7.84K
คนดูทั้งหมด
หลักฐานใหม่ยืนยันไดอารีสารภาพบาปของ “Jack the Ripper” เป็นของจริง
Update : Aug 08, 2017
เมื่อปี 1993 ได้มีการพิมพ์เผยแพร่บันทึกไดอารีฉบับหนึ่งออกมา โดยผู้เขียนยืนยันว่าตัวเองคือ “แจ็คเดอะริปเปอร์” (Jack the Ripper) ฆาตกรต่อเนื่องชื่อดังที่ชอบฆ่าหั่นศพโสเภณีในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลายรายเชื่อว่าไดอารีฉบับนี้่เขียนขึ้นโดย “เจมส์ เมย์บริก” (James Maybrick) พ่อค้าฝ่ายผู้มีชื่อเสียงจากเมืองลิเวอร์พูล
 
อย่างไรก็ดี ยังมีอีกหลายคนที่ติดตามเรื่องของแจ็คเดอะริปเปอร์ที่ไม่ปักใจเชื่อว่า เมย์บริกคือแจ็คตัวจริง และไดอารีฉบับดังกล่าวก็อาจจะเป็นของปลอม แต่ล่าสุดจากความพยายามค้นคว้าของ บรูซ โรบินสัน (Bruce Robinson) ผู้อำนวยการสร้างและนักเขียนบทภาพยนตร์ซึ่งติดตามข้อมูลเรื่องนี้มานาน ก็ได้หลักฐานใหม่ที่จะช่วยยืนยันได้ว่า ไดอารีที่ถูกตีพิมพ์เป็นครั้งแรกเมื่อราว 25 ปีก่อนเป็นของจริง 
 
สำหรับเรื่องราวของแจ็คเดอะริปเปอร์โดยย่อก็คือ เขาคือฆาตกรที่ก่อเหตุฆ่าผู้หญิงอย่างน้อยห้าราย ทั้งหมดเป็นโสเภณี สถานที่เกิดเหตุอยู่ในย่านไวต์ชาเปล (Whitechapel) ในฝั่งอีสต์เอนด์ (East End) ของกรุงลอนดอน เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นระหว่างเดือนสิงหาคมถึงพฤศจิกายน 1888 (พ.ศ.2430) แต่ก็มีเหตุฆาตกรรมอื่นที่เกิดระหว่างปี 1888-1892 ที่ถูกนำไปเชื่อมโยงกับแจ็คอยู่เช่นกัน
 
ศพที่ตกเป็นเหยื่อของแจ็คต่างอยู่ในสภาพถูกกรีดที่คอ และร่างกายก็ถูกชำแหละทำให้หลายคนเชื่อว่า ตัวตนที่แท้จริงของแจ็คน่าจะเป็นคนที่มีพื้นความรู้ด้านกายวิภาคอยู่พอสมควร 
 
(ซ้าย) ภาพ “ผู้ต้องสงสัย” จากหนังสือพิมพ์ Illustrated London News ฉบับวันที่ 13 ตุลาคม 1888, (ขวา) ชายรายหนึ่งมองภาพของบรรดาผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็น “แจ็คเดอะริปเปอร์” ภาพจากนิตยสาร Puck 
 
ส่วนเจมส์ เมย์บริก ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเจ้าของไดอารีสารภาพบาปเจ้าปัญหานั้นเป็นพ่อค้าฝ้ายผู้ร่ำรวยจากลิเวอร์พูลซึ่งเสียชีวิตในปี 1889 สาเหตุความตายของเขา ศาลในสมัยนั้นตัดสินว่าภรรยาของเขา “ฟลอเรนซ์” (Florence) คือผู้ที่ปลิดชีวิตสามีตัวเองด้วยการวางยาพิษ (แต่ผู้ศึกษาเรื่องแจ็คเดอะริปเปอร์หลายคนไม่เชื่อถือคำพิพากษาดังกล่าว - เช่นโรบินสันที่เชื่อว่าฆาตกรตัวจริงน่าจะเป็นพี่น้องของเจมส์ เมย์บริกเองซึ่งวางแผนอำพรางคดีโดยโยนบาปให้กับฟลอเรนซ์)  
 
ต่อมาไดอารีที่เชื่อกันว่าเป็นของเมย์บริกก็ได้ตกมาถึงมือของ ไมค์ บาร์เร็ต (Mike Barret) อดีตพ่อค้าเศษเหล็กจากลิเวอร์พูล โดยบาร์เร็ตอ้างว่าเขาได้รับบันทึกดังกล่าวมาผ่านทางครอบครัวของเพื่อนอีกที ก่อนตกมาถึงมือ โรเบิร์ต สมิธ (Robert Smith) ผู้พิมพ์ไดอารีฉบับนี้ออกเผยแพร่ในปี 1993
 
สมิธกล่าวว่า ในเบื้องต้น บาร์เร็ตไม่ได้เปิดเผยที่มาที่แท้จริงเพราะกลัวว่าจะถูกดำเนินคดี แต่แท้จริงแล้วบันทึกดังกล่าวน่าจะถูกค้นพบในบ้านของเมย์บริกเอง โดยช่างไฟฟ้าของบริษัท Portus & Rhodes Ltd ที่ได้รับการว่าจ้างให้เข้ามาจัดการระบบไฟในบ้านที่เคยเป็นของเมย์บริกในปี 1992
 
ในบรรดาคนงานที่เข้ามาดำเนินการในคราวนั้นมีชายชาวท้องถิ่น 3 รายคือ อาร์เธอ ริกบี (Arthur Rigby) เจมส์ คูโฟปูลอส (James Coufopoulos) และเอ็ดดี ลีออนส์ (Eddie Lyons) รวมอยู่ด้วย ซึ่งจากหลักฐานใหม่ที่เพิ่งค้นพบคือตารางงานของ Portus & Rhodes Ltd ระบุว่า ในเช้าวันที่ 9 มีนาคม 1992 ทั้ง ริกบี และคูโฟปูลอส ต่างก็เข้าทำงานที่บ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่บาร์เร็ตติดต่อไปทาบทาม โดรีน มอนต์โกเมอรี (Doreen Montgomery) ตัวแทนสำนักพิมพ์ในลอนดอนว่าสนใจไดอารีของ “เดอะริปเปอร์” หรือไม่ โดยเป็นไปได้ว่า ลีออนส์อาจนำไดอารีที่พบในบ้านของเมย์บริกไปให้กับบาร์เร็ต เนื่องจากทั้งคู่ต่างก็เป็นขาประจำของผับแห่งหนึ่งในย่านแอนฟิลด์ซึ่งบาร์เร็ตป็นที่รู้จักประจำร้านพอสมควร และด้วยความที่เขามักจะออกตัวว่าเป็นนักเขียน (เขาเคยเขียนปริศนาสำหรับเด็กเป็นครั้งคราว) บรรดาช่างไฟที่พบไดอารีดังกล่าวเข้าจึงหวังใช้บาร์เร็ตเป็นคนกลางเพื่อหาทางขายหากำไร
 
“ตอนแรกที่ไดอารีโผล่มา ไมค์ บาร์เร็ตไม่ได้ให้คำอธิบายที่น่าพอใจว่าเขาได้มาจากไหน แต่หลังจากการค้นคว้าอย่างมุมานะหลักๆ โดยบรูซ โรบินสัน ตอนนี้เราสามารถแสดงร่องรอยที่พาเรากลับไปสู่บ้านของเมย์บริกเองโดยตรง” สมิธกล่าวก่อนเสริมว่า “หลักฐานใหม่ที่ไม่อาจโต้แย้งยืนยันว่าในวันที่ 9 มีนาคม 1992 ไดอารีดังกล่าวได้ถูกเคลื่อนย้ายออกจากพื้นห้องซึ่งเคยเป็นห้องนอนของเจมส์ เมย์บริกในปี 1889 ก่อนถูกนำไปเสนอให้กับเอเยนต์จากลอนดอนในวันเดียวกัน ได้ลบล้างข้อพิจารณาอื่นๆ ถึงความจริงแท้ของมัน”  (Telegraph)
 
ทั้งนี้ หลังจากที่ไดอารีดังกล่าวถูกเผยแพร่ครั้งแรกในปี 1993 มีผู้ตั้งข้อสงสัยว่าเป็นของปลอมอยู่มาก ทางบาร์เร็ตเองก็เคยลงชื่อในคำให้การที่ระบุว่าเขาแต่งเรื่องขึ้น ก่อนที่จะถอนคำให้การดังกล่าว ส่วนช่างไฟสามคนที่ถูกพาดพิงต่างก็ปฏิเสธว่าไม่เองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการค้นพบไดอารี แต่ปากคำของทั้งสามก็มีส่วนที่แตกต่างกันอยู่ และแม้ว่าไดอารีฉบับดังกล่าวจะเป็น “ของจริง” (เมย์บริกเขียนเองจริง) ข้อถกเถียงว่า “แจ็คเดอะริปเปอร์” ตัวจริงเป็นใครก็อาจจะยังไม่จบง่ายๆ (เพราะผู้เขียนคำสารภาพก็ใช่ว่าจะพูดความจริงเสมอไป) 

GM Multimedia Group PLC.
GM Live © 2017