เรื่อง : ณัฐกร เวียงอินทร์
 
จาก Insects In The Backyard ถึง Motel Mist หนังไทย ใครเซ็นเซอร์?
 
แม้ว่าเราจะมี พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ มาตั้งแต่ พ.ศ. 2551 ที่ใช้ระบบการจัดประเภทเรตติ้งภาพยนตร์ไว้ช่วยกรองเนื้อหาให้เหมาะสมกับกลุ่มคนดู แต่หลังจากที่เวลาผ่านไป 9 ปี สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ ก็ยังมีการเซ็นเซอร์จาก "กองเซ็นเซอร์" ผ่านการจัดให้หนังอยู่ในประเภท "ห้ามเผยแพร่ในราชอาณาจักร" 
 
ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีประเด็นเรื่องของสังคมและวัฒนธรรมที่อาจจะไม่ต้องอ้างอิงกับกฎหมาย แต่ตัวคนทำหนังหรือนายทุน จำเป็นต้อง "เซ็นเซอร์ตัวเอง" ด้วยเหตุผลนานับประการ อย่างล่าสุด ก็เป็นกรณีของภาพยนตร์ “เชคสเปียร์ต้องตาย” ที่โดนแบนมาตั้งแต่ปี 2555 แต่มาถึงวันนี้แม้จะมีการยื่นอุทธรณ์คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ แต่ก็ยังถูกแบนต่อไปเพราะความหวั่นเกรงที่ว่าหนังเรื่องนี้จะสร้างความร้าวฉานให้คนในประเทศ
 
เราจึงชี้ชวนมาสำรวจกันว่า หลังจากปี พ.ศ. 2551 เป็นต้นมา ภาพยนตร์ไทยเรื่องใดบ้างที่ข้างเกี่ยวกับประเด็นการถูกเซ็นเซอร์จากรัฐ แล้วหนังแต่ละเรื่องเจอกับอะไรและเคลื่อนไหวแบบไหน? โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ 
 
1.กลุ่มภาพยนตร์ไทยห้ามเผยแพร่ในราชอาณาจักร ได้แก่ Insects In The Backyard และ เชคสเปียร์ต้องตาย 
2.กลุ่มภาพยนตร์ที่ตอนแรกถูกแบน แต่แก้ไขเนื้อหาหรือตกลงกับเจ้าของทุน แล้วนำมาฉายได้ ได้แก่ อาปัติ, ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง และ Motel Mist
3.กลุ่มภาพยนตร์ที่เลือก "เซ็นเซอร์ตัวเอง" ได้แก่ ปิตุภูมิ พรมแดนแห่งรัก และ Motel Mist 
 
“Insects In The Backyard” เซ็นเซอร์เพราะลูกอยากจะฆ่าพ่อ
 
ในปี พ.ศ. 2553 ภาพยนตร์ Insects In The Backyard ผลงานกำกับของธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ คือภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ถูกจัดอยู่ในเรต ห ห้ามฉายในประเทศ โดยคณะคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ ได้ให้ความเห็นว่า "มีเนื้อหาขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน" 
 
และหนึ่งในคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ได้ให้ความเห็นว่า "สาเหตุของการลงความเห็นว่าภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนนั้น เป็นเพราะว่าแม้เนื้อหาของเรื่องจะพยายามสะท้อนภาพสังคม แต่สิ่งที่นำเสนอมีความแรงมาก ทั้งภาพและภาษา อีกทั้งยังมีฉากที่แสดงให้เห็นว่าลูกอยากจะฆ่าพ่อของตัวเอง มีการใช้มีดแทงจนเลือดท่วมซึ่งไม่สมควรอย่างยิ่ง"
 
แม้ว่าเนื้อเรื่องในหนังกองเซ็นเซอร์จะบอกว่าขัดต่อศีลธรรมอันดีงาม แต่เมื่อผู้กำกับยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง มีการตัดสินว่าภาพยนตร์นี้ไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีงาม แต่ข้อให้ตัดฉากล่อแหลมที่เห็นวิดีโอออก 3 วินาทีเท่านั้น ซึ่งปลายปีนี้มีความเป็นไปได้ว่าเราจะได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว
 
สำหรับ Insects In The Backyard เป็นหนังที่ผู้กำกับได้รับแรงบันดาลใจมากชีวิตของตนเอง ซึ่งอยากให้ผู้ชมเข้าใจในความหลากหลายของเพศที่สาม

ภาพยนตร์ตัวอย่าง Insect in The Backyard
 
...
 
"เชคสเปียร์ต้องตาย" ก่อให้แตกความสามัคคีของคนในชาติ
เช่นเดียวกันกับ Insects In The Backyard ในปี พ.ศ.2555 ภาพยนตร์เรื่อง เชคสเปียร์ต้องตาย (Shakespeare Must Die) ถูกสั่งแบน โดย "กองเซ็นเซอร์" ให้เหตุผลว่า 
 
“คณะกรรมการฯ พิจารณาเห็นว่า ภาพยนตร์เรื่องเชคสเปียร์ต้องตาย (Shakespeare Must Die) มีเนื้อหาที่ก่อให้เกิดการแตกความสามัคคีระหว่างคนในชาติ ตามกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของประเภทภาพยนตร์ และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2552 ข้อ 7 (3) จึงมีมติไม่อนุญาต โดยจัดเป็นประเภทภาพยนตร์ที่ห้ามเผยแพร่ในราชอาณาจักร ตามมาตรา 26 (7) แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวิดีทัศน์ พ.ศ. 2551”
 
แม้จะมีการต่อสู้ของกลุ่มที่เห็นว่าหนังเรื่องนี้ควรได้รับการฉาย จนมีการส่งอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ แต่สุดท้ายก็ยังถูกแบนอยู่ดี
 
"เชคสเปียร์ต้องตาย" เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจาก "โศกนาฏกรรมแม็คเบ็ธ” (The Tragedy of Macbeth) ของ วิลเลียม เชคสเปียร์ นักประพันธ์ชื่อก้องโลก

ภาพยนตร์ตัวอย่าง "เชคสเปียร์ต้องตาย"
 
...
 
“อาปัติ" ตัดฉาก เปลี่ยนชื่อ แล้วฉายได้
ความมาคุของเรื่อง "อาปัติ" ซึ่งในตอนแรกใช้ชื่อว่า "อาบัติ" มีมาตั้งแต่ปล่อยตัวอย่างหนัง แล้วกลุ่มสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนาแห่งชาติ , ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย , เครือข่ายสตรีชาวพุทธแห่งประเทศไทย , องค์กรเครือข่ายพิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ , และองค์กรเครือข่ายชาวพุทธ ได้ตั้งคำถามว่าหนังเรื่องนี้มีเนื้อหาที่เหมาะสมไหม เพราะหนังทำให้ภาพลักษณ์ของพระรพุทธศาสนาเสียหาย
 
แล้วในที่สุด "กองเซ็นเซอร์" ก็แบนหนังเรื่อง "อาบัติ" ด้วยเหตุผลว่า หนังกระทบกระเทือนต่อความสงบเรียบร้อยต่อศีลธรรมอันดีงามของประชาชน มีฉากที่พระสงฆ์ไม่เหมาะสม อย่างเช่น ด้านชู้สาว ในด้านการฆาตกรรม ด้านการไม่เคารพต่อพระพุทธรูป 
 
หนังจึงถูกถอดออกจากโรงในวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2558 แล้วทีมทำหนังใช้เวลาเพียง 2 วันในการตัดต่อใหม่ ตัดฉากที่สุ่มเสี่ยงจะโดนกองเซ็นเซอร์แบนออกไป แล้วเปลี่ยนชื่อหนังจาก "อาบัติ" เป็น "อาปัติ" หนังจึงเข้าฉายได้ตามปกติ ซึ่งด้วยกระแสดังกล่าว ทำให้หนังทำเงินได้สูงถึง 50 กว่าล้านบาท
 
ไม่ใช่แต่กรณีของ "อาปัติ" เท่านั้น ที่เป็นหนังที่ตอนแรกถูกสั่งห้ามฉาย แล้วพอปรับเนื้อแล้วหนังจึงอนุญาตให้ฉายได้ ภาพยนตร์สารคดีในปี 2556อย่าง "ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง" ที่พูดถึงชีวิตของผู้คนที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ในตอนแรกก็ถูกแบนเช่นกัน แต่สุดท้ายมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยในตอนต้นของหนัง ทำให้เข้าฉายได้

ภาพยนตร์ตัวอย่าง "อาปัติ"

ภาพยนตร์ตัวอย่าง "ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง"

...
 
"ปิตุภูมิ พรมแดนแห่งรัก" ประเด็นอ่อนไหวสามจังหวัดชายแดน
ในปี พ.ศ.2556 "ปิตุภูมิ พรมแดนแห่งรัก" เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่ผู้สร้างเองระงับการฉายในวงกว้างเพราะหนังไปพูดถึงประเด็นที่อ่อนไหวอย่างสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
 
ตอนแรกหนังเรื่องนี้ค่อนข้างเป็นที่จับตาเพราะได้ตัวท็อปของวงการอย่าง ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่, อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม และ เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ มาร่วมแสดงนำ ทั้งยังได้ ยุทธเลิศ สิปปภาค มากำกับ แถมต้นฉบับมาจากนิยายขนาดหนาเรื่อง “พรมแดน” ผลงานของ วสิษฐ เดชกุญชร ด้วยทุนสร้าง 80 ล้านบาท ใช้เวลาทำหนัง 2 ปี ทำให้ชวนคิดว่า หนังต้องน่าดูแน่ ๆ
 
แต่แล้วหนังก็ไม่ได้เข้าฉาย เพราะนายทุนและผู้กำกับเห็นว่าเนื้อหาของหนังมีความอ่อนไหวกับประเด็นสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งผู้สร้างเกรงว่าจะรับผลกระทบทางลบจากการฉายหนังเรื่องนี้ไม่ไหว จึงขอเลื่อนการฉายออกไปจนกว่าบ้านเมืองจะสงบสุข
 
แม้ว่าจะมีกระแสมาเป็นระยะว่า จะมีการตัดต่อภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้นมาใหม่เพื่อให้สามารถเข้าฉายได้ แต่ท้ายที่สุดข่าวก็เงียบไปเหมือนเดิม

ตัวอย่างภาพยนตร์ "ปิตุภูมิ พรมแดนแห่งรัก"
 
...
 
“Motel Mist” เลื่อนฉายเพราะความเห็นไม่ตรงกันของคนทำหนัง
ล่าสุด Motel Mist หรือ "โรงแรมต่างดาว" ผลงานกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกของปราบดา หยุ่น ซึ่ง บจก.ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป เป็นคนให้ทุน
 
Motel Mist เพิ่งจัดฉายรอบสื่อไปเมื่อต้นพฤศจิกายน 2559 แต่สุดท้าย ภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกเลื่อนฉายด้วยเหตุผลที่แจ้งไว้ในแฟนเพจของภาพยนตร์ว่า "เลื่อนการฉายภาพยนตร์เรื่อง โรงแรมต่างดาว (Motel Mist) เนื่องจากฝ่ายผู้สร้างและทีมผลิตภาพยนตร์มีความเห็นไม่ตรงกันในส่วนของเนื้อหา"
 
พอเกิดเหตุการณ์นี้ ก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการเลื่อนฉายนี้ออกมาอย่างหนัก หนึ่งในความเห็นที่น่าสนใจก็คือ จากเพจ Kongdejworkboard ของ คงเดช จาตุรันต์รัศมี หนึ่งในทีมผู้สร้าง Motel Mist ได้อธิบายเรื่องนี้ไว้หลายโพสต์ทีเดียว อย่างเช่น 
 
"รู้สึกว่าต้องให้ความเป็นธรรมกับฝั่งที่โดนโจมตีอยู่หน่อย อยากให้มองกรณีนี้เป็นเรื่องความผิดพลาดในแง่กระบวนการมากกว่าจะจ้องด่าว่ามีคนผิด และสาดความโกรธใส่กัน ต้องยอมรับอย่างนึงว่าที่ผ่านมา ทางเขาก็เป็นผู้ให้ทุนในฝันเช่นกัน คือใจกว้าง และไม่เคยก้าวก่ายงานเลย ถึงแม้ว่าเงินลงทุนจำนวนจะไม่มาก บางครั้งไม่พอต้องหามาเพิ่ม แต่นั่นก็เป็นเพราะงบประมาณองค์กร ซึ่งยิ่งหมายความว่า ทุกอย่างไม่ได้ตัดสินใจอยู่บนpleasureของใครคนใดคนหนึ่งไง ทุกอย่างมันถึงได้มาเป็นpackageแบบนี้ และกรณีที่เกิดขึ้นตอนนี้ ทุกคนที่เกี่ยวข้องก็ต้องอยู่บนการตัดสินใจที่ไม่มีความสุขกันทั้งนั้น เงินหลายล้านที่เขาลงมา แล้วในที่สุดจะไม่ฉายเราว่าก็คงเฮิร์ตกันเท่าๆกับแรงใจคนทำงานที่ทำกันมาเป็นปีๆ ดังนั้นไอ้ที่จะเรียกร้องหรือลุกขึ้นสู้อาจจะใช้ไม่ได้กับกรณีครั้งนี้เท่าไหร่นะ
 
(แต่นั่นแหละเรื่องการเรียกร้องต่อสู้ไอ้เรื่องที่ไม่เข้าท่าอื่นๆที่ยังมีอยู่ ก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องทำกันต่อไป และการหาวิธีทำหนังอิสระที่แท้จริงเองก็เช่นกัน)
 
มองเป็นบทเรียน ใจกว้างๆ เราเผลอแคบกันมาหลายเรื่องแล้ว"
 
จนท้ายที่สุด เมื่อคุยกับนายทุนหนังจนหาจุดลงตัว Motel Mist จะได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์
 
ตัวอย่างภาพยนตร์ Motel Mist