เรื่อง: ผิน ทุ่งคา
 
การข่าวสมัยก่อนไม่ได้มีโครงข่ายโยงใยเป็นอินเตอร์เน็ต เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในดินแดนที่ห่างออกไปเป็นพันๆ กิโลเมตร จึงอาจไม่เคยไปถึงหูของคนอีกฝั่งหนึ่งก็ได้ 
 
เหมือนเหตุการณ์เสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 2 ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อราวเดือนเมษายน พ.ศ. 2310 "จีน" ประเทศที่มีสัมพันธ์ทางการทูตมาอย่างยาวนานของกรุงศรีอยุธยา ก็ไม่ได้รู้เลยว่าได้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ทั้งที่เวลาได้ล่วงเลยไปแล้วกว่าสามเดือน
 
หลักฐานปราฏอยู่ใน “ชิงสือลู่” บันทึกของฝ่ายจีนลงวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2310 ปีที่ 32 แห่งรัชศกเฉียนหลง เมื่อฝ่ายจีนวางแผนที่จะกำราบ “เหมี่ยนเตี้ยน” (พม่า) ให้ราบคาบในช่วงปลายปีเดียวกันนั้น หลังได้ทำสงครามติดพันกับฝ่ายพม่ามาแล้วกว่า 2 ปี จึงหวังว่ากรุงศรีฯ จะได้ช่วยเป็นหูเป็นตา หากกษัตริย์พม่าหลบหนีมาก็ขอให้ช่วยจับกุมตัวไว้
 
ภาพประกอบ: จักรพรรดิเฉียนหลง (ภาพเขียนสมัยศตวรรษที่ 18 โดย Giuseppe Castiglione, via Wikimedia Commons)
 
“ประเทศนั้น [กรุงศรีอยุธยา] ได้รับตราตั้งมาช้านาน ถือว่ามีความจริงใจแลนบนอบตลอดมา อีกทั้งยังทำสงครามกับหัวหน้าเหมี่ยนเตี้ยนทรชนติดต่อกันหลายปีเป็นคู่อริกัน บัดนี้พระเจ้ากรุงต้าฉิ้งผู้ใหญ่โปรดให้ระดมทัพใหญ่ เหล่าทหารเข้มแข็งเกรียงไกร หาจำต้องให้ประเทศนั้นทำศึกสนับสนุนอย่างใดไม่ แต่เกรงว่าเมื่อถูกถล่มจนรังแตกแล้ว หัวหน้าเหมี่ยนเตี้ยนอาศัยสำเภาออกทะเลไปแดนไกล หรือเข้าไปในเขตแดนประเทศสยาม ดังนั้น ประเทศนั้นจักต้องคอยสืบข่าวคราวอย่างเต็มที่ ติดตามจับกุมให้เต็มกำลัง เพื่อแสดงความนอบน้อมต่อราชสำนักจีน
 
ทางจีนยังขู่กรุงศรีฯ (ซึ่งสิ้นแผ่นดินไปแล้ว) ว่า “แต่ถ้าหากซุกซ่อนหรือชักช้าทำให้หัวหน้าดังกล่าวหลบหนีไปอยู่เกาะอื่น ย่อมต้องถือว่าประเทศนั้นไม่ควรได้รับความกรุณาอันยิ่งของพระเจ้ากรุงต้าฉิ้งผู้ใหญ่ เท่ากับหาเรื่องให้ถูกตำหนิ ประเทศนั้นต้องถูกติดตามเอาผิดแลจักเสียใจภายหลัง”
 
ภาพประกอบ: วัดพระศรีสรรเพชญ์ พระนครศรีอยุธยา (Getty Images)
 
การประเมินของฝ่ายจีนจึงผิดพลาดอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ไม่รู้ว่ากรุงศรีฯ ได้สิ้นแผ่นดินไปก่อนแล้ว และยังคิดว่าจะกำราบ “เหมี่ยนเตี้ยน” ได้ไม่ยาก แต่สุดท้ายความพยายามทุกครั้งล้วนประสบความล้มเหลว และสร้างความเสียหายเป็นอย่างมากให้กับกองทัพจีน
 
แต่การที่พม่าและจีนตั้งแง่เป็นศัตรูกันยาวนานนับทศวรรษแม้จะตกลงยุติการสู้รบไปแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2312 ก็ส่งผลดีทำให้กรุงธนบุรีของพระเจ้าตากสินมหาราชได้ตั้งตัวเป็นปึกแผ่น และขยายอิทธิพลครอบคลุมดินแดนได้เทียบเท่าสมัยกรุงศรีอยุธยา
 
 
***ติดตามเนื้อหาจาก GM Live จากช่องทางเหล่านี้

 

และ Line@ กดติดตามที่ด้านล่าง

เพิ่มเพื่อน