เรื่อง : กองบรรณาธิการ GM Live
 
มอง วิเคราะห์ วิจารณ์ ไอดอลกรุ๊ปไทยสไตล์ญี่ปุ่น ที่กำลังมาแรง ขณะนี้
 
*หมายเหตุบทความนี้เป็นทัศนคติหรือการมองในทัศนะส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้น อาจมีเห็นด้วยหรือไม่ด้วยก็ตาม เพื่อชี้ให้เห็นในแง่มุมหนึ่งของผู้เขียนที่มองสถานะของสิ่งที่เล่านำเสนอในบทความชิ้นนี้*
 
ในช่วงปีนี้ เราได้เห็นการเปิดตัวของวงเกิร์ลกรุ๊ปประเภทไอดอล ที่มีต้นสังกัดจากทางญี่ปุ่นมาเปิดทำการนำเสนอวงท้องถิ่นที่นำสไตล์ไอดอลญี่ปุ่นมานำเสนอสู่วงการบันเทิงไทย
 
อันได้แก่ “BNK48” จากทางฝั่ง Rose Artist Management (RAM) ที่ได้ลิขสิทธิ์จากทาง AKS 48G ต้นสังกัดที่นำเสนอวงไอดอลกรุ๊ปอย่าง AKB48 และในเครือตระกูล 48G มาทำวงไอดอลกรุ๊ปในเมืองไทย เพื่อการโปรโมตดูแลจัดการผลิตงานเพลง-คอนเทนต์แก่สาว ๆ กลุ่ม “BNK48” ในประเทศไทยและถือเป็นวงในตระกูล 48G วงที่สองของเอเชียที่เปิดตัวต่อจาก JKT48 ของประเทศอินโดนีเซีย หลังจากที่ SNH48 ของจีน ได้ถอนตัวออกไปและดำเนินกิจการเองเป็นเอกเทศเมื่อปี 2016 และที่รอเปิดตัววงน้องสาวในตระกูล 48G เป็นทางการตามมาเช่น TPE48 ของไต้หวัน, MNL48 ของฟิลิปปินส์ เช่นกัน
 
มาทางอีกด้าน หลังจากการร่วมมือกันของบริษัท Yoshimoto Kogyo ประเทศญี่ปุ่น บริษัทใหญ่ที่ผลิตงานบันเทิงครบวงจรเต็มรูปแบบโดยเน้นไปที่นักแสดงสายวาไรตี้คอมเมดี้ ศิลปิน/นักร้องฐานจากโอซาก้า และอีกทั้งเป็นผู้ดูแลกิจการให้กับวงไอดอลกรุ๊ปอย่าง NMB48 (ร่วมกับ 48G), ยัน Shojo Complex ของประเทศอินโดนีเซีย ร่วมกับค่ายเพลง เลิฟอีส ที่บริหารงานโดย ชีวิน โกสิยพงษ์ หรือ “บอย โกสิยพงษ์” นักแต่งเพลง/โปรดิวเซอร์ชื่อดังของเมืองไทย ได้เริ่มโปรเจกต์โครงการเฟ้นหาสาว ๆ มีความสามารถมาร่วมในโปรเจค “Asia Star Audition” ในประเทศไทย จนมาลงตัวที่ 13 คน และก่อกำเนิดเป็นวงไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปที่ชื่อ “Sweat16”
 
จุดขายของทั้งสองวงอย่างที่กล่าวไปว่าดำเนินรูปแบบของวงเกิร์ลกรุ๊ปแบบไอดอลญี่ปุ่น ที่เน้นจำนวน Ensemble Cast เยอะ ๆ ช่วยกันร้องและเต้นซึ่งกันและกัน มีกลุ่มที่ร้องเสียงหลักข้างหน้าและเต้นประกอบด้านหลัง อาจเป็นตำแหน่งตายตัวหรือวัดจากความนิยม/ความสามารถพัฒนาการว่าเพลงต่อไปควรเป็นใคร ของฝั่ง BNK48 ในอนาคตการเลือกระบบคนร้องเสียงหลักเซนเตอร์อาจมีการใช้การ “เลือกตั้ง” แบบที่วงพี่สาว AKB48 จัดเสมอมาเพื่อหาสมาชิกกลุ่มตัวหลักที่จะได้ร้องนำข้างหน้าในซิงเกิ้ลใหม่ ส่วน Sweat16 ยังไม่มีความชัดเจนว่าตำแหน่งเซนเตอร์หน้าจะตายตัวหรือไม่หรือการคัดเลือกใครจะเด่นดูจากอะไร อาจขึ้นอยู่การพิจารณาของโปรดิวเซอร์ก็เป็นได้ 
 
 
BNK48 เมื่อพ่วงด้วยชื่อของเลข 48 ห้อยท้าย ย่อมเป็นที่แน่นอนว่า ใช้ระบบและกฏกติกาการเป็นกลุ่มไอดอล การนำเสนอ รูปแบบแทบจะยกมาจาก AKB48 และวงในเครือ ทั้งตัวเพลงที่ต้องใช้เพลงต้นฉบับของทางฝั่งญี่ปุ่นมาแปลงเนื้อภาษาไทยที่ให้ความหมายใกล้เคียงกับต้นฉบับที่สุด ยังไม่มีนโยบายทำเพลงใหม่สำหรับวงโดยเฉพาะ ซึ่งในอินโดนีเซีย JKT48 ก็เป็นเช่นนี้แบบเดียวกัน แต่การยกการนำเสนอรูปแบบ Sweat16 หลังจากที่แนะนำตัวด้วยซิงเกิ้ลแรกในนามวงอย่างเป็นทางการ ด้วยการนำเพลงต้นฉบับของวง Shojo Complex มาใส่เนื้อไทยเช่นกัน แต่ข้อได้เปรียบของฝั่งนี้คือทางต้นสังกัดที่ญี่ปุ่นได้อนุญาตให้วงในท้องถิ่นทำเพลงของตัวเองได้ คละกับเพลงต้นฉบับตามความเหมาะสม โอกาสได้เปรียบในการนำเสนองานของทีมเพลงฝั่ง Sweat16 จึงเล่นอะไรได้มากกว่าหน่อยหนึ่งในเรื่องนี้ Sweat16 มีจุดขายคือเป็น “ธีมไอดอล” คือไอดอลที่สร้างธีม-คอนเซ็ปต์การนำเสนอเฉพาะทางเพื่อสร้างจุดเด่นของการเป็นวงหญิงล้วนประเภทนี้ โดย Sweat16 นำเสนอการเป็นไอดอลสายโชว์พลัง เสียเหงื่อ ออกกำลังกาย โดยเพลงของพวกเธอนั้นจะมีจังหวะสนุกสนาน มีการวัดค่า calories ที่เสียไปด้วยข้างมิวสิควิดีโอเพื่อเชิญชวนให้แฟน ๆ มาเต้นตาม หรือ ตระหนักถึงการออกกำลังกายด้วย
 
เรื่องกิจกรรม BNK48 ถือหลักการของ ไอดอลตระกูล 48 เอาไว้เป็นสรณะนั่นคือ “ไอดอลที่คุณพบได้” แม้สถานที่หลักในการทำการแสดงหรือพบปะแฟน ๆ จะยังไม่แล้วเสร็จ นั่นคือ “เธียเตอร์” หรือโรงละครประจำกลุ่ม 48G ตามที่ต่าง ๆ เอาไว้ให้สมาชิกทำการแสดงโชว์ความสามารถ แต่ก็ทดแทนด้วยตู้กระจกถ่ายทอดสด ในห้างสรรพสินค้า Emquartier ที่แฟน ๆของ 48G เรียกว่า “ตู้ปลา” ให้สมาชิกมาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาพบปะแฟนเพลง พูดคุยร้องเพลง หรือ มาโชว์พิเศษในพื้นที่ที่จัดไว้ให้ พอเป็นการทดแทน ในปีที่ผ่านมา กลุ่มได้ทำการทำการแสดงในกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับประเทศญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็นภาพยนต์ การ์ตูนอนิเมะ การท่องเที่ยว ที่ล้วนแล้ว RAM ก็มีส่วนเกี่ยวข้องในการส่งร่วมกิจกรรม ทำให้บุคคลทั่วไปได้เห็นมากขึ้น ได้เกิดความสนใจกันขึ้นว่า ไอดอลกรุ๊ปนี้มีความน่าสนใจอย่างไรนอกจากนำระบบญี่ปุ่นมาใช้และสมาชิกที่มากถึง 29 - 30 คน อีกทั้งการร่วมมือของฝั่งญี่ปุ่น เราจะเห็นว่าสมาชิกในวงได้ไปโปรโมตการท่องเที่ยวของที่นั่น รวมถึงออกรายการทีวีท้องถิ่นที่ทาง 48 G เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์กลุ่ม อีกทั้งงานกิจกรรมดนตรีอย่าง Cat Expo 4 ที่กำลังมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 
 
ฟากของ Sweat16 แม้ว่ากิจกรรมหรือการแนะนำตัวโร้ดโชว์จะน้อยกว่าหรือแทบไม่ค่อยเห็น อาจเป็นเพราะรอออกวางจำหน่ายผลงานเพลงก่อนแล้วจึงจะทำเต็มเหนี่ยว แต่ก็ยังมีงานโฆษณาสินค้า โปรโมตสถานที่ท่องเที่ยว ถ่ายแบบรวมถึงหนังสั้น ที่สมาชิกวงได้นำเสนอแตกต่างกันไป คละกันไป แต่ยังดีที่เพราะผูกกับบริษัทญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์งานบันเทิงมานาน ทำให้ไม่แล้งงานกิจกรรมนัก และยังมีส่วนร่วมกับทางศิลปินฝั่งเลิฟอีสได้อีกด้วยเช่นกันบนเวทีคอนเสิร์ตหรืองานโปรโมตที่เกี่ยวข้อง ทำให้ก็ยังพอเห็นการนำเสนออยู่บ้างแม้จะน้อยมากเมื่อเทียบกับอีกฝ่าย แต่ถึงอย่างไรก็ดี Sweat16 ก็มีงานกิจกรรมครั้งใหญ่ถึงสองคราครั้งแรกเป็นประชาสัมพันธ์โปรโมตคอนเสิร์ตของวง NMB48 ที่ฐานอยู่โอซาก้าหนึ่งในวงน้องสาวของ AKB48 เมื่อเดือนสิงหาคม ที่ถือว่าเป็นวงจากฝั่ง 48G ที่ Yoshimoto ดูแลกิจการของวงจริงจังร่วมกับ48G ญี่ปุ่น ชนิดที่ว่าวงน้องสาวสายตรงแท้ ๆ อย่าง BNK48 ยังได้แต่มองไกล ๆ และไม่ทราบว่าเหตุผลภายในข้อใดจึงไม่สามารถมาร่วมโปรโมตงานได้ทั้ง ๆ ที่ห้อยนามสกุล 48 G โดยตรงกว่า
 
 
งานที่สอง เดือนตุลาคมที่ผ่านมา กับงาน Sports Day ที่จัดขึ้นเพื่อพบปะแฟนคลับครั้งใหญ่ โดยมีการทำกิจกรรมกีฬาสี และแสดงโชว์ผลงานเพลง ส่วนทางฟาก BNK48 มีกิจกรรมครั้งสำคัญเช่นกันกับงาน Handshake Events หรือที่เรียกว่า “งานจับมือ”
 
งานจับมือ เป็นงานมีตติ้งพบปะแฟน ๆ ที่ในวงการไอดอลญี่ปุ่นมักทำเสมอและวง AKB48 กับในเครือก็จัดเป็นประจำ โดยที่ผู้เข้าร่วมงานจะได้บัตรเข้างานนี้แนบมาในแผ่นซีดีซิงเกิ้ลที่จำหน่ายของทางวง โดยต้นสังกัดจะวัดความนิยมจากตรงนี้ว่าสมาชิกคนใดที่แฟน ๆ เข้าไปจับมือด้วยและเยอะที่สุด ขายของที่ระลึกเยอะที่สุดจะพิจารณาเป็นตัวเด่นในผลงานชิ้นต่อไปในอนาคต ขณะที่ทั้งสองกลุ่มนั้นมีกิจกรรมครั้งใหญ่ของตัวเองสำหรับแฟนคลับได้สนับสนุนได้มาเชียร์ แต่ก็พบปัญหาที่คล้าย ๆ กัน เช่น สถานที่ ที่แออัดจำกัด ความไม่พร้อมหรือไม่ชัดเจนในการจัดการของทีมงาน รวมถึงสินค้าบางชิ้นที่มีปัญหาชำรุดหรือไม่ครบก่อนถึงมือผู้ซื้อ ซึ่งเป็นปัญหาที่ฝ่ายบริหารของทั้งสองฝ่ายแก้ไขกันไปในครั้งหน้า 
 
เรื่องการนำเสนอผ่านสื่อ BNK48 มีระบบออนไลน์สื่อสารผ่าน application VOOV ขณะที่ Sweat16 ใช้ Facebook Live เพื่อคุยสื่อสารกับแฟน ๆ ผ่านทางโซเชียลมีเดีย ฝ่ายหลังจะมีการสะสมคะแนนแต้มในการตอบคำถามสะสมคะแนนเพื่อชิงของรางวัลหรือได้ร่วมกิจกรรมพิเศษผ่าน application ที่ชื่อ Fanster ซึ่งนอกจาก Sweat16 ศิลปินต่างๆของเมืองไทยใช้ app นี้ในการเล่นกิจกรรมกับแฟนคลับเช่นเดียวกัน 
 
มิวสิควิดีโอและการโปรโมต จากการรวบรวมข้อมูลและสังเกตการ์ณจากกระทู้-ความคิดเห็นในเพจ/กรุ๊ปต่างๆ บนสื่อ Facebook ของแฟนคลับ BNK48 / Sweat16 นั้น 
 
เป็นเรื่องที่ไม่มีใครหาคำตอบที่ชัดเจนและแท้จริงได้ว่า เหตุใดทำไม่มีการเผยแพร่ มิวสิควิดีโออย่างเป็นทางการในซิงเกิ้ลแรกของทางวง BNK48 บ้างก็บอกว่าทางต้นสังกัดญี่ปุ่นไม่ให้ผ่าน แต่ประเด็นถกเถียงในหมู่แฟนคลับ-โอตะของกลุ่มว่า เมื่อเกิดเหตุอะไรขึ้นมาทำไมทางฝ่ายบริหารถึงได้อ้างเหตุผลว่า “ญี่ปุ่นไม่ให้ผ่าน” ไปเสมอ และมีความผิดพลาดทางด้านเทคนิคซ้ำ ๆ รวมถึงหมายกำหนดการที่บางครั้งบอกกระชั้นชิดหรือที่เรียกอำกันสนุกสนานว่า “เซอร์ไพร์ส” แก่แฟน ๆ เสมอ ชนิดบางคนไม่ทันตั้งตัว แต่ก็มีบางส่วนที่ถือคติว่า รักกันชอบกันก็ต้องเตรียมตัวให้ดี 
 
ส่วน Sweat16 มักมีการแถลงแจ้งล่วงหน้าทำให้แฟน ๆ ได้รับรู้ว่าจะทำอะไร มีอะไร แม้ผลตอบรับสนองของแฟน ๆ อาจน้อยไปหน่อยเพราะถือว่าเป็นวงมาทีหลังและรูปแบบแปลกไป จึงมีการจัดการตารางได้ลงตัว แต่เมื่อถึงหน้างานอาจมีความผิดพลาดหรือเปลี่ยนรายละเอียดโดยไม่แจ้งล่วงหน้าไปบ้าง ซึ่งเรื่องนี้แฟนคลับได้แจ้งว่าทางฝ่ายบริหาร Sweat16 ควรเอาใจใส่และปรับปรุงเช่นกัน แต่ข้อดีของวงนี้คือได้มีการถ่ายทำมิวสิควิดีโอพร้อมเผยแพร่ รวมถึงการทำ lyrics video ของซิงเกิ้ลแรก เพื่อให้คนทั่วไปและแฟนๆได้ฟังเพลงได้เข้าถึงเพลงขึ้น แม้ว่าฝั่ง BNK48 จะไม่ทำเรื่องนี้ให้กระจ่างเท่า แต่ก็ทดแทนแถมยังมีผลตอบรับที่ดีในกิจกรรม เต้นโคฟเวอร์ประกอบจังหวะซิงเกิ้ลเพลงใหม่ Koisuru Fortune Cookie หรือชื่อไทย “คุ้กกี้เสี่ยงทาย” ก็สร้างความสนใจไปทั่วมีการเต้นโคฟเวอร์ทำเนื้อเพลงแปลงล้อตลก หรือคัฟเวอร์เรียบเรียงดนตรีใหม่จริงจัง ชนิดที่ว่าแม้ทางฟากนี้ไม่ได้เผยแพร่เพลงแบบ Lyrics video หรือ Official audio ออกมาก่อน ก็ยังนำเพลงไปให้ผู้คนได้รู้จักผ่าน viral video ที่แฟนคลับและบุคคลสนใจได้ทำขึ้นมา ซึ่งนับว่าใช้อุปสรรคหรือข้อจำกัดพลิกสถานการณ์เลยทีเดียว 
 
ส่วนเรื่องเพลงว่าใครเพราะกว่ากันหรือดีกว่ากันนั้น คงประเมินไม่ได้เนื่องจาก รสนิยม หรือ ความถูกใจ ถูกอารมณ์สุนทรีย์ของท่านผู้ฟังไม่เหมือนกัน แม้จุดขายของวงและการนำเสนอจะต่างกัน แต่คงไม่ถึงขั้นที่แฟนเพลงของแต่ล่ะฝ่ายต้องไม่ฟังซึ่งกันและกัน มาเทียบกันว่าใครดีกว่าใคร เพราะเราเชื่อว่าทั้งสองวงนั้นทุ่มเท และ พัฒนา การร้อง การเต้น การแสดง ให้สมกับการเป็นไอดอล แก่แฟน ๆ เรื่อยไป เป็นการแข่งขันที่เรียกว่าคู่แข่งแบบมิตรภาพ ทั้งมีความน่ารัก พัฒนาความเก่ง มีการนำเสนอของตัวเองให้คุณได้เป็นผู้เลือกหรือสนับสนุนพวกเธอ ให้กระแสไอดอลนี้ได้กระเตื้องขึ้น หรือมีใครมานำเสนอในแนวทางนี้กันมากขึ้น แม้จะเป็นไอดอลกรุ๊ปแท้ หรือ ผสมสไตล์เกิร์ลกรุ๊ปก็ตามแต่