เรื่อง : อนันต์ ลือประดิษฐ์
คอลัมน์ The Thought 
นิตยสาร 247 ฉบับ 350
 
Mother
 
ทุกคนย่อมรู้จัก หลุยส์ อาร์มสตรอง แม้จะไม่สนใจเรื่องราวของเขา แต่น่าจะเคยได้ฟังบทเพลงของเขามาบ้าง อย่างน้อยๆ เพลงในยุคหลังที่ค่อนข้างป๊อปปูลาร์ เช่น What A Wonderful World ก็ถูกนำมาใช้ในภาพยนตร์ฮอลลีวูดหลายเรื่อง
 
หลุยส์ อาร์มสตรอง จัดเป็น “อัจฉริยะ” ทางดนตรีแห่งคริสต์ศตวรรษที่ 20 ทั้งที่พื้นเพดั้งเดิมมาจากสลัมในเมืองนิว ออร์ลีนส์ ชีวิตต้องดิ้นรน บางครั้งกัดก้อนเกลือกิน แต่หลุยส์เป็นเหมือนกวี ทั้งที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมย่ำแย่ แต่ดวงตาของเขามองเห็นดอกไม้กลางกองขยะ จนวันหนึ่งหลุยส์ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดทางวิชาชีพ เป็นดาวจรัสแสงแห่งวงการเพลง และยังได้เป็นทูตทางวัฒนธรรมของสหรัฐฯ ในยุคสงครามเย็นอีกด้วย
 
เช่นกัน-ทุกคนย่อมรู้จัก เรย์ ชาร์ลส์ ศิลปินชื่อก้อง จากคนที่มองเห็นความสวยงามโลก กลับต้องมาประสบสภาพความพิการทางสายตาที่เกิดขึ้นในช่วงวัยเยาว์ ซึ่งสร้างความลำบากให้แก่เขาอย่างเหลือแสน แต่ด้วยพลังใจทำให้เขาฝ่าฟันข้อจำกัดเหล่านั้นมาได้ เรื่องราวอันยิ่งใหญ่ของเรย์ ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง Ray นำแสดงโดย จิมี ฟ็อกซ์ ที่ให้แรงบันดาลใจแก่คนทั้งโลก
 
ทุกปี เมื่อวันสำคัญของ “แม่” มาเยือน พร้อมกับมายาคติที่คาดหวังในความดีงามอันเพียบพร้อมของแม่ ผมคิดถึงผู้หญิงหลายคน หากไม่นับเรื่องส่วนตัว หนึ่งในจำนวนผู้หญิงเหล่านั้น คือสตรีผู้ให้กำเนิดบุคคลสำคัญ อย่าง หลุยส์ อาร์มสตรอง และ เรย์ ชาร์ลส์
 
เปล่าเลย เธอทั้งสองไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด แม่ของหลุยส์ อาร์มสตรอง ไม่ได้เป็น “คุณแม่ตัวอย่าง” เหมือนอย่างที่สังคมไทยมักมอบตำแหน่งนี้ให้แม่ของดาราศิลปินที่มีชื่อเสียงทั้งหลาย
 
ยิ่งเมื่อมองไปในรายละเอียด คุณจะพบว่า “มายัน” แม่ของหลุยส์ ทิ้งเขาและน้องสาวไว้กับยาย เพื่อออกไปมีชีวิตใหม่หลังจากสามีของเธอทิ้งครอบครัวไป บ่อยครั้งเมื่อประสบภาวะฝืดเคืองเอามากๆ มายันก็ใช้ร่างกายแลกเงินเพื่อประทังชีวิต กว่าหลุยส์จะได้ไปอยู่กับแม่ก็เมื่อตอนอายุ 5 ขวบ และเขายังต้องพบกับพ่อเลี้ยงที่เปลี่ยนหน้ามาอยู่ที่บ้านอีกหลายคน
 
ส่วน “อะรีธา” แม่ของ เรย์ ชาร์ลส์ ในสายตาของผู้คนเวลานั้น รวมทั้งเรย์เอง ก็เป็นเสมือนคนใจร้ายที่กล้าผลักลูกออกจากอก เพื่อให้ออกไปผจญโลกเพียงลำพัง อายุ 7 ขวบกับอาการตาบอดสนิทในโรงเรียนคนพิการที่ฟลอริดา มีสภาพไม่ต่างจากการถูกโยนลงกลางทะเลเพื่อให้ว่ายน้ำเข้าฝั่งเท่าใดนัก
 
เวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่า เรย์แทบไม่ได้มีโอกาสเจอแม่เลย จนกระทั่งมาทราบข่าววันสุดท้ายของเธอ เมื่อตอนอายุ 14 ปี หลังกลับจากงานศพแม่ เรย์ กลับมาเรียนต่ออีกครั้ง แล้วออกจากโรงเรียนในปีถัดมาเพราะมีเรื่องขัดแย้งกับครู แต่ด้วยความรู้ที่บ่มเพาะมาจากโรงเรียนคนพิการ รวมถึงความสามารถทางดนตรีที่เอกอุ “Genius” (ฉายาของ เรย์ ชาร์ลส์) ก็ได้สถาปนาตัวตนในโลกดนตรี เขานำเอารูปแบบของบทเพลงกอสเปลที่ขับร้องกันในโบสถ์ มาถ่ายทอดเนื้อหาใหม่ ให้มีสีสันด้านโลกียรส สอดรับกับรสนิยมของผู้คน ซึ่งนับเป็นการพัฒนารูปแบบใหม่ของสไตล์เพลงที่เรียกกันว่า “โซล” นั่นเอง
 
ทั้ง “มายัน” และ อะรีธา” ผู้หญิงสองคนที่ให้กำเนิด หลุยส์ อาร์มสตรอง และ เรย์ ชาร์ลส์ เป็นเพียงผู้หญิงธรรมดา พวกเธอมาจากรากหญ้า ดิ้นรนหาเลี้ยงตัวเอง มองเผินๆ สังคมย่อมตัดสินว่า เธอไม่มีความเพรียบพร้อมในอุดมคติของความเป็นแม่แม้แต่น้อย แต่ ทั้ง หลุย์ และ เรย์ ต่างรักแม่ของเขามาก (เรย์ เคยบอกว่า โศกนาฎกรรมครั้งสำคัญในชีวิตของเขา คือวันที่สูญเสียแม่) และแรงบันดาลใจจากแม่ได้ส่งต่อให้เขาก้าวมาเป็นบุคคลสร้างสรรค์ความงามของเสียงให้แก่โลกใบนี้
 
ท่ามกลางประเด็นถกเถียงถึงคุณค่าความเป็นแม่ มายาคติในสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ กับความคาดหวังที่มีต่อบทบาทของผู้หญิง ว่าจะต้องเป็นนั่นเป็นนี่ ผมคิดว่าเส้นแบ่งของความสมดุลกำลังขยับเคลื่อนแล้วในวันนี้ เรากำลังมองหาคุณค่าความเป็นแม่ในความหมายที่กว้างขึ้น อย่างรอบด้านและเป็นธรรม
 
เพราะใครๆ ก็ปรารถนาจะเป็นคุณแม่ที่ดีในอุดมคติทั้งนั้น แต่ในความเป็นจริง นั่นอาจจะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
 
#247citymag