Connect with us

Subscribe

Life

ความตายในเดือนตุลาคม

เรื่อง : วิทยากร โสวัตร

ผมไม่กล้าเขียนบทความนี้ในคืนวันที่ 9 ตุลาคม ทั้งที่ตั้งใจไว้แล้ว เมื่อรู้ว่าเป็นวันตายของคนๆ หนึ่ง ผมนั่งแช่อยู่บนเก้าอี้นานค่อนคืน ในส่วนลึกของความรู้สึก ผมกำลังสงบนิ่งให้แก่ดวงวิญญาณของ เช เกวารา

วูบหนึ่งผมอยากรู้ว่าวีรบุรุษอย่างเชรู้สึกต่อความตายอย่างไร

…ในตอนแรกเชคิดว่าอย่างไรเสียตนก็คงไม่ถูกยิงตาย แต่เมื่อรู้ว่าจะต้องตายแน่ ไป๊ป์ที่คาบอยู่ก็หล่นจากปาก แต่เมื่อรู้ตัวก็รีบยืนท่าขึงขังและขอยาเส้นใส่กล้องใหม่ รอยแผลที่ขาของเชใหญ่มาก แต่ดูเหมือนเชจะไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรอีกในตอนนั้น เมื่อรู้ว่าชีวิตของตนกำลังจะสิ้นไป  เชก็ปลงตกและยอมรับชะตากรรมอย่างสุขุม โดยไม่ขอร้องอะไรเป็นพิเศษก่อนตาย  (เมื่อเชไปตายที่โบลิเวีย (ซีไอเอ ลับสุดยอด), สุทธิชัย  หยุ่น แปล)

ครั้งหนึ่งผมเคยนั่งต่อหน้าเสกสรรค์ ประเสริฐกุล ระหว่างที่ดื่มชาและสนทนาเรื่องความตายกัน ท่านอาจารย์จุดบุหรี่ Marlboro LIGHTS และเปรยขึ้นว่า

“ในวัยหนุ่ม ผมคิดถึงการตายแบบเช”

กังวานเสียงนั้นทำให้รสนุ่มของชาอูหลงเข้มข้นขึ้น ในบทสนทนาเคล้ากับควันสีจางของบุหรี่ต่อจากนั้น เสกสรรค์ ประเสริฐกุล พูดถึงความตายราวพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์

บางทีผมก็คิดว่าคนอย่าง เช เกวารา หรือ จิตร ภูมิศักดิ์ หรือแม้แต่ แซงเต็ก ซูเปรี ในวัยหนุ่มคนเหล่านี้คิดถึงความตายบ้างไหมหรือวาดฝันรูปแบบการตายไว้อย่างไร

อาจเป็นเพราะตุลาคมผูกโยงอยู่กับเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 และ 6 ตุลา 2519 ความยะเยือกหนาวของลมหนาวแรกที่พัดมาในเดือนตุลาคมจึงทำให้ผมคิดถึงความตาย  จะว่าไปแล้ว หนุ่มสาวที่ตายไปในเดือนตุลาคมทั้งสองเหตุการณ์ก็ล้วนมีหัวใจแบบเดียวกับเช

การเดินทางไปสู่ความตายของเชในกาฬทวีปและจบลงที่โบลิเวียนั้น  ทุกๆ ก้าวเท้าของเขาคงเป็นหนึ่งเดียวกับแววตาที่มุ่งมั่นและหัวใจที่เปี่ยมหวังถึงการปลดปล่อยประชาชนออกจากความทุกข์ยาก ให้ลืมตาอ้าปากและหยัดยืนขึ้นในสังคมด้วยฐานะมนุษย์ที่เท่าเทียมกันและเป็นพี่น้องกัน

…พอเริ่มมืด พวกทหารได้ย้ายเชออกจากบริเวณที่มีการปะทะกัน โดยทหารโบลิเวียสองคนต้องช่วยกันพยุงเชขึ้นเขา คืนนั้น เชถูกจับมัดให้นอนอยู่บนพื้นดินในโรงเรียนที่ฝาผนังทำด้วยดินในลา ฮิเกรา โดยมีศพอีกสองศพนอนอยู่ถัดไป ในขณะที่อีกห้องเป็นที่คุมขังคนที่ช่วยเชหนี

เวลาประมาณทุ่มครึ่ง ผู้พันเซลิชได้วิทยุถามทางกองบัญชาการว่าจะทำอย่างไรกับเช  ทางหน่วยเหนือแจ้งว่าให้ควบคุมตัวไว้จนกว่าจะมีคำสั่งใหม่ จากนั้นนายทหารก็เข้าไปสอบสวนเช  ผู้พันเซลิชได้บันทึกไว้ว่า

“คอมมานดันเต (ตำแหน่งหัวหน้าในหน่วยรบของคิวบา)  คุณดูเครียดมาก ช่วยบอกหน่อยว่าทำไมคุณถึงเครียด?”

เชตอบว่า  “ผมแพ้ ทุกอย่างจบสิ้น  และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้คุณเห็นผมอยู่ในสภาพนี้”

ผู้พันถามว่าทำไมเขาจึงเลือกปฏิบัติการในโบลิเวีย? แต่เชเลี่ยงที่จะตอบคำถาม ด้วยการยกย่องให้ความสำคัญแก่การปกครองแบบสังคมนิยมในละตินอเมริกา  ผู้พันเลยตัดบท ต่อมาผู้พันเลยกล่าวหาว่าเชนำกองกำลังต่างชาติเข้ามารุกรานโบลิเวีย เชมองศพเพื่อนที่อยู่ใกล้ๆ แล้วกล่าวว่า

“ผู้พันดูนั่น เด็กๆ พวกนี้มีทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาอยากได้ในคิวบา ถึงขนาดนั้นพวกเขาก็มาตายอย่างหมา”

พอผู้พันถามว่าเชเป็นคนชาติไหน?  คิวบาหรืออาร์เจนตินา? เชตอบว่า

“ผมเป็นชาวคิวบา อาร์เจนตินา โบลิเวีย เปรู เอควาดอร์ และอื่นๆ… คุณเข้าใจไหม?”

“ทำไมคุณถึงเลือกมาปฏิวัติในประเทศของเรา?”

“คุณไม่เห็นหรือว่าสภาพชาวนาที่นี่เป็นยังไง?  คนพวกนี้อยู่อย่างคนป่า สภาพความเป็นอยู่ก็ยากจน  น่าเศร้าใจเหลือเกิน มีห้องไว้ห้องเดียวเอาไว้ทั้งนอนและทำอาหาร  ไม่มีเสื้อผ้าใส่ ถูกปล่อยปละละเลยอย่างกับสัตว์”

ผู้พันสวนไปว่า  “คิวบาก็อยู่ในสภาพเดียวกัน”

“ไม่จริง  ผมไม่ปฏิเสธว่าคิวบาไม่มีความยากจน  แต่อย่างน้อยชาวนาก็ยังมีความหวังว่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้น  ไม่เหมือนชาวนาโบลิเวียที่ไม่มีความหวัง ราวกับว่าชีวิตมีแค่เกิดแล้วก็ตาย  ไม่มีโอกาสที่จะได้เห็นสภาพชีวิตที่ดีกว่านี้”

บ่ายโมงสิบนาทีของวันที่ 9 ตุลาคม 1967 เวลาในโลกนี้ของนักปฏิวัติผู้ยิ่งยง จบสิ้นลงแล้ว… (เช เกวารากับความตาย, ธเนศ  วงศ์ยานนาวา)

มันอาจเป็นข้อดีหรือเป็นพรจากสวรรค์ที่เชได้ตายไปก่อนที่จะมีชีวิตอยู่ต่อมาอีกสองทศวรรษเพื่อเห็นการล่มสลายของประเทศสังคมนิยมและแปรเปลี่ยนไปสู่วิถีของทุนนิยม มันจะกลายเป็นปัญหาเชิงอภิปรัชญาทันทีเมื่อเราตั้งคำถามว่าถ้าเช เกวาราหรือแม้แต่จิตร ภูมิศักดิ์ มีชีวิตมาถึงวันนี้เขาจะเปลี่ยนขั้วความคิดและจุดยืนไปสมาทานกับด้านตรงข้ามที่เขาเคยปฏิเสธและต่อสู้เอาชีวิตเข้าแลกหรือไม่

ในแง่นี้เชโชคดีกว่าคนหนุ่มสาวของเดือนตุลาคมที่รอดชีวิตมาถึงวันนี้ ที่ 30 กว่าปีต่อมาจะพบว่าเพื่อนอีกส่วนหนึ่งที่เคยมีหัวใจแบบเชเหมือนกันและผ่านสมรภูมิเดียวกันกลับยืนมองการฆ่าเพื่อนและประชาชนที่พวกเขาเคยต่อสู้และอุทิศตนให้กลางกรุงในช่วงเมษา-พฤษภา 2553  และตายเป็นเบืออย่างเฉยเมย เพื่อนหลายคนสะใจ และเพื่อนอีกหลายคนสนับสนุนและอยู่ฝ่ายเดียวกับกลุ่มที่ลงมือฆ่า และต่อมายังล้มล้างระเบียบปฏิบัติของวิถีประชาธิปไตยที่ทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดีขึ้น!

ผมผ่านเมื่อคืนไปได้ด้วยการขนหนังสือที่เกี่ยวกับ เช  เกวารา มากองรวมกันและก็เปิดอ่านและอะไรไม่รู้ที่ทำให้ผมอ่านฉากการเดินทางไปสู่ความตายและจังหวะเผชิญหน้ากับความตายของเขาในทุกๆ เล่ม ซ้ำไปซ้ำมา…

วันนั้น,  ผมมองฮีโร่ที่ก้าวเข้าสู่วัยชราของผม  เขานั่งไขว่ห้าง หลังพิงพนักเก้าอี้ ต้นแขนและข้อศอกซ้ายวางบนพนัก  นิ้วคีบบุหรี่ เรากำลังสนทนากันเรื่องความตาย ช่วงหนึ่งเขาเปรยถึงเวลาชีวิตที่เหลืออยู่อีกไม่นานและสมรภูมิที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ณ ตอนนี้คือการเผชิญกับความตาย

“คุณจำฉากหนึ่งในชีวประวัติของหลวงปู่ดุลย์  อตุโล ได้ไหม ตอนที่ท่านไปบอกกับพระชราที่กำลังป่วยหนักและกำลังจะตายว่า ‘ที่เราปฏิบัติฝึกตนมาตลอดก็เพื่อจังหวะเวลานี้แหละ’  ผมประทับใจฉากนี้มาก  และพยายามฝึกตัวเองเพื่อเตรียมเผชิญความตายให้ได้แบบนั้น”

นานหลายปีแล้วที่ผมไม่ได้พบครูทางจิตวิญญาณของผมท่านนี้  แต่ทุกๆ ครั้งที่คิดถึง ผมมักจะได้ยินบทสนทนาของเราในเรื่องความตาย 

บางทีผมก็รู้สึกว่าความตายนั้นกำหนดชีวิต 

และการคิดถึงความตายอยู่เนืองๆ ก็เป็นการกำหนดวิถีและรูปแบบของชีวิต.

Written By

ถ้าพระเจ้าให้ฟื้นจากความตาย คุณจะทำอะไรกับชีวิต

Life

Advertisement
Connect
Newsletter Signup