เวลานึกถึงที่ทำงานหรือ ‘ออฟฟิศ’ คุณนึกภาพแบบไหนครับ

เชื่อว่า คนจำนวนมากต้องนึกออกมาเป็นภาพที่ทำงานที่ทุกคนมีโต๊ะประจำของตัวเอง อาจจะวางเรียงรายไปเป็นแถวๆ แล้วก็มีห้องของ ‘หัวหน้า’ อยู่ด้านใน

ตอนเช้าๆ ทุกคนก็จะรีบมาทำงานแต่เช้า ซื้อขนมนมเนยขึ้นมาวางไว้ที่โต๊ะ ส่วนใหญ่จะมีแก้วใบใหญ่ๆ เอาไว้ใส่ชาเย็นกาแฟเย็น เย็นฉ่ำจนน้ำเกาะเป็นหยดๆ และบางครั้งก็กลายเป็นคราบเปื้อนโต๊ะทำงาน จึงต้องมีที่รองแก้วมาวางรองเอาไว้ บางคนใต้โต๊ะทำงานเต็มไปด้วยข้าวของ มีตั้งแต่รองเท้าแตะหลายคู่ คู่นี้เอาไว้ใส่ในออฟฟิศ คู่นี้เอาไว้ใส่ไปเข้าห้องน้ำ อีกคู่เอาไว้ใส่ออกไปกินข้าวกลางวันใกล้ๆ ส่วนส้นสูงนั้นเก็บงำเอาไว้อย่างดีในกล่องรองเท้า เก็บไว้ใส่เฉพาะตอนไปกลับเท่านั้น จะได้ไม่สึกหรอเร็วเกินไป

โต๊ะทำงานของหลายคนจึงเป็นเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ส่วนตัว เป็นอาณาบริเวณหวงห้ามเฉพาะ ยิ่งถ้าใครเป็นผู้บริหารมีห้องทำงานด้วยแล้วละก็ ข้าวของก็จะยิ่งมากมายฟายฟูมตามไปด้วยเป็นกองสองกอง

"แต่นั่นเป็นที่ทำงานแบบเก่านะครับ"

ในโลกยุคใหม่ขึ้นมาอีกหน่อย ออฟฟิศดีไซน์มีการออกแบบต่างออกไป หลายคนคงเริ่มคุ้นเคยกันมากขึ้นเรื่อยๆ กับวิธีออกแบบออฟฟิศที่เรียกว่า Open-Plan คือเปิดกว้าง มีโต๊ะยาวๆ เป็นโต๊ะประชุม ถึงจะยังมีโต๊ะของใครของมันกันอยู่ แต่ก็วางกระจัดกระจาย เปิดเผยให้เห็นกันหมด

แต่วิธีออกแบบแบบนี้ก็กำลังจะพ้นสมัยไปแล้วเหมือนกัน (ทั้งที่หลายคนยังไม่คุ้นกับมันเลย) ทั้งนี้ก็เพราะสังคมของเราเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ที่ทำงานจึงเปลี่ยนแปลงไปด้วยเพื่อให้สอดรับกับสังคมที่เปลี่ยนไป

มาตรฐานแบบใหม่ของออฟฟิศ ไม่ได้อยู่ที่การออกแบบให้กว้างขวาง เปิดโล่ง หรือมีอาหารให้กินฟรี มีโต๊ะสนุ้กเกอร์ หรือมีโต๊ะฟุตบอลให้เล่นหรอกนะครับ (แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องเอาสิ่งเหล่านี้ไปทิ้งนะครับ ยังมีอยู่ก็ได้ไม่ว่ากัน) แต่ปัญหาของออฟฟิศแบบเปิดที่ว่า อยู่ที่มันไม่ค่อยมีความเป็นส่วนตัวสักเท่าไหร่ ทั้งที่หลายงานต้องมีการคิด ต้องมีการใคร่ครวญ ต้องอยู่เงียบๆ ดังนั้นออฟฟิศแบบเปิดโล่งจึงไม่ใช่ออฟฟิศที่เหมาะสมกับคนทำงานทุกคนนัก

ในออฟฟิศสมัยก่อน เราเน้นเรื่องความเป็นส่วนตัวกันมาก คือแต่ละโต๊ะต้องมีพาร์ติชั่นกั้น มี ‘พื้นที่’ ของคนทำงานแต่ละคนที่ไม่ก้าวก่ายกัน นั่นคือของฉัน น่ีคือของเธอ ยุคถัดมา เราคิดว่าออฟฟิศควรจะเปิดโล่งกว้าง ไม่มีของฉันไม่มีของเธออีกต่อไป โดยออฟฟิศทั้งสองแบบนี้ต่างให้ความสนใจกับ ‘ลุค’ ของออฟฟิศ เช่นว่าจะต้องสวยงามอย่างไร ทั้งนี้ก็เพราะเราคิดว่า ‘แนวคิด’ เกี่ยวกับการออกแบบออฟฟิศนั้นลงตัวแล้ว คือต้องเป็นแบบนี้เท่านั้น

แต่ในการออกแบบออฟฟิศยุคใหม่ เราจะพบว่าโลกภายนอกที่เปลี่ยนไป ทำให้เราสามารถพูดได้เต็มปากว่าออฟฟิศต้องมีรูปแบบไหนแน่ๆ แต่ละออฟฟิศต้องมีการออกแบบเฉพาะให้เหมาะสมกับธุรกิจของตัวเอง เพราะ ‘พื้นที่’ จะเป็นตัวขับเคลื่อน ‘พฤติกรรม’ (Space drives behavior) ความเป็นส่วนตัวเป็นเรื่องสำคัญ ความเป็นสาธารณะในออฟฟิศก็สำคัญ ทั้งสองอย่างกระตุ้นให้คนทำงานได้ดีขึ้นทั้งนั้น ดังนั้น มาตรฐานของออฟฟิศดีไซน์ยุคใหม่จึงไม่ได้อยู่ที่ ‘ลุค’ อีกต่อไป แต่อยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรให้พื้นที่ที่มีอยู่ ส่งผลต่อการทำงานของผู้คนได้ดีที่สุด

บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งเคยทำมาหมดแล้ว ทั้งออฟฟิศแบบเดิม แบบเปิดโล่ง แต่ในที่สุด - เพื่อให้สอดรับกับยุคแห่งอินเตอร์เน็ต สิ่งที่ต้องรีโนเวตใหม่หมด ก็คือการสร้างออฟฟิศที่ผสมผสานทั้งสองแบบเข้าด้วยกัน คือให้มีทั้งพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่ส่วนรวม โดยไม่มีพื้นที่ไหนที่คนจับจองเป็นเจ้าของแบบ 100% ทั้งหมด ทั้งนี้ก็เพราะคนไม่จำเป็นต้องเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศแบบ 100% อีกต่อไป เอกสารต่างๆ สามารถเก็บไว้ในคลาวด์ได้หมด จึงเรียกใช้งานเมื่อไหร่จากที่ไหนก็ได้ ออฟฟิศมีไว้เพื่อการประชุม เบรนสตอร์ม เข้ามาพบปะกัน หรือไม่ก็เมื่อต้องการอะไรพิเศษ เช่นสถานที่เงียบๆ สำหรับคิดงานด้วยกันไม่กี่คน เป็นต้น

นอกจากนี้ ออฟฟิศดีไซน์ยังให้ความสำคัญกับงานวิจัยเรื่องการออกแบบตึกด้วย เช่น ถ้าห้องทำงานมีวิวด้านนอกหรือมีแสงแดดส่องถึง เขาพบว่าจะมีวันลาป่วยน้อยลง 6% หรือออฟฟิศที่พนักงานมี ‘อำนาจ’ ในการเลือกเงื่อนไขต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง (เช่น เลือกเรื่องเล็กๆ ว่าจะให้มีเครื่องทำกาแฟแบบไหน ไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ อย่างนโยบายในออฟฟิศบางอย่าง ฯลฯ) จะทำให้ทำงานได้ดีขึ้น 25% รวมไปถึงระบบระบายอากาศที่ดี ไม่มีเชื้อโรคอยู่ในเครื่องปรับอากาศส่วนกลาง ก็จะเพิ่มความสามารถในการทำงานในด้านการพัฒนากลยุทธ์และการตอบสนองต่อวิกฤตต่างๆ ได้ดีขึ้นด้วย

จะเห็นได้ว่า ความเปลี่ยนแปลงของออฟฟิศแบบใหม่นี้ ไม่ใช่การเปลี่ยนตามการออกแบบเพื่อความสวยงามหรือการจัดแผนผังออฟฟิศเท่านั้น แต่คือการเปลี่ยนที่ย้อนลึกลงไปถึงวิธีคิดในการทำงาน วิถีแห่งการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ และการใส่ใจไปถึงระบบโครงสร้างต่างๆ ที่จะผลักดันให้คนทำงานเกิดพฤติกรรมในการทำงานที่แตกต่าง

โลกเปลี่ยน ความคิดเปลี่ยน วิธีใช้ชีวิตย่อมเปลี่ยน

"การทำงานก็ย่อมเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน"