย่างจริงจัง พวกเราเลยคิดกันว่าถ้าฟังใจเสนอตัวเข้ามาแก้ปัญหาน่าจะเป็นทางออกได้ อย่างเช่นการจัดสัมมนา ‘เห็ดyoung’ เกิดจากปัญหานักดนตรีจำนวนมากยังขาดความรู้ด้านเทคนิค ไม่รู้ว่าจะขายเพลงออนไลน์อย่างไร รวมไปถึงปัญหาสำคัญอย่างเรื่องลิขสิทธิ์ และการปกป้องสิทธิของตัวเอง ซึ่งเหล่านี้มันควรเป็นความรู้พื้นฐาน แต่เมื่อมองกลับไปยังวงการดนตรีจะพบว่า มันยังไม่มีหน่วยงานไหนนำเสนอความรู้เหล่านี้ออกสู่สาธารณะชน ซึ่งเราเห็นว่าการจัดสัมมนาทุก 2-3 เดือน เป็นหนึ่งวิธีการปลูกฝังความรู้ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหา อนาคตนักดนตรีอิสระจะต้องสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องไปประกอบอาชีพอื่น และเรื่องราวเหล่านี้เป็นจุดที่ทำให้ฟังใจเป็นมากกว่าแค่ซอฟแวร์สำหรับฟังเพลง
 

 

 

ยึดหลักประชาธิปไตยทางดนตรี

ท็อป: เปิดตัวช่วงแรกต้องอาศัยการลงพื้นที่ เพราะไม่ได้มีตัวตนในวงการดนตรีมาก่อน จึงต้องใช้วิธีถามจากคนรู้จัก แชท อินบ็อก นัดเจอ พรีเซนต์ ทีละคน ทีละวง ทีละค่าย เพื่อทำให้พวกเขารู้ว่า Music Streaming แบบนี้มีคนฟังอยู่จริง พอเว็บไซต์เป็นรูปเป็นร่าง มีการเรียงลำดับเพลงถูกต้องตามปีที่ออก คนก็เริ่มเห็นว่ามันเป็นช่องทางหนึ่งที่เวิร์ค ทำให้ปัจจุบันค่ายเพลงจะส่งผลงานเข้ามาเอง หรือกระทั่งบ้างบริษัทที่เคยคุยแล้วเขาปฏิเสธมาก่อนก็กลับเข้ามาใหม่ บน fungjai.com ตอนนี้จึงมีศิลปินรวมอยู่ประมาณ 600 วง เพลงประมาณ 3,300 เพลง ก็ไม่ได้เยอะมากเมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศ เพราะเราเริ่มต้นจากโปรดักของศิลปินไทยนอกกระแส แต่ปัจจุบันฟังใจไม่ได้ปิดกั้นแล้วว่าต้องเป็นเพลงแบบไหน เพลงดัง ไม่ดัง ดี ไม่ดี เปิดรับอย่างเท่าเทียม โดยมอบสิทธิ์ให้ผู้ฟังเป็นคนตัดสินตามหลักประชาธิปไตยทางดนตรี ซึ่งเป็นการปฏิวัติวงการดนตรีมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทำให้ชาร์ตเพลงของฟังใจจะเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดทุกสัปดาห์
 
 
 
 
 
 
 

 

นึกถึง ‘เพลงไทย’ นึกถึง ‘ฟังใจ’

พาย: ปัจจุบันมีทางเลือกเยอะมากในการฟังเพลงฟรี มีทั้งฟรีแบบถูก และฟรีแบบผิด เว็บไซต์ Music Streaming บนโลกอาจจะทำให้ทุกคนรู้ว่ามีการฟังเพลงฟรี แต่เป็นการฟังเพลงฟรีอย่างถูกต้อง ฟรีอย่างที่ศิลปินต้องการ พวกเราเคยตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่า ถ้ามีคนนึกถึงเพลงไทยแล้วนึกถึงฟังใจ นั่นคือประสบความสำเร็จอย่างหนึ่ง ขณะที่การช่วยแก้ไขปัญหาของวงการดนตรีให้ดีขึ้นได้ก็ถือเป็นความสำเร็จอีกรูปแบบหนึ่งด้วยเช่นกัน ปัญหาที่หนักสุดของวงการดนตรีคือ ลิขสิทธิ์ พอคนไม่เข้าใจเรื่องลิขสิทธิ์ก็จะไม่เห็นมูลค่าของดนตรี หากไม่ช่วยกันแก้ไขจุดนี้มันก็ยากที่จะขับเคลื่อนวงการดนตรีต่อไป นอกจากนี้ลิขสิทธิ์ยังเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา และคุณธรรม ตราบใดที่ยังแก้ปัญหาเด็กหลอกการบ้านกันไม่ได้ ก็ไม่มีทางแก้ปัญหาคนลักลอบฟังเพลงฟรีได้ และถ้าทุกคนได้เห็นกระบวนการของการทำเพลงจะทำให้เขารู้ว่าทำไมจะต้องจ่ายเงินเพื่อดาวน์โหลด