2.17K
คนดูทั้งหมด
จากดากานดา สู่ผีอีแพง 5 บทบาทการแสดงที่ดีที่สุดในรอบ 12 ปีของนุ่น ศิรพันธ์
Update : Aug 10, 2017
“อย่ากลัว…. 10 กว่าปีที่เป็น นุ่น ศิรพันธ์ ในวันนี้ ความคิด คำพูด ความรู้สึก แบบนี้ก็ยังคงวนเวียน อยู่ตัวรอบนุ่นมาโดยตลอด ตั้งแต่ก้าวมาทำงานวันแรกจนถึงตอนนี้ กลัวไหม?… ใช่ นุ่นเคยกลัวที่จะเห็นและได้ยินสิ่งเหล่านี้ มันบั่นทอนกำลังใจ บั่นทอนความสุขในชีวิตไปไม่ใช่น้อย”
นี่คือส่วนหนึ่งของคำตัดพ้อจากนุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดา ผ่านอินสตาแกรม ที่ตั้งแต่เข้าวงการมาก็ถูกวิจารณ์เรื่องรูปลักษณ์ภายนอก จนหลายครั้งก็ทำให้เธอท้อ หมดกำลังใจ แต่ก็ยังมีแฟนคลับจำนวนมากที่ยังให้กำลังใจเธออยู่เสมอมา
 
อย่างไรก็ตาม ตลอด 12 ปีในชีวิตการแสดงของนุ่น ศิรพันธ์ หากไล่เรียงผลงานที่เธอเคยทำออกมา คงจะเห็นได้ว่า ฝีมือในการแสดงของเธอ คือยอดฝีมือคนหนึ่งในวงการบันเทิง ที่รับบทที่ท้าทายอยู่เสมอ และทำมันได้ดีมาก ๆ เสียด้วย
 
ในขณะที่นักแสดงหลายคน จะมีภาพจำในแบบที่ภาษาการแสดงเรียกว่า Typecasting ที่เราจะจำนักแสดงในภาพเดิม ๆ อย่างเช่น เราจะจำว่า จิม แคร์รี หรือโจว ซิงฉือ ในภาพของนักแสดงตลก หรือจำภาพของบรูซ วิลลิส ในภาพนักแสดงหนังบู๊แนวอึดตายยาก(นักแสดงแนวนี้มีข้อดี กับข้อจำกัดต่างกัน ข้อดีคือมันทำให้แบรนด์ความเป็นนักแสดงในบทเฉพาะทางของเราแข็งแรง แต่ข้อจำกัดคือ จะถูกผู้ชมสร้างกรอบว่า นักแสดงคนนั้น ๆ มีแต่ภาพแบบนี้เท่านั้น)
 
แต่นุ่น ศิรพันธ์ เป็นนักแสดงอีกประเภทหนึ่ง การท้าทายในบทบาทการแสดงใหม่ ๆ ของเธอ ทำให้จากที่คนทั้งบ้านทั้งเมืองจำเธอได้ในบท ดากานดา แต่ชั่วไม่กี่ปี เธอสามารถทำให้ผู้ชมทั้งเกลียดทั้งสงสารเธอได้จากการรับบทเป็น ผีอีแพง
 
และนี่คือ การรวมสุดยอดบทบาทการแสดงของ นุ่น ศิรพันธ์ ในรอบ 12 ปีที่ผ่านมา
 
1.ดากานดา จากภาพยนตร์ เพื่อนสนิท(2548)
“ทำไมเพิ่งมาบอกตอนนี้” เมื่อ 12 ปีที่แล้ว ประโยคนี้คือวรรคจำที่สุดวรรคหนึ่งของหนังไทยจากตัวละครที่ชื่อ ดากานดา ในภาพยนตร์เรื่อง “เพื่อนสนิท” กับการเปิดตัวการแสดงของนุ่น ศิรพันธ์ ได้อย่างงดงาม กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่คณะวิจิตรศิลป์ ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ดัดแปลงมาจากนิยายที่ป๊อปในช่วงนั้นอย่าง “กล่องไปรษณีย์สีแดง” ของอภิชาติ เพชรลีลา
 
“เพื่อนสนิท” แม้ว่าเนื้อเรื่องหลักจะเป็นเรื่องเล่าผ่านสายตาของ “ไข่ย้อย” เพื่อนสนิทของดากานดาที่แอบชอบดากานมาตลอด 4 ปีในรั้วมหาวิทยาลัยโดยที่ดากานดาไม่เคยรู้ แต่ความเป็นดากานดาที่นุ่น ศิรพันธ์ปั้นขึ้นมาในเรื่อง ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน หลายบทบาทในหนังที่มีดากานดา เชื่อเลยว่าคนดู(โดยเฉพาะผู้ชาย) จะหลงเสน่ห์ความน่ารัก กวน ๆ จากแววตาซุกซนของเธอ ไม่ต่างอะไรกับจวน จีฮุน ที่เขย่าหัวใจผู้ชมมาแล้วจากเรื่อง “ยายตัวร้ายกับนายเจี๋ยมเจี้ยม”
 
นุ่น ศิรพันธ์ ทำให้คนดูที่รักนิยาย “กล่องไปรษณีย์สีแดง” เชื่อว่า ดากานดาในนิยาย คือคนเดียวกันกับดากานดาในภาพยนตร์ ทำให้แม้ในนอกจอ คนก็ยังรักภาพของนุ่น ศิรพันธ์ ในระดับที่ว่า เคยมีดาราระดับพระเอกคนหนึ่งเคยให้สัมภาษณ์ว่า “อยากมีแฟนแบบดากานดา
 
2.นวลจัน จากภาพยนตร์ เปนชู้กับผี (2549)
หลังจากเปิดตัวแล้วประสบความสำเร็จจากบทดากานดา ในช่วงเวลานั้นแทนที่ นุ่น ศิรพันธ์ จะอยู่ใน comfort zone การแสดง กอบโกยเอากับบทนักแสดงวัยรุ่นในแบบดากานดา แต่นุ่น กลับเลือกที่จะรับบทที่แตกต่างออกไปในภาพยนตร์สยองขวัญย้อนยุคไปถึงปี 2477 อย่างเรื่อง “เปนชู้กับผี”(2549) ผลงานกำกับของวิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง
 
การรับบทนวลจัน ของนุ่นในหนังเรื่องนี้ จึงเป็นความท้าทายที่ต่างไปจากบทที่เธอเคยเล่น เพราะ ตัวละครค่อนข้างต่างจากชีวิตเธอในตอนนั้น ทั้งการเป็น ผู้หญิงท้องแก่ และเฝ้าตามหาคนรักที่หายไป การแสดงออกของบทที่มีทั้งความกดดัน หวาดหวั่นใจที่ค่อยๆ ปะทุขึ้นเรื่อยๆ นั้น ได้นำพาให้นุ่นมีภาพลักษณ์ของนักแสดงที่ต่างไปจากเดิม
 
3.ปรียา จากภาพยนตร์ Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ(2555)
แม้ว่าภาพยนตร์ “Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ” ของชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุลจะเป็นภาพยนตร์ที่มี 3 เรื่องย่อย ๆ ต่อกัน และบทของปรียาเป็นเพียงบทย่อยใน 3 เรื่องนั้น แต่พลังการแสดงของนุ่น ศิรพันธ์ผลักดันให้บทของ ปรีชา ในฐานะเจ้าสาวที่กลัวฝนนั้นเด่นมาก ๆ กับการประกบคู่กับเจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ ที่รับบทเป็น “เสี่ยเล้ง” นักธุรกิจหนุ่มชาวใต้ ที่ขึ้นมาเชียงใหม่เพื่อมาแต่งงานกับปรียา
 
การไล่เฉดอารมณ์ในการแสดงของนุ่นกับบทของปรียา กับโมเมนต์ที่อีกไม่กี่ชั่วโมงจะแต่งงานแล้ว เป็นอะไรที่เรารู้สึกว่าได้คนจริง ๆ มาแสดง เพราะดู “อิน” กับบทมาก ๆ จากอารมณ์คนเตรียมพร้อมที่จะแต่งงาน เริ่มหวั่นใจว่าจะแต่งดีไหมจนเริ่มคิดว่าจะยกเลิกงานแต่งดีไหม จนในที่สุดก็ระเบิดพลังการแสดงด้วยการร้องไห้อธิบายสิ่งที่มีอยู่ในใจให้เสี่ยเล้งฟัง ซึ่งต้องบอกว่ากับบทนี้นุ่นเอาอยู่จริง ๆ
 
4.อีแพง จากละครโทรทัศน์ บ่วง(2555)
นุ่น ศิรพันธ์ แสดงละครโทรทัศน์มากมายหลายเรื่อง แต่ละเรื่องก็มีบทบาทที่น่าสนใจแตกต่างกันไป อย่างเช่น บท บุญรอด จากละคร “ผู้หญิงคนนั้นชื่อบุญรอด”(2558) นุ่นรับบทเป็นหญิงสาวสู้ชีวิต ไม่ยอมใคร ไม่ยอมขายศักดิ์ศรี แม้จะอยู่ท่ามกลางดงโสเภณี เรื่องนี้แม้ไม่ค่อยมีกระแส แต่การเข้าถึงบทบาทของนุ่น ทำให้ภาพของบุญรอด  หญิงสาวที่ดูจัดจ้าน แต่ใบหน้า และแววตาของนุ่นแสดงออกได้ถึงความเข้มแข็ง และอ่อนโยนไปในคราวเดียวกัน
 
แต่มาสเตอร์พีซจริง ๆ ในการแสดงละครโทรทัศน์ของนุ่น แน่นอนว่าคือบทของ “ผีอีแพง” จากละครแนวพีเรียด-ดราม่า-สยองขวัญ เรื่อง บ่วง ที่นุ่นทำให้คนดูทั้งเกลียด กลัว และสงสารตัวละครตัวนี้ในคราวเดียวกันได้ แพง คือตัวละครที่เป็นหัวใจสำคัญของ “บ่วง” ตัวละครแพง ค่อย ๆ ทำให้คนดูเกิดอารมณ์กลัวในฐานะวิญญาณร้าย เกิดอารมณ์เกลียดเพราะความทะเยอทะยานของเธอทำให้เธอเล่นชู้กับสามีคนอื่น และสุดท้าย เธอทำให้คนดูสงสารกับชะตากรรมของเธอที่ถูกทรมานจนมีจิตพยาบาทข้ามชาติข้ามภพ 
 
ในปี 2555 ที่ละครเรื่องบ่วง ออนแอร์ทางช่อง 3 ต้องบอกว่าบท “ผีอีแพง” คือหนึ่งในปรากฏการณ์สำคัญของวงการละครไทยในปีนั้นเลยทีเดียว
 
5.สลิล จากละครเวที กุหลาบสีเลือด(2555)
นุ่นทดลองงานใหม่ ๆ เสมอ แม้เธอจะเคยให้สัมภาษณ์ว่า ที่ผ่านมาเธอไม่ได้เล่นละครเวทีเพราะหากเป็นละครแนวมิวสิคัล เธอไม่ค่อยสันทัดในการร้องเพลงสักเท่าไรนัก แต่ถ้าเป็นละครดราม่าฆาตกรรม 
การที่นุ่นขยับมาเล่นละครเวที จึงถือว่าเป็นพื้นที่ที่ท้าทายของเธอมาก ๆ เพราะความ “เล่นใหญ่” มันอาจจะต้องใช้พลังในการแสดงมากเป็นพิเศษเพราะต้องเอาคนดูในโรงละครให้อยู่หมัดจริง ๆ
 
“กุหลาบสีเลือด” ละครแนวดราม่าฆาตกรรม จึงถือว่าเป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่งของเธอในอาชีพการแสดง เพราะละครเรื่องนี้ นอกจากจะเป็นการกลับมาพบกันในรอบ 7 ปีของนุ่น และเอ๋ มณีรัตน์ คำอ้วน ที่เคยเล่นภาพยนตร์เปิดตัวเรื่องเดียวกัน นั่นคือ เพื่อนสนิท (แม้ว่าจะไม่เคยเข้าฉากด้วยกันในหนังเรื่องนี้เลยก็ตาม) เธอยังต้องเล่นละครกับนักแสดงชั้นครูอย่าง ครูเงาะ รสสุคนธ์ แถมบทที่เธอเล่นยังเป็นบทโสเภณีในคราบนักศึกษาอีกต่างหาก 
 
แม้ว่าพล็อตของละครเวที กุหลาบสีเลือด จะถูกวิจารณ์ในระดับหนึ่ง แต่จุดเด่นเรื่องนี้คือ การแสดงของนักแสดงแต่ละคนซึ่งดีงามมาก
 
และนุ่นก็คือหนึ่งในความดีงามนั้น...

GM Multimedia Group PLC.
GM Live © 2017