x

>> “เบียร์เห็นน้ำตกครั้งแรกในชีวิตเมื่อปีที่แล้ว หลังจากนั้นเราคลั่งการขี่รถเที่ยวไปเลย” แม้จะไม่ได้เป็นคำถามแรกที่เราถามเธอ แต่คำตอบนี้ก็น่าจะเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้สาวสวยอดีตพริตตี้ที่วันนี้กลายมาเป็นไบค์เกอร์สาวสายทัวริ่ง ‘เบียร์ - ปริภา สุพรรณารักษ์’ หลงรักการท่องเที่ยวอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
 
> โดยเฉพาะการขี่มอเตอร์ไซค์ ท่องไปตามที่ต่างๆ ชนิดที่ว่าต้องลุยฝุ่น บุกป่า ฝ่าดงเข้าไปในจุดที่นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าไม่ถึงเพื่อไปสัมผัสบรรยากาศสุดฟินที่ไม่สามารถอธิบายเป็นตัวอักษร กับรถคู่ใจ ‘ด้วง’ (คาวาซากิ เวอร์ซิส 650) เธอก็ไม่ถอย เรียกได้ว่าถ้าไม่หลงรักการขี่มอเตอร์ไซค์แบบเข้าเส้นจริงๆ คงทำแบบนี้ไม่ได้ 
 
• • • ย้อนกลับไปก่อนที่เธอจะตอบคำถาม GM CAR ก่อนหน้านั้น เรานัดเจอเบียร์ที่ถนนพระอาทิตย์แต่เช้าตรู่ เพราะได้ยินมาว่าเธอเป็นหนึ่งในสาวสวยที่ขี่บิ๊กไบค์จริงในชีวิตประจำวัน
 
          ยามไปเที่ยวเธอก็ขี่รถคันใหญ่ตะลุยฝุ่น และยามว่างเธอก็ยังใช้เวลาหมดไปกับการซ้อมขี่รถเอ็นดูโร เพื่ออัพสกิลล์การขับขี่เสมอ เพราะหน้าที่การงานเธอเกี่ยวข้องกับบิ๊กไบค์
 
          ชัดเจนว่าเบียร์ไม่ใช่สาวขี่บิ๊กไบค์ธรรมดา แต่เธอคือสาวขาลุยคนหนึ่ง เหตุผลเท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่เราเลือกมานัดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในโลกสองล้อกับสาวสายทัวริ่งคนนี้
 
          เราชอบมอเตอร์ไซค์เพราะสมัยมัธยมดูการ์ตูนเรื่อง You are under arrest (ตำรวจสาวจอมซ่า) ในเรื่องนั้นมีรถตำรวจเป็นดูกัตติ ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นรุ่นอะไร แต่รู้สึกชอบทันที คิดฝันไว้ว่าวันหนึ่งถ้ามีมอเตอร์ไซค์จะต้องเป็นบิ๊กไบค์ เพราะเท่ (หัวเราะ)
 
          แต่สมัยเด็กฐานะครอบครัวไม่ค่อยพร้อม เลยยังไม่สามารถไปให้ถึงฝันได้ ก็ได้แต่ทำงานไปเรื่อยๆ ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาทำงานสายความสวยความงามมาตลอด ด้วยการเป็นพริตตี้ เป็น M.C แต่งานที่อยากทำจริงๆ ไม่ได้เกี่ยวกับความสวยงามเลย อยากทำงานที่ได้ขี่มอเตอร์ไซค์ไปด้วย ได้ไปเที่ยวด้วยน่าจะดี
 
          “วันหนึ่งโอกาสมาถึง ตัดสินใจทำงานประจำเพราะคิดว่าพริตตี้เป็นอาชีพที่ไม่มั่นคง แล้วงานประจำที่เราทำคือเป็นเซลส์ให้กับค่ายรถบิ๊กไบค์ค่ายหนึ่ง นั่นคือประตูบานแรกในชีวิตที่ทำให้เราเชื่อมกับโลกของสองล้อ”
 
          อย่างที่เบียร์บอกตั้งแต่แรกว่า เธอไม่ใช่คนมีฐานะที่อยากจะได้รถสักคันก็เสกได้เลย เบียร์ต้องทำงานและเก็บเงินอย่างมีวินัยเพื่อให้ได้มาซึ่งรถคันแรก
 
          ในที่สุด 3 ปีผ่านไป ความฝันที่เคยคิดมาตั้งแต่เด็กๆ ว่าจะต้องมีบิ๊กไบค์คันแรกเป็นของตัวเองก็เป็นจริง เมื่อ KTM DUKE 200 สีส้มโดดเด่นมาจอดที่บ้านเธอ
 
          ระหว่างทำงานที่นั่น เบียร์เก็บเงินอยู่ 3 ปี เดือนละพันบาทแบบฝากประจำ เพื่อจะเอาเงินมาดาวน์รถ วันแรกที่เราได้รถ ยังจำความรู้สึกได้เลย เราเห็นตั้งแต่กล่องใส่รถมาส่ง ขอศูนย์ฯเลือกรถเอง ขอแกะกล่องรถเองด้วยความตื่นเต้น ช่างก็บอกให้เราลองประกอบรถเองเลย เช่น ประกับแฮนด์ สายเบรก ฯลฯ เหมือนเราต่อทามิย่าเลยค่ะ
 
          “วันแรกขับออกไปยังไม่ชินกับคลัตช์ ดับทุกไฟแดง” เรากับเบียร์หัวเราะแทบจะพร้อมกัน
 
          หลังได้รถคันแรก เธอไปลงเรียนการขับขี่รถบิ๊กไบค์ขั้นเบสิกกับหลายค่ายที่เปิดสอนจนเริ่มเกิดความมั่นใจ และรู้วิธีการควบคุมรถ กระทั่งถึงจุดที่รู้สึกว่า ‘ไม่พอมือ’ ซึ่งเป็นอาการที่ไบค์เกอร์ส่วนใหญ่เป็นกัน นั่นจึงหมายความว่าเบียร์จะต้องมองหารถคู่ใจคันใหม่ที่ใหญ่กว่าเครื่องยนต์ 200 ซีซี ที่ KTM Duke มีให้
 
          รถคันต่อมาของเธอจึงขยับมาเป็นคาวาซากิ ER-6n ก่อนจะเปลี่ยนแนวมาเป็น คาวาซากิ เวอร์ซิส 650 เพราะเบียร์ค้นพบทางที่ชอบในการขับขี่ของเธอแล้วว่าทางฝุ่น ทางดิน เป็นสิ่งที่เธอตกหลุมรัก
 
          หลังเปลี่ยนรถมาเป็น ER-6n มีโอกาสได้ไปขี่รถเอ็นดูโร เนื่องจากงานที่ทำมันจำเป็น ประกอบกับเรามีโอกาสได้รู้จัก และเรียนขี่รถแนววิบากกับอาจารย์เล่ ไบค์เลน (เจษฎางค์ โชตินา) อาจารย์สอนการขี่รถแนวเอ็นดูโร ก็เลยได้ทักษะการขี่ทางฝุ่นมาด้วย
 
          ตอนนั้นพบว่าทางฝุ่นมันสนุกมาก แต่รถที่มีอยู่ไม่ตอบโจทย์ เลยตัดสินใจซื้อรถอีกเป็นคาวาซากิ เวอร์ซิส 650 ซึ่งการได้ฝึกทักษะกับรถเอ็นดูโรมาก่อนแล้วมาจับเวอร์ซิส ลุยทางฝุ่นมันทำให้การขับขี่ของเราสนุกขึ้น
 
          “จริงๆ ก่อนหน้านั้นเอาเวอร์ซิสไปลุยทางฝุ่นมา ซึ่งโหดมากเลย ทางกว่า 30-35 เปอร์เซ็นต์เป็นทราย เป็นดิน เหนื่อยมาก แล้วเวอร์ซิสก็ไม่ใช่รถที่เหมาะกับการลุยแบบนี้เบียร์เลยไปซื้อ คาวาซากิ KLX250 มาฝึกซ้อมทางฝุ่นเป็นเรื่องเป็นราวไปเลย เพราะเรารู้ตัวแล้วว่าสไตล์การขับขี่แบบไหนที่เราต้องการ และรู้ว่าทักษะแบบไหนที่ควรจะมีเพื่อใช้ในการขับขี่เวอร์ซิส เบียร์ให้ความสำคัญกับการฝึกซ้อมมาก”
 
          สำหรับสาวๆ บางคนทางฝุ่นอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่เธอขอไม่เลือก แต่กับเบียร์เธอบอกว่านั่นล่ะของชอบเลย
 
          เบียร์ชอบขี่ทางฝุ่น เราไม่อยากโดนสังคมด่า สังคมสมัยนี้มองว่าคนขี่บิ๊กไบค์ ขี่แย่ ซึ่งเราขับทุกวัน ก็เห็นด้วยนะว่าคนขี่บิ๊กไบค์บางคนขี่แย่จริงๆ ขี่ปาด ขี่เร็ว ขี่อันตราย หลายอย่างมากมาย เราก็กลัวที่จะโดนคนอื่นเหมารวม เลยตัดสินใจหนีดีกว่า (หัวเราะ) ไม่อยากขับบนถนนให้คนเห็นแล้ว
 
          อีกอย่างบนทางฝุ่นมันมีเรื่องให้เราตื่นเต้นเสมอ ขี่บนถนนปกติโค้งที่เดิม ไม่ได้หายไปไหน แต่ทางฝุ่น ขับกี่รอบหินก็จะไม่ได้อยู่ที่เดิม มันเปลี่ยนไปหมด มันก็สนุกตรงที่ต้องหาไลน์ในการขี่ใหม่ๆ ให้เจอ และต้องทำเวลาให้ดี การขี่รถทางฝุ่นก็คงเหมือนเล่นเกมออนไลน์มั้ง ที่เล่นเท่าไหร่ก็ไม่มีวันจบ
 
          เวลาลุยเข้าป่า เรารู้สึกสนุกที่ได้เข้าถึงสถานที่ที่ไม่เคยไป อารมณ์มันเหมือนเราดูสารคดีตอนเด็กๆ ที่เขาพาบุกป่าฝ่าดงไปในอีกโลกที่เราไม่รู้จัก
 
          “ตอนนี้เบียร์ก็ทำ IG เพื่อแชร์สถานที่สวยๆ ที่เราบุกไปมา ใครอยากไปก็บอกต่อได้ เบียร์เชื่อว่าทุกคนจะตื่นเต้นกับเส้นทางนี้มัน ไม่ซ้ำซาก ไม่จำเจ ไม่ต้องแย่งถ่ายรูปกับคนเยอะๆ เหมือนเข้าไปอีกโลกหนึ่ง”
 
          ระหว่างเล่า เบียร์เปิดภาพถ่ายทริปที่ไปลุยมากับเพื่อน และไปสำรวจเส้นทางให้เราดู ในภาพเบียร์อยู่ในชุดขับขี่ที่รัดกุมปลอดภัย ฉากหลังเป็นดินสีน้ำตาลแดง และป่า ดูแล้วรถทรงเอ็นดูโรน่าจะขับขี่สบายที่สุดแต่เบียร์เลือกเวอร์ซิสลุยเข้าไป ถึงแม้เราจะไม่เห็นหน้าของเธอใต้หมวกกันน็อก แต่ก็พอเดาได้ว่าเธอกำลังมีความสุขกับเส้นทางที่ยากลำบาก
 
          “ทริปไหนมีความสุขที่สุดเหรอ”
 
          เธอทวนคำถามที่เราถามไป เราพยักหน้าแทนคำตอบ ส่วนเธอนิ่งเพื่อระลึกชาติ
 
          ชอบเกือบทุกทริปนะ แต่ชอบที่สุดก็คือทริปที่ไปล้มเยอะสุดเป็นทริปที่อาจารย์เล่จัดขึ้นชื่อ Bike Lane Super Adventure Trip ที่พนมสารคาม ฉะเชิงเทรา ทริปนั้นเอาเวอร์ซิสไปเปิดตัว รถยังใหม่อยู่เลยออกรถมาได้สองอาทิตย์ กันล้มก็ไม่มี
 
          ก็รู้นะว่าคนอื่นหลอกให้เราไปด้วย (หัวเราะ) แต่ก็เต็มใจให้เขาหลอก เบียร์คิดว่าครั้งหนึ่งในชีวิตอยากลองเข้าป่าจริงจังเหมือนกัน เพราะเรามีไอดอลเป็น ‘หมอแหวว’ (แพทย์หญิงเพ็ญลดา ครุธโกษา) หมอสาวนักบิดสายแอดเวนเจอร์ที่เราติดตามเฟซฯเขามานาน อยากจะลุยให้ได้อย่างเขาบ้าง
 
          “ทริปแรกก็เจอเลย (หัวเราะ) ไปเจอทราย ทางร่องดินที่แห้งแล้ว โจทย์การขี่ยากมาก ล้มไป 4 รอบ รถเป็นรอย ไฟเลี้ยวกระเด้งออกมา แต่ไม่เสียดายรถ แค่แฮนด์เอียง และเปลี่ยนแฟริ่งได้ ไม่เท่าไหร่”
 
          “เข็ดไหม” เราถาม
 
          เบียร์ยิ้มก่อนจะบอกกับเราว่า “ไม่เลย”
 
          “จบทริปนั้นมาเราได้ความอยาก อยากจะไปอีก อยากจะไปแก้แค้น เราคิดว่าครั้งต่อไปจะต้องขี่ให้ดี ถึงเราจะล้ม แต่มันเป็นการล้มที่เราหัวเราะกับมัน เฮฮาๆ ถ่ายรูปตอนล้มกัน เหมือนคนบ้า รถล้มแล้วสนุกมีที่ไหน (หัวเราะ) พอล้มเราก็ช่วยเหลือกัน ได้เพื่อนกลับมาเพียบเลย”
 
           ระหว่างที่เราคุยกันบ่อยครั้งเบียร์ มักพูดเรื่องการฝึกขับขี่ นั่นทำให้เราสงสัยว่าอะไรกันที่ทำให้เธอเน้นหนักเรื่องการฝึกขี่ขนาดนี้ ทั้งๆ ที่เลเวลการขับขี่ของเธอนั้นเก่งไม่แพ้ใคร ทว่าหากมีเวลาว่าง และโอกาสเธอต้องไปเรียนเพิ่ม หรือไปทบทวนตลอด เหตุผลก็คือเธอมองว่าทักษะจำเป็นเสมอไม่ว่ามือใหม่หรือมือเก่า
 
         สมัยเป็นเซลส์ เห็นลูกค้าออกรถวันหนึ่งเป็นสิบๆ คัน แต่ก็มีอุบัติเหตุชนหนักกลับมาวันหนึ่งไม่ต่ำกว่า 3-4 คัน บางทีลูกค้าออกรถไปไม่กี่ชั่วโมง มีข่าวออกว่าเสียชีวิตแล้ว ข่าวแบบนี้เยอะมาก น่ากลัวและหดหู่นะ
 
         ฉะนั้นลูกค้าทุกคนที่ออกรถกับเรา จะแนะนำเขาให้ไปเรียนคอร์ส บางคนยังเด็กมาก พ่อแม่พามาซื้อรถ จะกังวลเป็นพิเศษ ขอให้เขาไปเรียน แทบจะจูงมือพาไปเรียนด้วยซ้ำ
 
          “มันมีหลายสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันระหว่างขับขี่โผล่มาเสมอถ้าเราพลาด จังหวะที่ไม่น่าจะล้มอาจล้มได้เพราะไม่มีประสบการณ์ บางจังหวะมัวแต่พะวงกับรถจนลืมโฟกัสเส้นทาง หลายอย่างไม่ถูกต้องและไม่ควรทำขณะขี่รถแต่เขาไม่รู้เพราะไม่มีใครสอน บางทีคิดว่าขี่เก่งแล้วไม่ต้องไปเรียน คิดผิดมากเลย ขี่ได้กับขี่เป็นต่างกัน”
 
           เธอหยุดแวะดื่มน้ำอีกรอบ เราพยักหน้าเป็นเชิงให้เล่าต่อ
 
           เชื่อเบียร์เถอะคนเก่งๆ เขายังไปเรียนกันเลย นักแข่งมืออาชีพยังหาเวลาไปเรียนกันเลย เพราะบนถนนมันไม่ใช่สนามฝึก สนามฝึกจริงๆ มีเปิดรับทุกคนมาได้เลย
 
          สังเกตไหมว่าเดี๋ยวนี้ผู้หญิงขี่บิ๊กไบค์มากขึ้น แล้วผู้หญิงขับขี่ดีกว่าผู้ชาย ไม่ค่อยมีข่าวว่าผู้หญิงขี่บิ๊กไบค์เจออุบัติเหตุ พวกเราขับด้วยความระวังทำให้ขับสุภาพกว่าผู้ชาย
 
          “อีกอย่างผู้หญิงไปเข้าคอร์สเรียนเยอะกว่าผู้ชายอีก เพราะโดยธรรมชาติผู้หญิงมีความกลัว ทำให้ต้องไปเรียน และขยันซ้อม จะได้ปลอดภัยต่อตัวเอง และคนรอบข้าง”
 
          เครื่องบันทึกเสียงถูกปิดไปนานแล้ว แต่เราทั้งคู่ยังนั่งคุยกันอยู่เรื่องเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ ก่อนที่จะขอตัวแยกย้ายกัน
 
          หนึ่งในคำถามที่เครื่องบันทึกเสียงไม่ได้อัดไว้ก็คือเราถามว่า เมื่อไหร่ที่คิดจะหยุด เลิกขี่แล้วไปใช้ชีวิตสบายๆ ไม่ต้องตากแดด ตากลม ตากฝุ่น เธอตอบคำถามเราได้ไม่ยาวมาก แต่เป็นคำตอบที่ชัดเจน
 
          “ไม่เคยคิดถึงวันนั้นเลย เบียร์ก็แค่อยากจะขี่ไปนานๆ”
 
เรื่อง : พลสัน นกน่วม , ภาพ : สรรค์ภพ จิรวรรณธร
 

KAWASAKI VERSYS 650

รถทัวร์ริ่งขนาดกลาง โมเดลใหม่วางขายไปเมื่อปี 2015 มีการปรับปรุงเพิ่มเติมหลายจุดได้แก่ ปรับรูปโฉมใหม่โดยไฟหน้าเป็นไฟคู่คล้ายกับคาวาซากิ นินจา 300
 
          ถังน้ำมันเพิ่มความจุอีก 2 ลิตร เป็น 21 ลิตร ปรับปรุงเฟรม และเครื่องยนต์ใหม่ ทำให้นิ่มมากขึ้น
 
          เครื่องยนต์สั่นน้อยลง รวมถึงแรงม้าเพิ่มขึ้น 5 ตัวเป็น 69 แรงม้า ปรับความสมดุลของน้ำหนักดีขึ้น ทำให้เข้าโค้งได้มั่นคง ชิลด์หน้าใหญ่ขึ้น ปรับระดับด้วยมือหมุน
 
          เบรกปรับปรุงใหม่ช่วยเพิ่มความมั่นใจขึ้น โช้คหน้าปรับปรุงใหม่จาก Showa และโช้คหลังสามารถใช้มือหมุนปรับ preload ได้