ย้อนอ่านบทสัมภาษณ์ Exclusive with ChadChart บทสัมภาษณ์ชายที่แกร่งที่สุดในปฐพี สั้น ๆ และรวบรัด 
 
เรื่อง : พลสัน นกน่วม
COVER STORY
จากนิตยสาร 247 CITY MAGAZINE ฉบับ 176
 
นี่คือบทสัมภาษณ์ที่ 24/7 ได้มีโอกาสพูดคุยกับชายที่แกร่งที่สุดในปฐพี โดยที่เราต้องเสียสละเครื่องอัดเสียงไป 3 อัน และมือถือ 1 เครื่อง ขอเชิญทุกท่านอ่านกันได้เลย อ่อ...ไม่ต้องห่วงว่าจะได้รับอันตรายใดๆ เพราะบทสัมภาษณ์นี้ท่านได้ลดทอนพลังลงไปเยอะมาก
 
โกรธไหมที่ตอนนี้คุณโดนล้อมากที่สุดในปฐพี
ไม่โกรธหรอกครับ ขำๆ ดี ครั้งแรกก็งง เพราะผมไม่ค่อยคุ้นว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพราะว่าแต่ละอย่างที่ทำออกมาดูสร้างสรรค์มาก ไม่ว่าจะเป็นภาพตัดต่อ เกม หรือโมเดลตัวผม ล่าสุดผมก็เพิ่งเห็นมิวสิกวิดีโอเพลงก็ยังชื่นชมเลย ยังชื่นชมว่าไอเดียเขาดีมากๆ คิดได้ยังไงก็ไม่รู้ (หัวเราะ)
 
แต่ไม่โกรธนะ ดูแล้วผ่อนคลายออกแนวสร้างสรรค์มากกว่า แต่คิดว่ากระแสก็คงจางแล้วละ ผมเองก็ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องกระแส Internet Meme เท่าไหร่ มันคงเป็นเรื่องธรรมชาติที่ผมไม่ได้ตั้งใจทำ แต่มันมาเอง พอมีกระแสอะไรใหม่ๆ มา ก็คงเปลี่ยนไปเรื่อยๆ 
 
ทำไมเรื่องของชายที่แกร่งที่สุดในปฐพี ถึงได้รับความสนใจขนาดนี้ 
ผมว่าตอนนี้ที่สนใจไม่น่าจะใช่เรื่องงานเท่าไหร่ (หัวเราะ) มันเป็นเรื่องตัวการ์ตูนของผมมากกว่านะ เท่าที่ผมมองอาจเป็นเพราะคนเครียดจากเรื่องการเมือง มีแต่เรื่องทะเลาะกัน ถ้ามีเรื่องอะไรที่มันขำ ๆ ผ่อนคลายบ้างก็ได้ อีกกรณีคืออาจจะแปลกที่เห็นนักการเมืองใส่เสื้อกล้ามเดินเท้าเปล่า มันแปลกเลยมีคนไปแชร์กัน และรูปอาจจะไปแต่งอะไรได้ง่ายก็เลยไปได้เรื่อยๆ เรื่องนี้ผมอธิบายได้ยากจริงๆ 
 

แต่ที่แน่ๆ คือเป็นแนวไม่เครียด ขำๆ ฮาๆ นี่แหละที่น่าจะโดนใจคน  แต่มองอีกมุมหนึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีนะ ผมเองก็เป็นรัฐมนตรี ซึ่งก็คือนักการเมือง ถึงแม้จะเอารูปนักการเมืองมาโพสต์ แต่กลับไม่มีเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้องเลย ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหนก็สามารถเอารูปผมไปเล่นได้ นี่คือนิมิตรหมายที่ดีที่อาจมองได้ว่าเราคุยกันได้นะ ไม่ต้องไปแบ่งฝ่าย บางเรื่องมันคุยกันได้จริงๆ 
 
“อ่อนหัด มีความตั้งใจแต่ก็อ่อนหัด” คำๆ นี้มาจากคุณหรือเปล่า
ไม่ใช่คำที่ผมพูดนะ น่าจะเป็นคำพูดในจินตนาการของแต่ละท่านมากกว่า นาทีนี้ผมก็คงเหมือนตัวการ์ตูนตัวหนึ่ง แล้วเอาคำพูดไปใส่มากกว่า ซึ่งคนทุกคนคงไม่ได้คิดว่าเป็นคำพูดของผมหรอก คิดว่าเป็นคำพูดของตัวการ์ตูนตัวนั้นมากกว่า และถ้าออกมาเป็นแนวสร้างสรรค์ผมก็คงคิดว่าไม่มีใครว่าอะไร 
 
 
ตอนที่คุณตัดสินใจทำเพจ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ความตั้งใจคืออะไร
เรามีโครงการหลายอย่างเลย แต่ประชาชนอาจไม่เข้าใจงานที่กระทรวงคมนาคมทำสักเท่าไหร่ สมมติผมทำโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่งบประมาณเยอะมาก เราออกไปเดินสายอธิบายก็ยังมีคนไม่เข้าใจว่าโครงการคืออะไร และรูปแบบการสื่อสารทั่วไปก็ยังเป็น One Way Communication เราไปออกสื่อหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ แต่เราไม่ได้รับ Feedback อะไรจากประชาชนว่าเขาเห็นปัญหาอะไร หรือต้องการอะไร เลยมีคนแนะนำให้ทำ Facebook เพราะเป็นการสื่อสารแบบ Two-Way Communication และน่าจะมีพลังเยอะ 
 
พอทำแล้วก็เห็นการตอบกลับมา มีการแนะนำ การปรับปรุง ประชาชนเริ่มเข้าโครงการ เข้าใจแนวคิดได้ดีขึ้น แต่ปัญหาที่สำคัญมากๆ คือเรานำคอมเมนต์ไปทำเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เขาคอมเมนต์มาแล้วเราเฉย แบบนั้นจะไม่มีทางได้ Feedback ที่ดีได้แน่ แต่หลักๆ ผมจะเขียนเองทุกสเตตัสที่ลง เพราะการสื่อสารต้องเป็นตัวเรา การใช้ถ้อยคำต้องมาจากจิตใจและความรู้สึกเราจริงๆ ผมเคยลองให้คนอื่นเขียนแล้วมันไม่ใช่ 
 
คำถามที่หลายคนสงสัยคือ คุณสร้างภาพหรือเปล่า
มันก็เป็นคำถามที่มีเหตุผล และสิ่งที่ผมทำก็เหมือนการสร้างภาพนั่นแหละ ถ้าจะมองว่าเราอัปโหลดภาพที่เรา
ไปทำงาน เขียนคำอธิบายแล้วโพสต์ลงเฟซบุ๊กว่าสร้างภาพ ผมก็พร้อมรับฟัง แต่ถ้าทำแล้วมันได้ประโยชน์การสร้างภาพก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร คำว่าสร้างภาพจริงๆ แล้วคือการทำแบบฉาบฉวย แบบนั้นน่าจะเรียกว่าสร้างภาพ แต่สิ่งที่เห็นนั้นผมก็ทำอยู่มาโดยตลอด ก่อนที่จะมีเฟซบุ๊ก แต่ไม่เป็นไร เพราะสุดท้ายเวลาจะช่วยพิสูจน์การกระทำทั้งหมดเอง 
 
 
ภาพลักษณ์ที่หลายคนมองคุณ เขาไม่ได้มองว่าเป็นนักการเมือง แต่มองว่าเป็นนักบริหาร คุณคิดว่าอย่างไร 
ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าผมเป็นนักการเมือง เพราะตำแหน่งของผมก็เป็นตำแหน่งทางการเมืองชัดเจน แต่เผอิญว่างานของกระทรวงฯ ไม่เกี่ยวกับความขัดแย้ง เพราะเป็นงานโครงการที่ต่อเนื่องมาหลายรัฐบาล นโยบายของกระทรวงของเราเป็นการทำงานมากกว่าการบริหารความขัดแย้ง มันเป็นรูปแบบของการทำโครงการต่างๆ 
ให้สำเร็จ กระทรวงคมนาคมเลยไม่มีประเด็นทางการเมืองมาก เลยถูกมองว่าเราเป็นนักบริหารมากกว่า ไม่เหมือนกระทรวงอื่นที่มีข้อขัดแย้ง มีประเด็นทางกฎหมายที่ต้องโต้แย้งเยอะ 
 
ฉะนั้น ผมก็เป็นนักการเมืองที่บริหารงานโครงการเยอะ จริง ๆ แล้วผมเรียนทางวิศวฯ เป็นหลัก ช่วงหลังผมก็ไปลงเรียน MBA ตอนเป็นรัฐมนตรีนี่แหละ ซึ่งช่วยได้มาก เพราะวิศวฯ ช่วยให้รู้เรื่อง Engineering ส่วน MBA ก็ทำให้ได้รู้เรื่องการบริหารจัดการเพิ่มเติมทุกอย่าง แต่ผมก็ไม่ได้เก่งอะไรมาก เพราะเรามีที่ปรึกษาช่วย หลักๆ เราดูนโยบายและเลือกใช้คนให้ถูกงาน ไม่รู้ก็ต้องถาม
 
ส่วนหลักบริหารที่ผมยึดมากที่สุด
คือ Leading by Example คือ นำโดยทำเป็นตัวอย่าง เราอยากให้ข้าราชการเป็นยังไงเราก็ทำตัวอย่างนั้น อยากให้เขาลงไปดูแลประชาชน เราก็ต้องทำเป็นตัวอย่าง แค่นี้แหละไม่ได้ยึดหลักอะไรซับซ้อน เราอยากจะเห็นก็ต้องลงไปดู เขาจะได้เข้าใจและเอามาแก้  
 
ชอบภาพไหนที่สุด
(หัวเราะ) รูปแรกที่ลูกชายส่งให้ผมดู คือ รูปนุ่งผ้าถุงใส่เสื้อคอกระเช้าเป็นมานี แล้วก็ที่เห็นล่าสุดคือ รูปที่เห็นเงาผมบนดวงจันทร์ และเงาในกระจกของนักบินอวกาศ ทำกราฟิกได้สวยมาก ผมชื่นชม เพราะต้องใช้ความพยายาม ใช้ฝีมือ นี่คือพลังของความสร้างสรรค์ ที่ช่วยต่อยอดอย่างอื่นได้
 
 
 
คิดยังไงกับฉายา  “แกร่งที่สุดในปฐพี”
คิดว่าคิดได้ไงสุดยอด (หัวเราะ) ถ้ามองตอนนี้ สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาเพราะฉายานี้เลยนะ มองตอนนี้ดูจะเป็น
คำง่ายๆ แต่มองย้อนกลับไปในตอนแรก กว่าจะคิดฉายานี้ได้มันไม่ง่ายเลยนะ ต้องซูฮกเลย แล้วรูปไม่สำคัญเท่าคำ ผมว่าคำนี่แหละสุดยอด
 
 
Special Thanks : ขอบคุณ เพจ ‘ชัชชาติ รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมที่แกร่งที่สุดในปฐพี’ และชาวออนไลน์ทุกคน สำหรับภาพตัดต่อที่เราไม่อาจหาเครดิตต้นฉบับภาพได้ แต่ฝีมือทุกท่านแกร่งจริงๆ