ผลสำรวจขององค์กรแห่งความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของสหประชาชาติ (ปี 2009) พบว่า ชาวฝรั่งเศสเป็นชนชาติที่มีความสุขมากที่สุดเพราะพี่แกตะบี้ตะบันนอนอุตุอยู่บนเตียงนานกว่าชาวโลก ซึ่งส่วนใหญ่จะนอนกันแค่คืนละ 6-7 ชั่วโมง แต่ชาวฝรั่งเศสนอนถึงคืนละเกือบ 9 ชั่วโมง มากกว่าชาวเกาหลี, อเมริกัน และสเปนถึงกว่า 1 ชั่วโมง 
เรื่อง : อังเคิลอลิศ
Sex Talk 
จากนิตยสาร GM #371
 
สมัยหนึ่งชาวฝรั่งเศสยังนอนกลางวันแถมเข้าไปด้วยอีกชั่วโมงสองชั่วโมง (วัฒนธรรมนี้เคยพยายามเผยแพร่ในกลุ่มประเทศอินโดจีนมาแล้ว เช่น ลาว เขมร และเวียดนาม)และนานยิ่งกว่าชาวญี่ปุ่นซึ่งใช้เวลาในการทำงานและเดินทางไป-กลับระหว่างบ้านกับที่ทำงานมากกว่าชาติใดๆ 
 
ความจริงที่ยังตกสำรวจมีอยู่ว่า ผู้ชายญี่ปุ่นส่วนใหญ่นั้นกว่าจะกลับถึงบ้านได้ก็แวะเมาแประอยู่ตามร้านอาหารและสแน็กบาร์จนดึกดื่น ทำให้เวลานอนยิ่งน้อยกว่าหลายชนชาติในโลก นอกจากนี้ยังพบว่า ชาวฝรั่งเศสยังทำตัวได้น่าอิจฉายิ่งไปกว่านั้น ก็คือ พวกเขายังใช้เวลาจิบไวน์และละเลียดกับบรรดาอาหารชั้นเลิศนานกว่าคนอเมริกัน อังกฤษ และเม็กซิกันเกือบเท่าตัวลึกไปกว่านั้น 
 
มีผลสำรวจจากองค์กรอื่นๆ อีกว่า คนฝรั่งเศสโดยเฉลี่ยนอกจากจะเน้นเรื่องเครื่องดื่มและอาหารการกินที่มีแต่นมเนย และหลายอย่างก็เต็มไปด้วยคอเลสเตอรอล แต่ไม่ยักมีสถิติเป็นโรคหัวใจและโรคอื่นๆ ที่สำคัญไม่อ้วนจ้ำม่ำเหมือนชนชาติอื่นๆ โดยเฉพาะอเมริกันที่กำลังมีปัญหาโรคอ้วนขนาดหนักอยู่ในขณะนี้ 
 
ผู้หญิงกับความอ้วนเป็นสิ่งที่ ‘รับไม่ได้’ อย่างเด็ดขาด แต่ผู้หญิงฝรั่งเศสกลับได้ชื่อว่าเป็นผู้หญิงที่สามารถกำราบปราบปรามความอ้วนได้อย่างชะงัดเหนือกว่าผู้หญิงหลายประเทศในยุโรปมิเรลล์ จูลิอาโน สาวใหญ่ชาวฝรั่งเศสเขียนหนังสือเอาไว้เล่มหนึ่งชื่อ French Women Don’t Get Fat เธอบอกว่า ชายและหญิงฝรั่งเศสกินอาหารด้วยความสุข โดยทุ่มเทความสนใจในการกินอาหารอย่างเต็มที่ เคี้ยวแต่ละคำอย่างช้าๆ ซึ่งไม่ได้ช้าเพราะเพียงแค่เป็นมารยาทเท่านั้น 
 
ส่วนสาวมะกันกระดกน้ำอัดลม ชากาแฟ น้ำผลไม้บรรจุขวด แต่ดื่มน้ำเปล่าน้อยมาก ส่วนสาวฝรั่งเศสดื่มน้ำเปล่าวันละเป็นลิตรๆ และดื่มน้ำที่มีกาเฟอีนอย่างสาวมะกันน้อยมากหนังสือประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสยอมรับว่า การดื่มกินเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของฝรั่งเศส 
 
ไวน์จึงเป็นรากฐานอย่างหนึ่งของฝรั่งเศส จนมีคำกล่าวของนักปรัชญาที่ว่า “ถ้าบนโลกนี้ไม่มีไวน์ ร่างกายและจิตใจของมนุษย์ย่อมว่างเปล่า ความว่างเปล่านี้สามารถทำลายคนเราได้ยิ่งกว่าการดื่มไวน์จะทำได้เสียอีก ไม่ผิดใช่ไหมหากจะบอกว่าคนที่ไม่ดื่มไวน์ทั้งที่จงใจและไม่จงใจนั้น ถ้าไม่โง่ก็เป็นที่ไม่จริงใจ คนที่ดื่มแต่น้ำเปล่าคือคนที่ต้องการจะซ่อนเร้นอะไรบางสิ่งบางอย่างไว้”
 
สิ่งที่ทำให้ ‘อังเคิลอลิศ’ ถึงกับขอบตาร้อนผ่าวก็คือ การสำรวจอีกชิ้นหนึ่งที่บอกว่า เซ็กซ์ของคนฝรั่งเศสเป็นเซ็กซ์ที่มีคุณภาพมากที่สุด ทำได้บ่อยและมีประสิทธิภาพกว่าทุกชาติพันธุ์บนโลก (เรื่องนี้ผมพยายามจะไม่เชื่อสถิติใดๆ)
 
เขาว่ากันว่า คนฝรั่งเศสไม่เคยรีบร้อนเรื่องเซ็กซ์ พวกเขาถือว่านี่คือความรื่นรมย์ที่ละเมียดละไมประการหนึ่งซึ่งขาดไม่ได้ของมนุษย์ เท่าๆกับที่ฝรั่งเศสละเลียดไวน์และอาหารที่เคี้ยวเอื้องแต่ละคำอย่างช้าๆ ทุกขณะเต็มไปด้วยรสชาติ ถือเป็นงานศิลปะประจำวัน (หรือวันเว้นวัน สัปดาห์เว้นสัปดาห์ แล้วแต่วัย) อันงดงามอีกชิ้นหนึ่ง
 
ประวัติศาสตร์ยังบอกเอาไว้อีกว่า ด้วยเหตุนี้คนฝรั่งเศสจึงแก้ผ้าไวมาก แฟชั่นชั้นยอดของโลกจึงเกิดขึ้น เหมือนที่ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวฝรั่งเศส-จัง ลองแวงที่เคยพูดไว้ว่า “มีแต่ประเทศที่คนถอดเสื้อผ้าบ่อยที่สุดเท่านั้น จึงจะมีคนแต่งกาย ดีที่สุด”แต่นี่ไม่ได้หมายความว่า คนแก้ผ้าไวจะเป็นคนแต่งตัวดีที่สุดเสมอไปหรอกนะ เพราะคนคนนั้นอาจจะแต่งตัวไม่ได้เรื่อง แต่เผอิญแก้ผ้าแล้วจะดูดีมาก !