x

เรื่อง วรพจน์ พันธุ์พงศ์
  • ราวสักสี่ห้าโมง ไม่ใครก็ใครสักคนต้องไปก่อไฟ

         ​ยามเย็น และอากาศหนาวเป็นใจอย่างนี้ กองไฟเป็นองค์ประกอบสำคัญของการผ่อนคลาย ก่อนจะแยกย้ายกันเข้านอน

         ช่วงหน้าฝน ดินหญ้ารอบบ้านชื้นกว่านี้ ควันไฟช่วยไล่ยุงได้ดี แต่เข้าธันวาคมจวนจะปีใหม่ ยุงไม่ชุมหรอก คนยังต้องหาเสื้อกันหนาวหนาๆ สวมใส่ ยุงตัวแค่นั้นคงต้องหามุมอับซอกลับหนีหนาวกันบ้าง

         เป้าหมายของกองไฟจึงไม่ใช่ไล่ยุง ว่าที่จริง กิจกรรมปิ้งย่างกล้วยหักมุกที่สุกเต็มเครือจนกินไม่ทัน ต้องนำมาแปรรูปนั้นก็ไม่ใช่สาระหลัก อยู่ไปอยู่มากองไฟเป็นคล้ายพื้นที่เวทีของการสร้างเสริมและชำระล้างบางสิ่งบางอย่างในใจ เป็นกิจวัตรประจำวันที่เหมือนไม่จำเป็น แต่ถ้าขาดหายไปแล้วเหมือนชีวิตมันห้วนๆ ด้วนๆ ทำนองกินมื้อเช้าเสร็จแล้วไม่มีกาแฟดำตบท้าย
         กองไฟในสวนลับเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม ขนาดราวสักเมตรคูณเมตร ก่อด้วยดินอัดกันจนแน่น ถือว่าเป็นสัดส่วนดีอยู่ แม้ว่าเช้ามามักจะมีฝูงมดแห่กันมาแทะเล็มเศษอาหารที่ค้างอยู่ตามตะแกรงเหล็กที่ใช้รองปิ้งย่าง ยังไม่นับบรรดาหมาน้อยใหญ่ที่ไม่ได้รับเชิญจากสวนยางข้างๆ พักหลังเข้ามาหาของกินรอบๆ กองไฟบ่อยจนคุ้นหน้าคุ้นตาดีทุกตัว ไม่เลี้ยงก็เหมือนเลี้ยง ไม่มีก็เหมือนว่าจะมีพวกมันอยู่ในชีวิต
         บางวันมีอาหารเหลือติดจานก็เทใส่กระทงใบตองไว้ให้ ทั้งที่แต่เดิมพยายามใจแข็งว่าจะไม่ให้ เพราะไม่อยากเป็นภาระ แต่เห็นแววตาออดอ้อนและกิริยาเรียบร้อย เป็นมิตร ที่สุดก็อดใจไม่ไหว
         มีบ้างบางทีที่พวกมันตอบแทนด้วยการขโมยกล้วยปิ้งบนเตา นั่นเราก็ต้องโทษตัวเองว่า ไม่ระมัดระวังดีพอ
         ว่าแต่-กล้วยปิ้งเอ็งก็กินเหรอวะ
         กระดูกสันหลังของกองไฟคือฟืน แต่ละคืนใช้ฟืนจำนวนมาก ยิ่งอยู่ดึกก็ยิ่งสิ้นเปลือง ยังดีว่าบ้านป่าบ้านดอย ฟืนไม่ใช่ของหายาก เพียงแต่ต้องขยันตระเตรียม ว่างก็หาเลื่อยหามีดตัดไว้เป็นท่อน จัดกองให้เป็นที่เป็นทาง เวลามืดค่ำต้องการใช้จะได้สะดวก พวกไม้ลำไยในสวนเป็นเชื้อเพลิงที่ดี ไม้ที่หมาดๆ ยังไม่แห้งสนิท ติดไฟไม่ยาก และนานกว่าจะมอดดับ
         มีกองไฟย่อมมีผู้คน มันเป็นแรงดึงดูดที่ยากจะทัดทาน แรงดึงดูดที่รู้ตัวอีกทีเราก็นั่งอยู่รอบกองไฟเรียบร้อยแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านั้นอาจคิดไว้ว่าจะทำอย่างอื่น และพอได้นั่ง ได้พูดคุย ราตรีก็มีชีวิตล่องไหล เนิบช้า ปลอดโปร่ง
         คืนไหนจันทร์กระจ่างฟ้าก็ชี้ชวนกันชมจันทร์ คืนเดือนแรมก็พากันมองดวงดาว
         บ้านป่า พ.ศ. นี้ สัญญาณโทรศัพท์พอหาได้ อินเทอร์เน็ตแม้ว่าจะกระท่อนกระแท่นบ้าง รอบกองไฟบางคืนมีคนเปิดเพลงใน YouTube
         บางช่วงเวลาเลือกเล่นเพลงของเพื่อน เพลงที่เราเคยร้องเคยเล่นด้วยกัน นั่นทำให้ความคิดถึงเดินทางไกล
         เพื่อนนักร้องนักเขียนเดินนำหน้า ไปยังผาเดียวดาย
         ผมอยู่โคราชแท้ๆ มาเที่ยวเขาใหญ่ก็น่าจะเกินสิบครั้ง ไม่น่าเชื่อว่าไม่เคยหยุดรถ แวะเดินไปชมผาเดียวดายเลย
         อารมณ์ไหนไม่รู้ เที่ยวนี้นึกถึง และลองขับรถพากันไปดู
         จากที่ทำการอุทยานฯ ขึ้นไปอีกราวสักครึ่งชั่วโมงก็ถึง ทางดี รถโล่ง ยิ่งถ้าไม่ใช่วันหยุดลองวีกเอนด์ ยิ่งขับสบาย สองข้างทางเขียวชุ่มชื่นใจ มีป้ายบอกพิกัดชัดเจน จอดรถแล้วเดินเข้าไปไม่น่าเกินพันเมตร ก็จะเห็นหน้าผาตระหง่าน
         สุดขอบของภูเขาลูกหนึ่ง เบื้องหน้าคือเทือกเขายาวเหยียด เต็มตา
         เป็นจุดถ่ายรูปที่คนไม่ชอบถ่ายนักยังอุตส่าห์ควักล้วงหาอุปกรณ์มาจดบันทึกช่วยความทรงจำ ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวมาแวะไม่นาน มาถึงถ่ายรูป ชื่นชมว่าสวยอย่างนั้นอย่างนี้ และจากไป ทั้งที่ทางเขาใหญ่ก็ออกแบบทำเลที่นั่งไว้เหมาะสมกลมกลืน เข้ากับสภาพแวดล้อมภูมิประเทศ วันที่ฟ้าและแดดเป็นใจน่าใช้เวลาที่นี่นานๆ
         ต้นไม้น่าดู ทิวทัศน์ยิ่งใหญ่อลังการ และผู้คนก็ไม่แออัดยัดเยียดเกินไป เพราะไม่ใช่สถานที่ยอดนิยม
         นอกจากผา สิ่งที่ผมชอบมากคือบันไดไม้ ทางเดินที่ตัดลัดเลาะไปชมธรรมชาติ
         ปกติบันไดมักถูกมองข้าม เราสนใจเป้าหมายถัดจากนั้นกันมากกว่า บันไดมันเป็นเพียงทางผ่าน ยิ่งเป้าหมายสำคัญ บันไดก็คล้ายยิ่งไร้ค่า ไม่มีใครให้เวลาจ้องมอง ไม่ใช่สิ่งสำคัญ
         ทั้งๆ ที่ถ้าไม่มีบันได เราหรือจะเดินไปสู่เป้าหมายนั้นได้
         เราต่างผ่านบันไดกันมามาก บางแห่งถูกออกแบบจัดวางไว้ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง บางแห่งยอดเยี่ยม คลาสสิก สวยจับใจ ทว่าป่ายปีนยากลำบาก
         ผมเคยขึ้นบันไดตึกเก่าในปารีส และพบว่าวัยสี่สิบกลางๆ ของตัวเองเริ่มเป็นเงื่อนไขว่าควรจะหยุดพัก การตั้งหน้าตั้งตาเดินรวดเดียวจนถึงชั้นหกเลยนั้น นอกจากจะไม่ฉลาด ยังอาจทำให้หายใจไม่ทัน เพื่อนพี่น้องผู้เช่าอาศัยเล่าด้วยรอยยิ้มว่า บางวันลงมาถึงถนนแล้วนึกขึ้นได้ว่าลืมข้าวของ ก็ต้องตัดใจ ถ้ามันไม่จำเป็นถึงขั้นคอขาดบาดตาย ไว้วันหลังค่อยว่ากันดีกว่า
         ขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้มันทรมานเกินไป
         ย่อมต้องมีแน่นอนที่บางเราประทับใจบันไดที่ไหนสักแห่ง อย่างที่ปารีสก็นับเป็นความตราตรึงประการหนึ่ง แต่บันไดไม้ธรรมดาๆ ที่ผาเดียวดายทำให้ผมคิดเกี่ยวกับมันมากขึ้นสนใจทั้งทางรูปธรรมและนามธรรม
         ไม่ต้องพูดถึงที่สูงๆ ซึ่งบันไดเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ (แม้จะมีลิฟต์ก็เถอะ แต่บันไดหนีไฟก็จำเป็นเสมอ) เพียงที่ลาดชัน บันไดคือเครื่องมือที่ผ่อนแรง ลดการเสียดกระแทกข้อเข่า และรักษาจังหวะการหายใจ
         บันไดดีๆ ทำให้เราลืมไปเลยว่ากำลังขึ้น-ลงที่ลาดชันเพราะมันสบาย
         แต่ก็อีกนั่นแหละ บันไดคงคล้ายๆ อากาศ ยิ่งสบายมากเท่าไรเราก็ยิ่งมองข้าม เดินข้าม จนมองไม่เห็นว่ามันสำคัญ
  • “นี่ถ้าจะมีบ้าน คงทำแต่ระเบียงกับบันได” เพื่อนนักร้องนักเขียนพูดดักคอ
         ภาพที่ผมนั่งพับเพียบลูบๆ คลำๆ บันไดที่ผาเดียวดาย ทำให้เขาหัวเราะไม่หยุด
        ใครคนอื่นเขาตื่นตะลึงหน้าผา อีตาบ้านี่พร่ำเพ้อถึงแต่บันไดไม้เนื้อแข็ง อยากได้ อยากมี อยากเปลือยเท้าสัมผัส
         แต่เดิม มากบ้างน้อยบ้างในหมู่พวกเราต่างมีความหลังกับระเบียงมายาวนาน
         นอกชาน--คนบ้านผมเรียกแบบนี้มากกว่า ไม่มีใครใช้คำว่าระเบียง เช้าๆ เย็นๆ หรือค่ำคืนที่ไม่มีฝน ทุกคนจะนั่งๆ นอนๆ กันอยู่แถวนอกชาน มันเป็นพื้นที่เปิดที่ผ่อนคลายและเอื้อต่อการพูดคุย หรือจะนั่งคิดอะไรเงียบๆ ก็เพลิดเพลิน
         นอกชานมีพลังงานบางอย่างเหมือนกองไฟ
        ในเซ้นส์ความเป็นสาธารณะหรือส่วนรวม ก็มีความเป็นส่วนตัว มีอากาศ มีที่ว่าง ชอบอยู่โดยลำพังก็นั่งนอกชานได้ ชอบโซเชียลไลฟ์ กองไฟหรือนอกชานก็ตอบโจทย์
         คนชอบทั้งเรื่องเล่าและการอยู่โดยลำพังอย่างผมจึงใฝ่ฝันจะมีระเบียงโล่งๆ กว้างๆ ไว้ตากลมชมดาว
         พญาอินทรีในสวนอักษร ’รงค์ วงษ์สวรรค์ เคยบอกผมว่าปรัชญาการสร้างบ้านข้อแรกๆ คือชอบอะไรก็ทำสิ่งนั้นใหญ่ๆ เช่น ใครชอบนอนก็ทำห้องนอนกว้างๆ ชอบกินก็ทำห้องครัวกว้างๆ (ผมถามเขาว่าแล้วสวนทูนอิน ห้องไหนกว้างที่สุด เขาตอบว่าเราชอบเล็กๆ --เป็นคำตอบที่จะว่าไม่จริงก็ไม่เชิง ถิ่นถ้ำพญาอินทรีงดงามสง่า บางมุมดูเย่อหยิ่งอลังการ สะท้อนรสนิยมวิไล ทว่าในเวลาเดียวกันก็มีประกายความสมถะสันโดษ) 
         อย่างไม่ต้องสงสัย, ถ้ามีบ้าน วันหนึ่งถ้ามี คนสันหลังยาวอย่างผมคงมีบ้านที่ระเบียงกว้างมาก
         มีหลังคาสักซีกเสี้ยว เผื่อวันฝนตก มีต้นไม้ด้วยดีกว่า ปล่อยให้ระเบียงโอบล้อมต้นไม้ใหญ่...
  • อุณหภูมิลดลงเรื่อยๆ จากยี่สิบ เหลือสิบหก สิบสี่ วันนี้สิบสามองศา กองไฟคุโชนแต่หัววัน พอหกโมงเศษๆ มองภูเขาทางทิศตะวันออก พระจันทร์เดือนธันวาคมสุกสว่าง
         พอคนหนึ่งหยิบโทรศัพท์มาถ่ายภาพ อีกคนก็กระวีกระวาดหามาถ่ายบ้าง ถ่ายเสร็จก็บ่นเบาๆ ว่าไม่สวยเท่าของจริง
         กิจกรรมปิ้งย่างคืนนี้อุดมสมบูรณ์ มีทั้งปีกไก่ ปลานิล ไส้กรอก มันอ้อน กล้วยหักมุก จากเตาเดียว ขยายเพิ่มเป็นสองเตา เพลงของเพื่อนที่โหลดไว้ในโน้ตบุ๊คให้ความรู้สึกสุขใจ เสียงพูดคุย หยอกล้อ หัวเราะ ดังแทรกเสียงเพลงเป็นระยะ
         หมาเพื่อนบ้านวนเวียนมานั่งส่งสายตาเว้าวอนขอส่วนแบ่ง รอคนใจไม่แข็งแบ่งปันอาหาร
         บ้านหลังน้อยบนเนิน--ที่มีคนช่างจินตนาการ แซวว่าเหมือนศาลพระภูมิ วางเสาและมุงหลังคาเสร็จแล้ว กำลังเริ่มปูพื้นกระดาน จากนั้นค่อยหาตำแหน่งติดตั้งประตู หน้าต่าง
         นโยบายทำไป ออกแบบไป ยังทำงานอย่างเข้มแข็ง
         ช่างซึ่งเป็นแฟนน้องสาวเพิ่งทำบ้านหลังแรก เจ้าของก็เพิ่งริอ่านมีบ้านหลังแรก นับว่าถูกคู่ ต่างฝ่ายต่างเป็นครั้งแรกของกันและกัน
         กินดื่มได้ที่ เพื่อนพี่น้องบางคนถือแก้วเบียร์มานั่งมองจันทร์บนบ้านวัยอนุบาล มุมนี้เห็นชัด มุมนี้ต้นขนุนบังหมดเลย หน้าต่างน่าจะวางตรงนี้นะ ตกลงบันไดอยู่ทางไหน ฯลฯ
         ว่าอะไรมา ก็ฟัง (เชื่อไม่เชื่ออีกเรื่องนะ) ถามอะไรมา ถ้าตอบได้ก็ตอบ จำหลักการได้ใช่ไหมว่าทำไปคิดไป
         ดึกดื่น ทุกคนแยกย้ายเข้านอนกันหมด คนเป็นเจ้าของยืนอยู่เดียวดาย เพ็ญเดือนอ้ายส่องมองเห็นลายมือ ไหนล่ะระเบียงกว้างๆ ไม่เห็นมี ไหนล่ะบันไดไม้เนื้อแข็ง ไม่เห็นมี ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะวางตรงไหน
         ตามแบบที่ทำไปคิดไป ระเบียงกว้างๆ ก็ยังจะไม่มีจริงๆ บันไดยังไม่สรุป คงมี แต่อาจใช้วิธีวางวัตถุอะไรสักอย่าง เพื่อให้ย่างก้าวเข้าบ้านง่าย เบื้องต้นจริงๆ จึงอาจยังไม่มีบันได
         ความหวังและความฝันถึงบันไดและระเบียงยังอยู่ในสายลม
         คืนนี้ว่างเปล่า เช่นเดียวกับพรุ่งนี้ หรือบางทีก็อาจไม่เป็นจริงขึ้นมาเลย
         โศกเศร้าหรือ... ทดท้อหรือ... คำตอบคือเปล่าเลย ระเบียงไม่ได้หมายความเพียงแผ่นไม้แผ่นปูน เช่นเดียวกับบันได
         ไม่มีระเบียงไม้ เราอาจมีพื้นที่ผ่อนคลายอื่นๆ ไม่มีบันได เราอาจมีมือใครสักคนรอบข้างที่พาก้าวข้ามไปสู่ความหวัง ความฝัน หรือช่วยกันทำมันขึ้นมา
         กองไฟโรยล้าลงเรื่อยๆ เฉพาะคืนนี้หรอก พรุ่งนี้ไม่ใครก็ใครเป็นต้องก่อใหม่ มันเป็นเรื่องราวสามัญชีวิต
         ถ้าจุดก็ต้องติด ดับก็จุดใหม่
         ตราบเท่าที่ไฟปรารถนายังไม่ราแสง.