5.26K
คนดูทั้งหมด
ถอดรหัสความสำเร็จ ออริจิ้น กับก้าวใหม่ในแคมเปญ “My Life My Origin”
Update : Jun 27, 2017

       ด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไป ทำให้ความต้องการในเรื่องของปัจจัย 4 มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัย ทั้งเรื่องของอาหารที่เดี๋ยวนี้แค่นั่งอยู่บ้านก็สามารถสั่งอาหารจากร้านดังระดับตำนานให้มาเสิร์ฟถึงที่ได้แล้ว เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายก็ไม่จำเป็นต้องฝ่ารถติดเพื่อไปซื้อสินค้าด้วยตัวเอง แค่คลิกไม่กี่นาทีก็เป็นเจ้าของได้แล้ว และที่อยู่อาศัยที่เปลี่ยนแนวคิดจากเดิมที่ต้องแห่กันไปอยู่ในเมือง เป็นการเลือกจากทำเลที่ใช่ บรรยากาศที่ชอบแทน 
นั่นจึงเป็นที่มาของแคมเปญ “My Life My Origin” หรือ ชีวิตในฝันแบบที่เป็นคุณ ของบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ ไนท์บริดจ์ (Knightsbridge), นอตติ้ง ฮิลล์ (Notting Hill) และเคนซิงตัน (Kensington) กับการก้าวขึ้นสู่ปีที่ 9 อย่างสง่างาม
 
แน่นอนว่าเราทุกคนมีความสงสัยใคร่รู้ว่า อะไรคือกุญแจแห่งความสำเร็จที่ออริจิ้นสามารถทำได้ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา กับการเติบโตอย่างรวดเร็ว เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และมียอดขายทะลุ 1 หมื่นล้านบาท วันนี้เราจะมาถอดสูตร (ความสำเร็จ) หาคำตอบกัน
 
ฉีกกฎความคิดเดิมๆ
 
   ไม่ใช่เรื่องแปลกหากเราจะเชื่อว่า คอนโดมิเนียมคือบ้านหลังที่ 2 และถ้าจะซื้อก็ต้องมองหาทำเล        ในเมืองเท่านั้น แต่หารู้ไม่ว่า ยอดขายกว่า 70% ในโครงการของเครือออริจิ้น จะมีลูกค้า (ผู้อยู่อาศัย) ดั้งเดิมในแต่ละทำเล สะท้อนให้เห็นว่า ความสุขของคนส่วนใหญ่คือการได้อยู่ในที่ที่คุ้นเคย ได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว ญาติพี่น้องที่อาศัยอยู่ใกล้กัน ขณะเดียวกัน คนรุ่นใหม่ก็ไม่ได้ต้องการซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อเป็นบ้านหลังที่ 2 อีกต่อไป แต่คือบ้านหลังที่ 1 ของพวกเขา 
สิ่งนี้เองที่ทำให้ออริจิ้นเชื่อมั่นและตั้งตัวเป็นแบรนด์ที่ตอบสนองการใช้ชีวิตในฝันในแบบที่เป็นตัวเอง ไม่ต้องตามใคร และเข้าใจผู้บริโภคในปัจจุบันและอนาคตมากที่สุด
 
ราคาจับต้องได้
 
    เพราะค่าครองชีพในเมืองมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ราคาคอนโดมิเนียมในเมืองมีราคาไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่ราคาที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ ทำให้ภาพของการได้เป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมเป็นเพียงความฝัน แต่ด้วยแนวคิดที่แตกต่าง ไม่ซ้ำใคร ไม่ตามใครของออริจิ้น จึงมุ่งเป้าหมายไปที่ตลาดพรีเมียมแมสที่มีขนาดใหญ่ที่สุดกับราคาห้องที่ 1.5-3 ล้านบาทอย่างต่อเนื่อง คือ ราคาที่เข้าถึงได้ ตกแต่งสวยงาม ฟังก์ชันครบ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ 
 
ทำเลทอง เดินทางสะดวก
 
    ต่อยอดจากเรื่องความสุขของคนเราที่ได้อยู่ในทำเลที่คุ้นเคย ทำให้ที่ผ่านมาออริจิ้นได้ขยายตัว เลือกสถานที่สำหรับสร้างคอนโดมิเนียมตามแนวของรถไฟฟ้าแม้จะไม่ใช่พื้นที่ในเขตเมืองก็ตาม เพราะด้วยการคมนาคมที่สะดวก ราคาไม่แพ ตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ออริจิ้นจะมียอดขายทะลุ 1 หมื่นล้านบาท

 
กลยุทธ์เฉียบขาด ใช้พรีเซนเตอร์สะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์
 
   เพื่อให้ภาพลักษณ์ของบริษัทและคอนโดมิเนียมแต่ละแบรนด์ชัดเจนยิ่งขึ้น ล่าสุด ออริจิ้นจึงได้ดึงตัว ณเดชน์ คูกิมิยะ พระเอกระดับแถวหน้าของเมืองไทย ซึ่งมีบุคลิกที่สอดคล้องกับแบรนด์คอนโดมิเนียมทั้ง 3 แบรนด์ของออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ มาเป็นพรีเซนเตอร์ในแคมเปญ My Life. My Origin ด้วยเหตุผลที่ชัดเจนว่า ณเดชน์ คือคนธรรมดาที่มีสไตล์ เป็นตัวแทนของคนทั่วไปที่มีทั้งมุมเนี้ยบดูดี มุมเท่ๆ และมุมสบายๆ ไม่ต้องแต่งตัวหรูหราก็ดูดีได้ ซึ่งสามารถสะท้อนภาพของแบรนด์ได้ตั้งแต่ความเท่แบบเรียบหรูอย่างไนท์บริดจ์ ความทันสมัยหรือโมเดิร์นอย่างนอตติ้ง ฮิลล์ และความเท่แบบลุยๆ อย่างเคนซิงตัน ประกอบกับบุคลิกของณเดชน์ ที่เป็นคนตั้งใจทำงานเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ซึ่งตรงกันกับวิธีการทำงานแบบออริจิ้น ยิ่งทำให้แบรนด์มีตัวตนที่ชัดเจนมากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
 
สร้างแคมเปญเปิดตัวโครงการใหม่
 
   ยุคนี้การขายสินค้าไม่ใช่แค่การบอกคุณประโยชน์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเข้าถึง Insight ของผู้บริโภคได้ด้วย การเปิดตัวโครงการ 4 โครงการใหญ่รวมมูลค่า 8,400 ล้านบาทครั้งนี้จึงมาพร้อมกับแคมเปญ “My Life. My Origin” หรือ “ชีวิตในฝันแบบที่เป็นคุณ” ซึ่งประกอบไปด้วย 1. ไนท์บริดจ์ พหลโยธิน-อินเตอร์เชนจ์ (Knightsbridge Phaholyothin-Interchange) มูลค่า 2,100 ล้านบาท 2. นอตติ้ง ฮิลล์ สกายสแครปเปอร์ @ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ (Notting Hill Skyscraper@Central Rattanathibet) มูลค่า 2,500 ล้านบาท 3. นอตติ้ง ฮิลล์ สุขุมวิท 105 (Notting Hill Sukhumvit 105) เฟส 2 มูลค่า 1,300 ล้านบาท และ 4. เคนซิงตัน สุขุมวิท-เทพารักษ์ (Kensington Sukhumvit-Theparak) มูลค่า 2,500 ล้านบาท ภายใต้การดูแลของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มืออาชีพที่เข้ามาร่วมทีม สร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ
 
จะเห็นได้ว่า “ความสำเร็จ” ที่ได้มาไม่ได้เกิดขึ้นอย่างไร้เหตุผล ทุกอย่างมีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนอย่างชัดเจน เหนือสิ่งอื่นใดที่สำคัญมากๆ ก็คือการเข้าใจตัวเองและเข้าใจผู้บริโภค เพื่อพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์กับธุรกิจมากที่สุด

GM Multimedia Group PLC.
GM Live © 2017