x

"ปีใหม่ไปเที่ยวไหน" ในสายตาของวรพจน์ พันธุ์พงศ์
 
เขียน : วรพจน์ พันธุ์พงศ์
จากคอลัมน์ ถนนสายหนึ่ง ในนิตยสาร GM ฉบับเดือนมกราคม 2014
 
“ปีใหม่ไปเที่ยวไหน”
 
นี่คือคำถามอันดับหนึ่งตอนนี้ วันหยุดยาวช่วงปีใหม่ ยิ่งอากาศเย็นสบาย ไม่มีอะไรดีเท่ากับหาที่ท่องเที่ยวเดินทางอากาศเย็นเอื้อต่อการแต่งตัว ใครมีเสื้อผ้าสวยๆ และหลงใหลแฟชั่น มันเป็นเวลาทองที่ต้องรีบเก็บเกี่ยว มัวโอ้เอ้ลังเลเดี๋ยวแสงแดดแผดจ้าก็คงกลับมาทำหน้าที่ของมัน
 
ผมเป็นพวกอยู่นอกแฟชั่น ให้มองก็รักก็ชอบอยู่หรอก เสื้อผ้าแพรพรรณของยุคสมัยแต่ไม่มีอารมณ์ร่วมเรื่องการแต่งตัว ใครมาชวนเดินทางช่วงนี้ก็ไม่สนใจเลย
 
อากาศน่าเที่ยวจริง แต่บรรยากาศมันน่าเบื่อ
 
คนเยอะ รถเยอะ แค่คิดก็เห็นภาพความแออัดชัดเจน เจอมาหลายปีแล้ว เหน็ดเหนื่อยมาพอแล้วกับการแย่งกินแย่งเที่ยว เทศกาลปีใหม่จึงกลายเป็นเรื่องของคนอื่น การเดินทางเป็นของผู้อื่น ผมขออยู่ยามเฝ้ากรุงเทพฯ
 
แม้ว่ามองการบ้านการเมืองแล้วมันไม่น่าอยู่เท่าไร
 
อ่านข่าวทุกครั้งก็ยังต้องลุ้น หวังว่าวันนี้จะไม่มีคนตาย
 
ทั้งอากาศและอารมณ์ผู้คน ธันวาคมเป็นเดือนที่เรามักต้องคิดเรื่องชีวิตมากเป็นพิเศษ
 
ผ่านไปปีหนึ่งมีสิ่งใดเกิดขึ้นบ้าง การงาน ครอบครัว เพื่อนฝูง สุขภาพ ความฝันใฝ่ ความสุข ความทุกข์
 
ไม่ตั้งคำถามกับตัวเอง ก็มักมีเพื่อนพี่น้องชวนคุย ว่าปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ปีหน้าจะทำอะไรต่อ บางคนตั้งอกตั้งใจมาแลกเปลี่ยนอย่างจริงจังว่าอะไรคือคุณค่าของชีวิต
 
ผมไม่คิดว่าใครจะตอบปัญหาหรือข้อค้างคาใจให้ใครได้ เราพบเจอ สื่อสารกัน ก็ด้วยความผูกพันรู้จัก และไม่ว่าเทคโนโลยีจะเจริญรุดหน้าแค่ไหน มนุษย์ก็ยังต้องการมิติทางความสัมพันธ์ที่มากกว่าการส่งข้อความ สัญลักษณ์ หรือเสียงพูดผ่านโทรศัพท์
 
ว่าไป บางทีหัวข้อสนทนาก็ไม่ได้มีค่าเท่ากับการได้มาพบเจอกัน ยิ้มให้กัน สบตากัน
 
มันเป็นความปกติ ธรรมดา เป็นธรรมชาติของการมีชีวิต ที่ย่อมรู้สึกอบอุ่นที่ได้พบเจอสิ่งมีชีวิต
 
ยิ่งเป็นชีวิตที่มีทิศทางความคิดความเชื่อคล้ายคลึงกัน หรือเชื่อมโยงกันได้ ก็ยิ่งทำให้วันธรรมดามีค่า ทำให้ความน่าเบื่อต่างๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเบิกบาน
 
ธันวาคมปีนี้ ผมได้ฟังหลายเรื่องเล่าจากคนหนุ่มสาว บ่อยครั้งเป็นความสับสนซึ่งพวกเขากังวล เคว้งคว้าง ขณะที่คนเคยผ่านสถานการณ์เหล่านั้นมามองว่าไม่มีอะไรต้องกลัว มันแค่ความไหวเอนในวันเวลาหนึ่ง และในที่สุดจะผ่านพ้นไป หากแม้นว่าเจ็บปวดก็เจ็บปวดไปเถอะ อยู่กับมัน ต่อสู้มัน เราปฏิเสธสิ่งนี้ไม่ได้ หนีไม่พ้น มีแต่คนที่กล้าเผชิญหน้าเท่านั้นจะก้าวผ่านมันไปด้วยการเติบโต ผ่านและจะค่อยเข้มแข็ง เข้าใจ ว่าไม่มีอะไรทำร้ายเราได้หรอก ไม่มีความเจ็บปวดใดจะยิ่งใหญ่ ทิ่มแทง มีพลานุภาพเหนือมนุษย์
 
พ่ายแพ้หรือชนะ ยินยอมหรือก้าวข้าม มองผ่าน ล้วนอยู่ที่ใจเราทั้งสิ้น
 
มีแต่เราที่สามารถทำร้ายเรา
 
มีแต่เราที่ปิดกั้นโอกาสของเรา หยุดยั้งการเรียนรู้ของเรา
 
หาใช่ความเจ็บปวด หาใช่ความผิดหวังอกหักจากผู้อื่น
 
“ทำยังไงให้มีความสุข”
 
หญิงสาวคนหนึ่งตั้งคำถาม มองตาก็พอรู้ เธอกำลังเหน็ดเหนื่อยกับชีวิต
 
ผมเจอคำถามทำนองนี้หลายครั้ง แทบทุกครั้งก็จะเริ่มต้นด้วยคำตอบที่ไม่ได้ถาม
 
ผมไม่ค่อยแคร์เรื่องความสุข ไม่ให้ค่า ไม่ใช่ว่าไม่ชอบ หรือไม่อยากมีความสุข แต่คล้ายมันเป็นสิ่งที่ไม่ต้องคิดถึง ไม่ต้องให้เวลา ไม่ต้องให้ความสนใจ
 
ก็ในเมื่อสิ่งที่เป็นอยู่ ทำอยู่ ก็รู้สึกดีอยู่แล้ว
 
ชีวิตผมให้ค่าเรื่องการงาน และการงานที่ทำอยู่เป็นสิ่งที่เลือกเอง ตั้งใจเลือก ฉะนั้น ไม่ว่าจะเหนื่อยยาก ลำบากอย่างไร ผมไม่นับเป็นปัญหา แม้ว่ามันก็มีปัญหาให้คิด ให้แก้ไขใคร่ครวญอยู่ตลอด
 
เมื่อเรารักสิ่งหนึ่งสิ่งใดมากและได้อยู่กับมัน เรามีความสุข แต่สุขและทุกข์เป็นความสัมพันธ์พื้นฐานมันสลับสับเปลี่ยนไปมา เรื่องนี้ผมคิดว่าผมเข้าใจ ทำงานได้ดีก็มีความสุข ทำไม่ได้ดี คิดไม่ได้ แก้ไม่ตกก็มีความทุกข์
 
เพราะสุขกับสิ่งหนึ่งสิ่งใดมาก เราจึงทุกข์กับสิ่งนั้นมาก เหตุผลง่ายๆ ก็เพราะเราให้ความสำคัญกับมันถ้าไม่ให้ความสำคัญก็ไม่มีความรู้สึก
 
มนุษย์เลือกหยิบฉวยเพียงสิ่งเดียวไม่ได้
 
รักที่จะใช้ชีวิตอย่างผู้มีความรู้สึก ก็ต้องพร้อมรับแรงปะทะจากทั้งสองด้าน บวก ลบ
 
ความจริงเป็นเช่นนี้ และแน่นอน, ต่อให้มีปีกก็หลีกหนีสัจจะนี้ไม่พ้นเมื่อมีความทุกข์ ผมมักตระหนักในใจว่า–นึกแล้ว
 
ไม่มีวิธีปลดเปลื้อง ไม่มีเคล็ดลับทางออก ผมใช้วิธีจ้องมองมัน สำรวจที่มาที่ไป และเอาเข้าจริง ไม่ช้านานมันก็จะพ้นผ่าน เพราะไม่ว่างพอที่จะมาเสียใจ มีธุระการงานต้องทำ ส่วนความฟูมฟายนั้นดูจะอันตรธานจากชีวิตไปนานแล้ว
 
อายุเกินสามสิบ ความฟูมฟายคือความฟุ่มเฟือย โผล่ขึ้นมาต้องรีบตัด จัดการโยนทิ้งถังขยะทางอารมณ์
 
คำขำๆ ที่จำมาจากที่ไหนสักแห่ง ก็ใช้ได้ดี อารมณ์ขันมันดีอย่างนี้เองกับคนอ่อนไหว ลองพิจารณาร่วมกันดูว่าขำจริงไหม
 
เขาว่าไว้ดังนี้
 
ความทุกข์หรือปัญหาใดที่แก้ไขได้ อย่าไปกังวล เพราะว่ามันแก้ไขได้
 
ความทุกข์หรือปัญหาใดที่แก้ไขไม่ได้ อย่าไปกังวล เพราะว่ามันแก้ไขไม่ได้
 
ผมคิดแบบนี้จริงๆ ยิ่งอายุมากขึ้น ดูจะยิ่งมองเป็นขำไป อะไรขำได้ ก็ขำ ยิ้มแย้มไปกับโลก เพราะเราควบคุมกำหนดทุกเรื่องไม่ได้ อย่าว่าแต่ควบคุมกำหนดผู้อื่นเลย กับตัวเอง ร่างกายตัวเองแท้ๆ จิตใจตัวเองแท้ๆ หลายครั้งยังยากจะควบคุม
 
นอกจากการงาน ความสุขของผมคือผู้หญิง เหล้า และดนตรี
 
ใช่–ความทุกข์ก็คืองาน ผู้หญิง เหล้า และดนตรี
 
ดูเหมือนอย่างหลังจะเป็นสิ่งมหัศจรรย์ สัดส่วนการสร้างความสุขของมันมากกว่าความทุกข์ การขาดดนตรีทำให้ชีวิตแห้งแล้งอยู่บ้าง แต่ขาดผู้หญิงและเหล้า ผมนึกไม่ออกว่าผู้ชายจะมีชีวิตอยู่อย่างไร
 
แท้จริงผู้ชายคงมีหลายชนิด ประเด็นคือผมเป็นผู้ชายชนิดนี้
 
แท้จริงผู้หญิงคงมีหลายชนิด แต่ผมคิดว่าผู้หญิงจำนวนมากก็น่าจะต้องการผู้ชาย เหล้า และดนตรี
 
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ปัจจัยสี่ ขาดหาย–หากแม้ว่าต้องขาดจริงๆ ก็คงไม่ตาย แต่ไม่น่าเรียกได้ว่าเป็นชีวิตที่ดี
 
กับคนอื่นผมไม่รู้ แต่กับตัวเอง ขาดองค์ประกอบเหล่านี้ผมไม่อยากเรียกว่ามีชีวิต
 
เท่าที่ผมมีข้อมูล ปี 2014 เศรษฐกิจไม่ดีการเมืองและความรุนแรง รวมทั้งความขัดแย้งที่ยังหาจุดลงเอยไม่ได้มีส่วนแน่ๆ แต่ปัญหาพื้นฐานทางด้านปากท้องค่อนข้างมีนัยสำคัญ
 
ในนามของปัจเจกชน สิ่งแรกที่ต้องทำคือการเตรียมตัว
 
รัดเข็มขัดและระมัดระวัง
 
ปัจจัยภายนอกควบคุมไม่ได้ ต้องเคลียร์ปัจจัยภายในให้รัดกุมไว้ก่อน
 
ถามว่าต้องกังวล ทุรนทุรายกับมันไหม ผมคิดว่าไม่จำเป็น และบางทีสถานการณ์เช่นนี้เองที่เป็นตัวชี้วัดว่าใครเป็นม้า ใครเป็นลา ใครคือของจริง ของปลอม
 
หนทางที่โหดหินพิสูจน์พละกำลังของนักเดินทางวิกฤติบ้านเมืองพิสูจน์คุณภาพพลเมือง
 
ขณะที่หลายคนเตรียมเก็บเสื้อผ้าออกไปชื่นชมลมหนาว ผมใช้เวลากับการนั่งทบทวนชีวิตอยู่นิ่งๆ ในเมืองหลวง อากาศปีนี้เป็นใจ แม้ว่าบรรยากาศน่าเหนื่อยใจ ช่วยไม่ได้ และเราต่างก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการมุ่งทำหน้าที่ของตัวเองไปด้วยความรับผิดชอบ
 
อากาศดีๆ กับมิตรสหายดีๆ เราควรคุยกันเรื่องความสุข คุยเรื่องชีวิตที่ผ่านมา และแผนการในอนาคต มันยากสักหน่อย และใครต่อใครก็ดูไม่ค่อยมีอารมณ์เลย ปีใหม่ปีนี้บ้านเมืองของเรากำลังเดินย้อนไปสู่การต่อสู้แบบเก่าๆ ด้วยวาทกรรมเก่าๆ มันยากที่จะทำใจปล่อยวาง มองผ่าน ยากที่จะร่าเริงไปกับเทศกาลโดยไม่ไยดีความขัดแย้งทางความคิดครั้งนี้ แต่ก็อีกนั่นแหละ ในนามของประชาชน เหน็ดเหนื่อยกันมาทั้งปีแล้วเราคงต้องหาเวลาผ่อนคลาย ซ่อมแซมบำรุงหัวใจเพื่อก้าวต่อไปในปีหน้า
 
ไม่ว่าเหล้า ดนตรี และสตรีเคียงข้างคุณจะเป็นใคร ขอให้รู้สึกดีกับชีวิตนะครับ