เรื่อง : รัชนิพงศ์ วรศะริน
 
ชะตากรรมของเด็กหนุ่มชาวอาเจนไตน์กับคำถามว่าเขาจะก้าวมาเป็นพระเจ้าลูกหนังคนใหม่แทนมาราโดนาได้หรือไม่
 
"อาร์เจนติน่าไม่ได้ติดหนี้บุญคุณเมสซี่ในการได้ไปฟุตบอลโลก แต่โลกของฟุตบอลและฟุตบอลโลกต่างหากที่เป็นหนี้บุญคุณเขา ฟุตบอลโลกไม่สามารถขาดเมสซี่ได้"
 
ฮอร์เก้ ซามเปาลี กุนซือทีมชาติอาร์เจนติน่า ให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ผ่อนคลายหลังจบเกมที่กดดันและบีบหัวใจที่สุดเกมหนึ่งในชีวิตการคุมทีม
 
 
ย้อนกลับไปยังโปรแกรมเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2560 หลายสื่อพาดหัวข่าวช็อคโลกลูกหนัง หลังจบเกมที่ทีมฟ้าขาวบุกเป็นบ้าเป็นหลังแต่ไม่สามารถเปิดบ้านยิงเปรู ที่สนามเอสตาดิโอ้ อัลแบร์โต โฮเซ อาร์มันโด หน้าผู้ชมเกือบ 60,000 คนได้ กองเชียร์หลายคนส่ายหัวกุมขมับไม่ต่างจากผู้เล่นที่แทบจะไม่เชื่อว่า สกอร์วันนั้นจบลงที่ 0-0 จากโอกาสการซัลโวประตูถึง 22 ครั้ง
 
ลีโอเนล เมสซี่ สตาร์หมายเลข 1 ของรองแชมป์โลกครั้งก่อนล้มลุกคลุกคลาน ปั้นเกมให้เพื่อนร่วมทีม และทำได้ใกล้เคียงที่สุดเพียงแค่การยิงด้วยขวาไปชนเสา
 
"ฟ้าขาว"กำลังจะตกรอบเวิลด์คัพ2018
ฟุตบอลโลก 2018 ที่่ไม่มี "เมสซี่"
 
สถานการณ์ยามนั้น คิดแบบเรียลไทม์ "ลา อัลบิเซเลสเต้" จะไม่ได้ไปฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1970 แม้แต่การเพลย์ออฟ "เมสซี่แอนด์โค" ก็ยังไม่มีสิทธิ์ เพราะมีเพียง 25 คะแนนจาก 17 นัด ชนะคู่แข่งได้เพียงแค่ 6 นัด ยิงได้เพียง 16 ประตูเท่านั้น หนทางสุดท้าย คือ การบุกชนะเอกวาดอร์ให้ได้ในเกมสุดท้ายวันที่ 10 ตุลาคมเพื่อต่อลมหายใจ อย่างน้อยที่การเพลย์ออฟ ซึ่งไม่ใช่งานง่ายในการเล่นบนสนามที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 2,850 เมตรของเอกวาดอร์
 
ช็อคแรกที่จะไม่ได้ไปเวิลด์คัพ 2018 ยังไม่ทันหาย เช้าวันนี้สะเทือนใจต่อรอบ 2 เพราะเกมกับ "เดอะ ไทรคัลเลอร์" ผ่านไปได้เพียง 38 วินาที โรมาริโอ้ อิบาร์ร่า ซัลโวให้เอกวาดอร์นำ 1-0 
ทันใดนั้นความคิดที่ว่า "บอลโลกที่ไม่มี ‘เมสซี่’ จะกร่อยแค่ไหน" วาบขึ้นมาทันที  
 
แต่เมื่อพอตั้งสติตั้งเกมได้ การแสดงมายากลของ "เมจิก เมสซี่" ก็เริ่มเปิดม่าน นาทีที่ 11 เขาทำชิ่งกับอังเคล ดิ มาเรีย ยิงประตูตีเสมอ 1-1 เลโอรีบคว้าบอลมาเขี่ย เพราะรู้ดีว่า "ลูกเดียวอาจไม่เพียงพอ"
 
 
อีก 7 นาทีต่อมา กัปตันทีมฟ้าขาว หลุดไปซัดด้วยซ้ายเต็มข้อบอลพุ่งเสียบตาข่าย ระเบิดอารมณ์ดีใจสุดเหวี่ยง เส้นทางสู่ฟุตบอลโลก 2018 เปิดประตูรับทีมรองแชมป์เก่าแล้ว ครึ่งแรกจบลงที่ "ลา อัลบิเซเลสเต้" กลับมาแซงนำ 2-1
 
แต่ไหนๆ จะโชว์ความมหัศจรรย์แล้ว ก็ต้องเอาให้สุด นาทีที่ 62 เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัยลากเดี่ยวไปชิพข้ามตัวผู้รักษาประตูเอกวาดอร์เป็นแฮตทริกพาทีมชาติอาร์เจนติน่าบุกชนะเอกวาดอร์ 3-1 พร้อมกับคว้าตั๋วไปฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียแบบอัติโนมัติ เนื่องจากผลคู่อื่นเป็นใจ 
 
ดีแค่ไหนที่ได้เห็นมายากลแบบวันแมนโชว์ของเมสซี่แบบสดๆ ที่ทำให้ตะลึงงันต่อหน้าต่อตา
บางคนบอกว่า นี่เป็นอีก 1 เกมที่ เพลย์เมคเกอร์วัย 30 ปีเล่นดีที่สุดเล่นสีเสื้อฟ้าขาว
บางคนบอกว่า นี่เป็นอีก 1 เกมที่แสดงให้เห็นว่า เมื่อชาติต้องการ เมสซี่ก็มา
บางคนบอกว่า นี่เป็นอีก 1 เกมที่บอกว่า เขาคือ เบอร์ 1 ของโลก
 
ดาวซัลโวตลอดกาล 61 ประตูของทีมฟ้าขาวเผยหลังจากไม่ให้สัมภาษณ์สื่อท้องถิ่นมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีก่อนว่า ก่อนเกมตัวเองและเพื่อนร่วมทีมมีความรู้สึกกังวลที่จะพลาดไปเล่นฟุตบอลโลก หลังจากหลายเกมก่อนหน้านี้ ทีมพลาดโอกาสเก็บชัยชนะไป จนต้องมาตัดสินกันในเกมนี้ ยิ่งตอนที่โดนนำ 1-0 หลายสิ่งหลายอย่างได้ผุดขึ้นมาในความคิด แต่ทุกคนได้ร่วมแรงร่วมใจกันเอาชนะสถานการณ์นั้นมาได้ ซึ่งตอนนี้หลังจากบรรลุเป้าหมาย ก็หายตระหนกกังวลแล้ว 
 
"โชคดีที่ทุกอย่างเป็นใจ และเราได้ไปฟุตบอลโลก คงจะเป็นเรื่องบ้า หากฟุตบอลโลกครั้งนี้ไม่มีอาร์เจนติน่า  ทีมนี้จะโต และแข็งแกร่งขึ้น  ตอนนี้เราได้เข้าไปเล่นรอบสุดท้าย ถึงเวลาที่จะเอนจอยแล้ว"
 
หลังเกมซามเปาลีเป็นอีกคนที่เป่าปาก เพราะเกือบต้องเป็นแพะ กลับบ้านไม่ได้ และจ่ายบทเรียนราคาแพง เพราะเลือกใช้ ดาริโอ เบเนเดตโต เป็นกองหน้าตัวเป้า แทนที่จะเป็น เปาโล ดิบาล่า ดาวยิงฟอร์มร้อนจากยูเวนตุส โดยให้เหตุผลว่า กองหน้าม้าลายเล่นในสไตล์และตำแหน่งใกล้เคียงกับเมสซี่ อีกทั้งยังไม่สนที่จะใช้ เมาโร อิคาร์ดี้ หัวหอกจากอินเตอร์ มิลาน แทนที่ของ กอนซาโล่ อิกัวอิน หรือ กุน อเกวโร่ ที่บาดเจ็บและต้องถอนตัวไปในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน
 
" อาร์เจนติน่าโชคดีที่สุุด เพราะนักเตะที่ดีที่สุดในโลกเป็นชาวอาร์เจนไตน์ เราได้ช่วยให้เมสซี่ใกล้ถ้วยฟุตบอลโลกมากขึ้น เขาคือนักเตะที่่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของฟุตบอล และผมรู้สึกตื่นเต้นที่ในอยู่ใกล้ ๆ เขา" 
 
 
ถ้วยฟุตบอลโลกเป็นรางวัลเดียว ที่เลโอยังไม่ได้สัมผัส เพราะวาสนาไม่ถึง ทั้งที่เขาสุดยอดในระดับเดียวกับ ดีเอโก้ มาราโดน่า และ เปเล่ สองตำนานลูกหนังโลก เมสซี่ต้องการถ้วยนี้เพื่อจบทุกข้อสงสัยในการเป็นนักฟุตบอลที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ และแขวนสตั๊ดไปแบบไม่มีอะไรค้างคาใจอีก
 
ย้อนไปอีกเมื่้อ 27 มิถุนายน ปีก่อน ได้เกิดโศกนาฏกรรมลูกหนังขึ้น เมื่อ "เมสซี่" ได้ประกาศเลิกเล่นทีมชาติ หลังจบเกมที่อาร์เจนติน่า พ่าย ให้กับ ชิลี ในการดวลจุดโทษ 2-4 นัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโคปา อเมริกา เซนตินาริโอ 2016
 
"ผมกับทีมชาติได้จบลงแล้ว ผมทำทุกสิ่งเท่าที่จะทำได้ แต่มันน่าเสียใจที่ไม่สามารถคว้าแชมป์ได้ รอบชิงชนะเลิศ 4 ครั้งแล้วที่ผมพยายาม สิ่งนั้น (ถ้วยแชมป์กับทีมชาติ) มันเป็นสิ่งที่ผมต้องการมากที่สุด แต่ก็ทำไม่ได้ ดังนั้นผมคิดว่ามันจบลงแล้ว"
 
ยังดีที่ปี 2017 ไม่เกิดโศกนาฏกรรมในโลกฟุตบอลขึ้นอีกครั้ง 
 
เพราะฟุตบอลโลกที่ไม่มี "เมสซี่" ก็เหมือนกับโลกนี้ไม่มี "พระเจ้า"
 
 
ภาพจากเพจ : FIFA World Cup
 

***ติดตามเนื้อหาจาก GM Live จากช่องทางเหล่านี้

 

และ Line@ กดติดตามที่ด้านล่าง

เพิ่มเพื่อน