1.55K
คนดูทั้งหมด
สปลิต เมืองท่าชายทะเล ความงามที่น่าไปเยือนใน โครเอเชีย
Update : Aug 11, 2017
Split of Croatia
Text : Pinyapach Ladaeng
 
Bok! เริ่มต้นด้วยคำทักทายเป็นภาษาโครแอต เพราะจุดหมายปลายทางในเดือนนี้จะบินลัดฟ้ามายัง สปลิต (Split) เมืองท่าชายทะเลที่สวยงามและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ นอกจากนั้นยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่งให้เดินเล่นชมรอบๆ เมืองได้ทั้งวัน
 
Balance of Tradition and Modernity
  คำว่า ‘สปลิต’ ในภาษาอังกฤษอาจแปลว่า แตกหรือแยก แต่ในภาษาโครแอต กลับแปลว่าพุ่มไม้ดอกสีเหลืองขนาดใหญ่ ซึ่งต้นไม้ชนิดนี้สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในเขตนี้ เมืองสปลิตถือเป็นเมืองท่องเที่ยวริมทะเล และเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 รองมาจากเมืองหลวงซาเกร็บ ตั้งอยู่ในภูมิภาคดัลเมเชียน หลายคนคงคุ้นชื่อ เพราะภูมิภาคนี้เป็นต้นกำเนิดของสุนัขสายพันธุ์ดัลเมเชียนนั่นเอง
สปลิต ยังเป็นเมืองชายทะเลที่ใหญ่ที่สุดในทะเลอะเดรียติกและมีประวัติความเป็นมาราว 2,500 ปี นับตั้งแต่ยุคกรีกเรืองอำนาจ เริ่มต้นถูกปกครองโดยกรีก ต่อมาโรมันเข้ามาครอบครองในช่วงศตวรรษที่ 2-4 หลังจากนั้นก็ถูกรุกรานจากอีกหลายชนชาติ เพราะด้วยทำเลที่ตั้งเอื้ออำนวยต่อการเดินเรือ ท้ายที่สุดชนเผ่าโครแอตได้เข้ามาตั้งรกรากจวบจนถึงปัจจุบันแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองสปลิต ถ้าไม่มาเยือนพระราชวังของจักรพรรดิดิโอคลีเชียน (Diocletian) แห่งจักรวรรดิโรมัน ถือว่ายังมาไม่ถึง พระราชวังแห่งนี้ยังคงความสมบูรณ์ถึงแม้จะผ่านกาลเวลามาแล้วกว่าสองพันปี ก่อนจะเดินต่อไปยังเมืองเก่า ลองหาข้อมูลทำความรู้จักกับจักรพรรดิดิโอคลีเชียนกันคร่าวๆ ก่อน
ซึ่งจักรพรรดิดิโอคลีเชียน ถือเป็นจักรพรรดิที่สำคัญองค์หนึ่งของโรมันยุคหลัง พระองค์มีชีวิตอยู่ในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 245-311 โดยเกิดในตระกูลชนชั้นต่ำ แต่ค่อยๆ ไต่เต้าจากการเป็นทหารจนสามารถขึ้นมาเป็นจักรพรรดิ และเป็นผู้วางรากฐานการปกครองแบบจตุราธิปไตยคือให้แต่ละเขตปกครองกันเอง โดยมีจักรพรรดิอาวุโสที่เรียกว่า ออกุสตุส และจักรพรรดิชั้นรอง ซีซาร์ เป็นผู้ดูแล เมื่อบ้านเมืองสงบสุข ดิโอคลีเชียนจึงคิดจะเกษียณตัวเองแล้วมาสร้างพระราชวังที่บ้านเกิด ซึ่งพระราชวังแห่งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของเมืองสปลิต
พระราชวังของจักรพรรดิดิโอคลีเชียน สร้างเป็นที่ประทับของจักรพรรดิ แต่ในเชิงสถาปัตยกรรมและการวางผังเมืองดูคล้ายป้อมปราการเสียมากกว่า เพราะมีแนวกำแพงเป็นรูปสี่เหลี่ยม มีหอคอยป้องกันศัตรูโดยรอบ ด้านหนึ่งติดทะเลเพื่อใช้หลบหนีถ้าหากโดนรุกรานจากทางบก พื้นที่ด้านในพระราชวังครึ่งหนึ่งเป็นที่ประทับของดิโอคลีเชียน ส่วนที่เหลือถูกสร้างเป็นค่ายทหารและที่อยู่อาศัยของประชากร ภายในเขตพระราชวังจะมีโบสถ์ บ้านเรือน เช่นเดียวกันกับเมืองโบราณในอดีต ด้วยความสมบูรณ์แบบของพระราชวัง ถึงแม้จะผ่านกาลเวลามาหลายพันปี จึงถูกยกให้เป็นมรดกโลกของยูเนสโก นับตั้งแต่ปี 1979การเดินเข้ามายังพระราชวัง สามารถเลือกเดินเท้าเข้ามาได้หลายทาง แต่ส่วนใหญ่จะเดินเข้ามาจากด้านที่ติดทะเล ซึ่งเป็นลานให้คนยุคปัจจุบันมาเดินเล่น เดินมาเรื่อยๆ จะพบกับแบบจำลองของพระราชวังที่ตั้งอยู่ด้านหน้าประตูเข้าสู่ตัวเมือง ซึ่งต้องเดินลอดใต้แนวกำแพง เส้นทางนี้เคยใช้เป็นโลเกชั่นถ่ายทำซีรีส์ยอดนิยมอย่าง Game of Thrones ด้วย เมื่อเดินออกมาจากประตูเมือง จะพบกับสิ่งปลูกสร้างที่ตั้งตระหง่านเด่นสะดุดตาอยู่ตรงหน้าคือ มหาวิหารเซนต์ดอมเนียส (Cathedral of Saint Domnius) สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 7 แต่ก่อนโบสถ์แห่งนี้เคยเป็นสุสานของจักรพรรดิดิโอคลีเชียน แต่เมื่อเข้าสู่ยุคคริสตจักรเฟื่องฟูจึงสร้างโบสถ์ครอบไว้อีกที และตั้งชื่อตามเซนต์ดอมเนียส ซึ่งเป็นบิชอปที่อยู่ร่วมสมัยกับดิโอคลีเชียน รอบๆ โบสถ์ถ้าสังเกตดีๆ จะเจอสฟิงซ์สีดำซ่อนตัวอยู่ สฟิงซ์เหล่านี้นำมาจากอียิปต์ เหตุผลเพราะจักรพรรดิชื่นชอบอารยธรรมอียิปต์ ดังนั้น เมื่อปราบกบฏอียิปต์ได้จึงนำสฟิงซ์กลับมาตกแต่งพระราชวัง
 
เดินเล่นสักพักจนมาถึงประตูฝั่งตะวันตก จะพบกับรูปปั้นของบิชอป Gregory of Nin บุคคลสำคัญของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 926 เพราะเป็นผู้ริเริ่มการใช้ภาษาถิ่นโครแอตในทางศาสนา ซึ่งขัดแย้งกับคริสตจักรโรมที่ต้องการใช้ภาษาละตินเท่านั้น เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ๆ จะเห็นว่ารูปปั้นถูกหล่อขึ้นจากบรอนซ์ และกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของนักท่อง-เที่ยว ที่เมื่อเจอรูปปั้นลักษณะนี้ก็จะชอบไปลูบจนมันเงา ถึงตอนนี้ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไปลูบเพราะจุดประสงค์อะไรในเขตเมืองเก่าของสปลิตยังคงเป็นเมืองที่มีผู้คนอาศัยอยู่ โดยสร้างบ้านเรือนใต้กำแพง สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบเมืองเก่าของยุโรป ถ้ามีโอกาสได้มาเดินชมรอบๆ เมืองสปลิต รับรองว่าเป็นต้องหลงเสน่ห์กับบรรยากาศดั้งเดิมที่ยังคงรักษาเอาไว้อย่างดีนี้เป็นแน่

GM Multimedia Group PLC.
GM Live © 2017